สองชั่วโมงต่อมา
เสียงดนตรีเบสหนักๆ ดังสะเทือนเข้ามาในอก
ผับหรูระดับพรีเมียมแห่งใจกลางเมืองเต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งตัวจัดจ้านและกลิ่นน้ำหอมแพงลอยคลุ้ง
ธีรัชก้าวนำเข้าไปก่อนอย่างเคยชิน ส่วนนีรินในชุดเดรสสีเบจเรียบๆ ที่แนบตัวพอดี กลับรู้สึกไม่คุ้นชินกับบรรยากาศแบบนี้เลยสักนิด
เธอไม่ทันรู้ตัวว่าแค่ถอดแว่น เปลี่ยนทรงผม ปรับเมคอัพเบาๆ ก็ทำให้สายตาหลายคู่ในผับหันมามองรวมถึงสายตาของธีรัชเอง
เขาเงียบไปนิดหนึ่งตอนเห็นเธอเดินตามเข้ามา แล้วเบือนหน้าหนีเหมือนไม่อยากยอมรับว่า “ยัยเฉิ่ม” กลายเป็นคนละคนกับตอนกลางวัน
“เฮ้ยไอ้แซนทางนี้เว้ย!” เสียงทักจากกลุ่มเพื่อนของเขาดังขึ้นจากโซฟาวีไอพีมุมหนึ่ง
ธีรัชพานีรินเดินไปด้วยกัน ก่อนจะแนะนำเธอให้รู้จัก “นี่เลขากู นีริน”
“สวัสดีครับ คุณนีริน ไม่บอกเลยว่ามึงมีเลขาน่ารักขนาดนี้” หนึ่งในเพื่อนของเขาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
ธีรัชหันขวับทันที “ปากดีนัก ไปนั่งนู่นไป”
เพื่อนขำพรืด “เฮ้ยๆ หวงเหรอวะ”
เขาไม่ตอบ แต่หันไปสั่งเครื่องดื่มเสียงนิ่ง
“นีรินคุณกินอะไรได้บ้าง”
“แค่โค้กก็พอค่ะ” เธอยิ้มเก้อๆ พยายามนั่งให้เรียบร้อยที่สุดท่ามกลางกลุ่มชายหนุ่มในสูทดูดี ที่ต่างพากันแอบชำเลืองมองเธอเป็นระยะ
ธีรัชนั่งพิงพนัก ใบหน้าคล้ายจะเรียบเฉย แต่ในใจนั้น...ไม่เลย
เขาดื่มเหล้าเพียงอึกเดียว แต่ความรู้สึกในอกกลับร้อนขึ้นทุกทีเมื่อเห็นเพื่อนบางคนเริ่มคุยกับเธอมากเกินความจำเป็น
โดยเฉพาะตอนที่มีคนยื่นมือไปจะช่วยหยิบแก้วให้เธอ
“ไม่ต้อง” ธีรัชพูดเสียงเย็น พร้อมเอื้อมมือไปรับแก้วให้เธอแทน
นีรินหันไปมองเขา “บอส...”
เขาเบือนหน้าหนี “ก็แค่ไม่อยากให้เธอทำแก้วตกใส่สูทพวกมันเท่านั้นแหละ”
เธอหัวเราะเบาๆ “ก็ว่าล่ะ ว่าต้องมีเหตุผลแบบนั้น”
แต่ในใจของเธอ กลับเต้นแรงกว่าทุกที
เพราะเธอเองก็ไม่แน่ใจแล้วว่า ที่เขาชวนเธอมาเพราะอยากมีเพื่อนไปผับหรือเพราะไม่อยากให้ใครมองเธอนอกจากเขา
เสียงดนตรียังคงกระหึ่ม แต่แอลกอฮอล์ในแก้วที่ถูกยื่นมาโดยเพื่อนของบอสก็ทำให้นีรินเริ่มหน้าร้อนวูบ มือไม้อ่อนแรงกว่าปกติ
“คุณนีรินครับ ลองอันนี้มั้ย หวานๆ เหมือนน้ำผลไม้เลยนะ” ไมค์ เพื่อนของธีรัช ยื่นแก้วสีสดใสมาให้พร้อมรอยยิ้มละมุน
“เอ่อ ขอบคุณค่ะ” เธอรับมาอย่างเกรงใจ
ธีรัชมองภาพนั้นด้วยสายตาไม่สบอารมณ์นัก เขากำลังจะอ้าปากห้าม แต่ก็สายเกินไป เพราะยัยเฉิ่มของเขายกดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว
ไม่นานนัก แก้มใสๆ ของเธอก็เริ่มขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด
“บอส” เธอหันมามองเขา ตาโตอย่างเบลอๆ “ทำไมผับมันหมุนได้ด้วยอะคะ”
“เฮ้อ... ยัยเฉิ่มเอ๊ย” เขาสบถเบาๆ แล้วลุกขึ้น พยักหน้าให้คีย์ ลูกน้องคนสนิทที่นั่งมุมห้อง “ไปเอารถ เดี๋ยวพานีรินกลับก่อน”
แต่ก่อนจะได้พาเธอออกไป เสียงหวานที่เขาจำได้ดี ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ธีรัชคะ นี่มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า”
หญิงสาวในเดรสรัดรูปสีแดงสดเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มเย้ายวน อลิน สาวสังคมที่เคยมีข่าวกับเขาเมื่อปีก่อน
นีรินที่กำลังเมาเล็กๆ เลิกคิ้วขึ้นทันที “แฟนเหรอคะ”
ธีรัชหันขวับ “ไม่ใช่”
อลินยักไหล่ “ก็เคยเป็นนิดๆ หน่อยๆ ไม่ถือว่าแฟน แต่ก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าเนอะ”
นีรินเม้มปาก เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สายตาเริ่มหรี่ลงเล็กน้อย สีหน้าดูหงุดหงิดแปลกๆ จนเขาเริ่มเอะใจ
“หึงเหรอ” เขากระซิบเบาๆ
“เปล่าซะหน่อยค่ะ!” เธอรีบสวนเสียงสูง แต่สายตาหันไปมองอลินอย่างไม่ปิดบัง
ธีรัชกลั้นยิ้มไม่อยู่แต่อลินยังไม่เลิก “แล้วผู้หญิงคนนี้ใครเหรอคะ เลขาเหรอ”
นีรินตอบแทนทันที “ค่ะ เลขาค่ะ แล้วก็กำลังจะกลับแล้วด้วยค่ะ เพราะฉันเมา ไม่ใช่เมาแบบจะกอดใครมั่วๆ นะคะ เมาแบบสุภาพ!”
ธีรัชกลั้นขำแทบไม่ไหว ก่อนจะคว้าแขนเธอเบาๆ แล้วพาออกมาจากตรงนั้น “พอแล้ว ยัยขี้เมา”
นีรินหลับตาพิงเบาะอย่างเหนื่อยล้า แต่ปากก็ยังพึมพำไม่หยุด
“บอสขาาา~ ขอบคุณที่ปกป้องรินนะคะ”
“ผู้หญิงคนนั้นอะ สวยก็จริง…แต่จืดสนิทเลยเมื่อเทียบกับฉันตอนจัดเต็มไม่ได้สักนิด จิ๊!”
“ใช่มั้ยคะ?บอสสส”
ธีรัชที่นั่งข้างๆ หันไปมองใบหน้าแดงระเรื่อของเธอแล้วถอนหายใจเบาๆ
“ไม่รู้ว่าเมาหรือมั่นใจเกินเบอร์แต่ก็เออน่ารักดีวะ”
เขาเอื้อมมือไปจัดผ้าคลุมไหล่ให้เธอเบาๆ แล้วบอกกับคีย์ว่า
“ไอ้คีย์ขับช้าๆ หน่อย เธอจะได้หลับให้สบาย”
นีรินหลับพิงหน้าต่างอย่างหมดแรง เสียงลมหายใจเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเธอเข้าสู่ห้วงนิทราเรียบร้อยแล้ว
ธีรัชนั่งข้างๆ สบตากับคีย์ผ่านกระจกมองหลัง ก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“ไม่ต้องไปคอนโดของเธอไปที่คอนโดของฉันแทน”
คีย์เลิกคิ้ว “ครับ”
“เธอเมาแบบนี้ ส่งกลับคนเดียวไม่ไหว เดี๋ยวตื่นเช้ามาหัวฟาดขอบเตียง ตายคาคอนโดพอดี”
คีย์แอบยิ้ม มองเจ้านายที่ทำเป็นหาข้ออ้างแบบเนียนๆ แล้วก็รับคำสั้นๆ “รับทราบครับบอส”
ประตูเปิดออกอย่างเงียบเชียบ แสงไฟสลัวในห้องโทนเข้มดูเงียบสงบ สมกับเป็นที่พักของชายหนุ่มที่มีรสนิยม
ธีรัชประคองร่างบางที่ยังหลับตาพริ้มเข้ามาช้าๆ ด้วยความระวัง เขาวางเธอลงบนโซฟานุ่มก่อนจะหยิบผ้าห่มมาคลุมให้
เขานั่งลงข้างๆ มองใบหน้าใสที่ยังแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
แว่นหนาของเธอวางไว้บนโต๊ะแล้ว เผยให้เห็นดวงตากลมโตแม้จะปิดอยู่ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าอะไรทำให้เขามองเธอไม่เหมือนเดิม
แต่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่าเธอน่ารักกว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยผ่านเข้ามา
“หลับไปแบบนี้ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องถามว่าทำไมฉันถึงไม่พาเธอกลับคอนโดตัวเอง”
เขาบ่นเบาๆ ยิ้มมุมปากอย่างหมั่นไส้ตัวเองทันใดนั้น เสียงพึมพำจากคนที่หลับอยู่ก็ดังขึ้นแผ่วเบา
“บอส ใจดีจังเลยค่ะ”
“ขอโทษนะคะที่ชอบเผลอมอง”
“ก็บอสน่ามองนี่นา”
ธีรัชชะงัก ทั้งตัวแข็งไปชั่วครู่เขากะพริบตาแล้วมองเธออีกรอบ
“ยัยเฉิ่ม... เมื่อกี้พูดอะไรออกมาน่ะ”
ไม่มีคำตอบมีเพียงเสียงหายใจที่กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ธีรัชยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองอย่างหงุดหงิดใจ ทั้งสับสน ทั้งเอ็นดู และห้ามใจตัวเองแทบไม่ไหว
“บ้าเอ๊ย...แบบนี้มันจะน่าห้ามไหวเหรอวะ”