อาการมันแปลกๆ

1064 Words
หลังจากนีรินออกจากห้องไป ธีรัชก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่กับแก้วกาแฟตรงหน้า กลิ่นหอมอ่อนๆ ยังคงลอยอบอวลในอากาศ แต่สิ่งที่ตรึงเขาอยู่ไม่ใช่กาแฟในถ้วยนั้น มันคือเงาของผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่นี้ ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่า “เฉิ่ม” จนไม่น่ามองแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้เขากลับจำได้ทุกท่าทางของเธอแม่นยำอย่างน่าหงุดหงิด เสียงประตูเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็นเลขาส่วนกลางอีกคนที่โผล่หน้าเข้ามาอย่างเร่งรีบ “คุณบอสคะ! คุณภาวัชจากแผนกการตลาดมาขออนุญาตพาคุณนีรินไปช่วยพรีเซนต์งานที่ห้องประชุมใหญ่ค่ะ บอกว่าอยากให้เธอช่วยพูดประกอบเอกสาร เพราะเข้าใจเนื้อหาดีสุด” ธีรัชเลิกคิ้วทันที ความไม่พอใจบางอย่างแล่นวูบขึ้นมาโดยไม่ทันยั้ง “ภาวัชเหรอ” เขาถามเสียงเรียบ “ค่ะ…คนผมเสยๆ ที่ชอบใส่สูทสีสดๆ น่ะค่ะ”ผู้ช่วยเลขาอธิบายเสริม ธีรัชพ่นลมหายใจเบาๆ พลางวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ “บอกเขาว่าผมไม่อนุญาตให้เอานีริน ผมต้องใช้งานเธอ” ผู้ช่วยเลขาสาวเลิกคิ้วสูงอย่างประหลาดใจ “เอ่อ...แต่เขาบอกว่าแค่ชั่วครู่เดียวเองนะคะบอส” “ไม่ได้” น้ำเสียงของเขาเย็นลงอย่างเฉียบพลัน “ถ้าอยากได้คนช่วยพรีเซนต์ ก็ให้เขาไปขอจากแผนกอื่น ผมไม่ว่างให้เธอไปเดินเล่นกับใครทั้งนั้น” “ค่ะ” ผู้ช่วยเลขารีบถอยออกไปแทบจะทันทีที่เห็นแววตาดุดันของเจ้านาย ทันทีที่ประตูปิดลงอีกครั้ง ธีรัชก็เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ หยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่นในมือช้าๆ “เดินเล่นกับใครทั้งนั้น” เขาย้ำคำพูดนั้นในหัวตัวเอง เหมือนพยายามหาข้ออ้างให้ความหงุดหงิดที่ไม่มีเหตุผล ภาวัชน่ะเหรอ? หมอนั่นจ้องเลขาของเขามาสักพักแล้ว เขารู้ทุกครั้งที่นีรินเผลอยิ้มหรือพูดสุภาพด้วย ไอ้หมอนั่นจะยิ้มตอบเหมือนหมาเห็นกระดูก ธีรัชไม่รู้ว่าอะไรน่าหงุดหงิดกว่ากัน ระหว่างการที่เธอยังไม่รู้ตัวหรือการที่เขารู้แล้วแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเลขาคนนั้นก็แค่ลูกจ้างคนหนึ่งและเขาก็เป็นแค่เจ้านายที่ “ไม่เคยมองเธอเป็นผู้หญิง”ใช่ไหม เสียงหัวเราะใสๆ ดังลอดมาจากโถงทางเดินหน้าห้องประชุม ธีรัชที่กำลังเดินผ่านพอดีหยุดฝีเท้าโดยอัตโนมัติ เขาไม่ได้ตั้งใจจะสนใจ แต่เสียงนั้นเขาจำได้แม่น เสียงของ นีรินเขาหันไปมอง และเห็นภาพที่ทำให้คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากันทันที เธอกำลังยืนอยู่ข้าง ภาวัช ชายหนุ่มจากแผนกการตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องเจ้าคารมไม่แพ้เขาเอง ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าโต๊ะกาแฟด้านนอกห้องประชุม ข้างตัวมีเอกสารพรีเซนต์วางกองไว้ ท่าทางเหมือนเพิ่งคุยงานเสร็จ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่กระตุกใจเขาที่สุดเป็น รอยยิ้ม และ เสียงหัวเราะของเธอ ต่างหาก นีรินกำลังหัวเราะกับบางอย่างที่ภาวัชพูด รอยยิ้มบนใบหน้าเธอสดใสกว่าทุกวันที่เขาเคยเห็นในห้องทำงาน ไม่ใช่รอยยิ้มเรียบร้อยแบบเลขาที่เขาคุ้นแต่เป็นรอยยิ้มที่ดู“ผู้หญิง” จนเขารู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ขยับในอก ธีรัชยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่ภายในใจปั่นป่วนเหมือนถูกลมพายุถาโถม ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบจ้องภาพตรงหน้าไม่กะพริบ จนกระทั่ง ภาวัชเอื้อมมือไปจับที่ข้อศอกของ นีรินเบาๆพร้อมพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอยิ้มอายๆ แล้วหลบสายตา แค่นั้นธีรัชหมุนตัวกลับแทบจะทันที ก้าวเท้ากลับไปยังห้องทำงานโดยไม่พูดอะไร มือที่ถือแฟ้มแน่นจนเส้นเลือดขึ้น “เขายิ้มให้แบบนั้นก็ได้เหรอ” “แล้วเธอลดแว่นลง หัวเราะแบบนั้นกับใครอื่นก็ได้เหรอ” บ้าชะมัดทำไมถึงโกรธนักวะเขาโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปยืนที่กระจกบานสูงในห้อง จ้องเงาของตัวเองแล้วถอนหายใจยาวเขาเคยคิดว่าเธอคือเลขาที่เชยที่สุดที่เขาเคยมี แต่ตอนนี้เขากำลัง “หวง” ผู้หญิงคนนั้นเข้าเต็มหัวใจ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือเขาไม่รู้จะจัดการความรู้สึกนี้ยังไงดี นีรินเปิดประตูเข้าห้องทำงานของเขาอย่างเคย มือเรียวถือแฟ้มเอกสารที่เพิ่งประชุมเสร็จมาให้เซ็น รอยยิ้มจางๆ ยังติดอยู่บนใบหน้า เพราะบรรยากาศระหว่างการคุยกับภาวัชเมื่อครู่มันสบายๆ และเป็นกันเองกว่าที่คิด “นี่ค่ะ บอส เอกสารสำหรับเซ็นอนุมัติ” “ไปหัวเราะอะไรนักหนากับภาวัชนัก” น้ำเสียงเย็นชานั้นกระแทกกลางประโยคของเธอโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย นีรินชะงัก หัวใจหล่นวูบทันที เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างงุนงง “คะ?” ธีรัชเหยียดยิ้มมุมปาก แต่แววตาไม่น่ามองเอาเสียเลย เขาพลิกแฟ้มเอกสารเปิดผ่านๆ อย่างไม่จริงจัง ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมองเธออีกครั้ง “บริษัทจ้างคุณมาทำงาน ไม่ได้ให้มาทำตัวสนิทสนมกับพนักงานผู้ชายในเวลางาน” “แต่ว่า” เธออ้าปากจะอธิบาย “อย่าแก้ตัว” เขาแขวะขึ้นเสียงต่ำ “ไม่อยากรู้ว่าเรื่องอะไร แค่ไม่ต้องทำให้ผมเห็นอีก” นีรินยืนนิ่ง พูดอะไรไม่ออก ความอึดอัดตีขึ้นมาจุกอก ความรู้สึกที่ถูกตำหนิโดยไม่มีเหตุผลชัดเจนมันอธิบายไม่ถูก “ขอโทษค่ะ” เสียงเธอเบาลงโดยอัตโนมัติ ธีรัชกำมือแน่นใต้โต๊ะ ไม่รู้ว่ากำลังโมโหเธอ หรือโมโหตัวเองมากกว่ากัน เพราะแค่เห็นรอยยิ้มของเธอกับผู้ชายคนอื่นเขาก็รู้สึกเหมือนถูกแย่งอะไรบางอย่างไป และมันทำให้เขา ควบคุมตัวเองไม่ได้ “ออกไปได้แล้ว” เสียงเขาเย็นเฉียบ ไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ นีรินพยักหน้าเบาๆ หันหลังเดินออกจากห้องอย่างช้าๆ บรรยากาศเงียบสนิทจนได้ยินเสียงประตูปิดลงเบาๆ ธีรัชเอนตัวพิงพนักเก้าอี้หลับตาแน่น มือยกขึ้นนวดขมับราวกับจะจัดระเบียบความคิด "ฉันเป็นบ้าอะไรไปวะ"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD