บอสสุดเนี้ยบ

1205 Words
บริษัท "อัครเดชาโฮลดิ้ง" ชั้น 32 ห้องทำงานผู้บริหาร พื้นที่ทั้งชั้นถูกออกแบบอย่างหรูหราทันสมัย พื้นไม้สีเข้มขัดเงาสะท้อนแสงไฟจากโคมระย้าสไตล์โมเดิร์นที่ห้อยจากเพดานสูงโปร่ง หน้าต่างกระจกบานใหญ่ทอดยาวจากพื้นจรดเพดาน เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวเมืองกรุงเทพฯ อย่างเต็มตา โต๊ะทำงานไม้โอ๊คสีเข้มขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยเอกสาร แฟ้มข้อมูล และจอคอมพิวเตอร์สามจอเรียงกันอย่างมีระบบ ผนังด้านหนึ่งตกแต่งด้วยชั้นหนังสือบิวท์อิน บรรจุทั้งหนังสือธุรกิจ ของตกแต่งจากต่างประเทศ และรางวัลมากมายที่การันตีความสำเร็จของเจ้าของห้อง ใกล้มุมนั่งเล่น มีโซฟาหนังแท้สีดำเข้มจัดเข้ามุม พร้อมโต๊ะกาแฟวางนิตยสารเล่มใหม่ประจำเดือนเรียงเป็นระเบียบ มุมห้องด้านในสุดคือประตูไม้บานเลื่อน ที่เชื่อมต่อไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวของผู้บริหาร ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะได้มีโอกาสก้าวเข้าไปด้านใน ใกล้กับโถงทางเข้า มีโต๊ะทำงานของนีรินตั้งอยู่นอกห้องบอส ติดกับผนังกระจกฝ้าเพื่อคงความเป็นส่วนตัว แต่ยังมองเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องได้บางส่วน โต๊ะของเธอถูกจัดอย่างเรียบร้อย เอกสารจัดหมวดหมู่ชัดเจน คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และปากกาทุกด้ามวางเรียงอย่างพิถีพิถัน ราวกับเธอให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดเล็กน้อยในการทำงาน ข้างๆ กันนั้นคือ มุมครัวเล็กของบริษัท ที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาด พื้นปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน พร้อมเครื่องชงกาแฟสุดไฮเทคและอุปกรณ์ครบครันสำหรับให้เลขาอย่างนีรินใช้เตรียมกาแฟให้บอสสุดหล่อของเธอทุกเช้า... และบางทีอาจมากกว่านั้นในระหว่างวัน นีริน รัตนเศรษฐกุล วุฒิปริญญาโทจากอังกฤษ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ประสบการณ์ทำงานระดับอินเตอร์ แต่กลับสมัครเข้ามาเป็น "เลขาส่วนตัว" ของบริษัทยักษ์ใหญ่ ทั้งที่คุณสมบัติเกินกว่าตำแหน่งนี้ไปไกล "คุณนีริน! แล้วกาแฟของผมล่ะ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของ ธีรัช อัครเดชากุล ผู้บริหารหนุ่มรูปหล่อผู้ขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้ประจำบริษัท กระแทกออกมาจากประตูไม้สักบานใหญ่ของห้องทำงานสุดหรู เสียงนั้นดังพอจะทำให้หัวใจของ นีริน เลขาส่วนตัวของเขากระตุกวูบ มือที่กำลังพิมพ์เอกสารอยู่นิ่งค้างไปชั่วขณะ "อะ...เอ่อ! ขะ ขอโทษค่ะ! เดี๋ยวฉันไปจัดให้เดี๋ยวนี้ค่ะ!" เธอรีบลุกจากโต๊ะทำงานแทบจะในทันที กวาดเอาถาดวางแก้วติดมือไปด้วย ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องครัวเล็กที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก แว่นสายตาทรงหนาเลื่อนลงมาจากสันจมูกเล็กน้อย เธอรีบดันขึ้นไปให้เข้าที่อย่างเคยชิน พร้อมถอนหายใจเบาๆ กับความเปิ่นของตัวเอง ภายในห้องทำงานกว้าง ธีรัชทอดสายตาตามหลังเลขาคนเก่งที่รีบจ้ำเดินหนีเขาไป เขาแค่นหัวเราะในลำคอพลางเอนตัวพิงเก้าอี้หนังราคาแพง มือข้างหนึ่งยกขึ้นคลายเนกไท ส่วนอีกข้างเคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำงานอย่างรำคาญปนหงุดหงิด ยัยเฉิ่ม.....เขาไม่เคยเข้าใจเลย ว่าผู้หญิงสมัยนี้จะแต่งตัวเชยไปเพื่ออะไร เสื้อแขนยาวติดกระดุมจนสุดคอ ผมก็มัดรวบตึงราวกับครูฝ่ายปกครอง ไหนจะแว่นหนาเตอะที่แทบจะปิดครึ่งหน้าอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอทำงานดี ไม่มีหลุด ไม่มีพลาด เขาคงไล่ออกไปนานแล้ว แต่ก็ไม่รู้ทำไม ช่วงนี้ เขากลับหงุดหงิดแปลกๆ ทุกทีที่เธอไม่อยู่ในสายตา เขาคิดว่าตัวเองคงบ้าไปแล้วจริงๆ บ้ากับความรู้สึกแปลกประหลาดที่เริ่มก่อร่างขึ้นมาเงียบๆ ในใจ เพราะถ้าไม่บ้าทำไมเขาถึงเริ่มชินกับเสียงรองเท้าคู่นั้นที่เดินไปเดินมาอยู่นอกห้อง ทำไมถึงรอฟังเสียงเคาะประตูเบาๆ กับถ้วยกาแฟกลิ่นหอมเดิมทุกเช้า แล้วทำไม ถึงไม่ชอบใจเลยแม้แต่น้อย ตอนที่เมื่อวานเธอลางานเพราะไข้ขึ้นแค่หนึ่งวัน ธีรัชเคาะนิ้วลงบนโต๊ะต่ออีกสองสามครั้ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ ราวกับอยากสลัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดทิ้งไป “บ้าจริง” เขาสบถกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินตรงไปยังผนังกระจกที่มองเห็นโต๊ะทำงานของเลขาส่วนตัวได้ถนัดตา เธอกำลังยืนชงกาแฟอยู่ในครัวเล็ก ผ้ากันเปื้อนผืนเล็กสีครีมพันไว้รอบเอวอย่างเรียบร้อย ผมมวยตึงๆ นั่นยังคงอยู่ที่เดิม ขยับไปตามจังหวะที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นเปิดตู้หยิบของ เผยให้เห็นลำคอระหงขาวสะอาดที่เขาเพิ่งสังเกตเป็นครั้งแรกว่า มันดูละมุนกว่าที่คิดไว้เยอะเลย ธีรัชเบือนหน้าหนีแทบจะทันที ราวกับกลัวตัวเองจะคิดอะไรแปลกๆ ขึ้นมาอีก "เฮอะ…คนอย่างฉันจะไปสนใจยัยเฉิ่มงั้นเหรอวะ" เขาหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ ก่อนเดินกลับไปที่โต๊ะ ล้มตัวนั่งลงอย่างไม่สบอารมณ์ แต่เพียงไม่ถึงนาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยประโยคคุ้นหู "กาแฟได้แล้วค่ะ บอส" ธีรัชเชิดหน้าขึ้นทันที ราวกับเสียงของเธอเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างที่เขารออยู่โดยไม่รู้ตัว "เข้ามา" เขาตอบสั้นๆ พร้อมกับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง ดวงตาคมสบกับประตูที่กำลังถูกเปิดออกอย่างช้าๆ กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยมาแตะจมูกตามมาด้วยร่างเล็กในชุดเรียบร้อยสุดขีดที่เดินเข้ามาวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะเขาอย่างเคยชิน "ขอโทษนะคะที่ช้าไปหน่อย" เธอกล่าวพลางเงยหน้ามองเขานิดเดียว ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำท่าจะผละออกไปทันที แต่ไม่รู้เพราะอะไร มือหนาของธีรัชกลับยื่นออกไปคว้าข้อมือของเธอไว้ก่อนจะทันได้หมุนตัวกลับ "นีริน" เสียงเขาทุ้มลงจนน่าประหลาด ดวงตาคู่นั้นมองสบกับเธอตรงๆ อย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน "คะ?" เธอเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจปนประหม่า ธีรัชนิ่งไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความเงียบชั่ววินาทีค้างคาอยู่ในอากาศ เขาไม่แน่ใจว่าเธอรู้ไหม ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล "กาแฟคุณหอมขึ้นทุกวันเลยนะ" เขาพูดออกมาในที่สุด น้ำเสียงนั้นไม่ได้ประชด ไม่ได้ดุ และไม่ใช่คำสั่ง มันฟังดูแทบจะคล้ายคำชม นีรินชะงักไปอย่างชัดเจน แก้มเธอขึ้นสีระเรื่อทันทีอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ก็พยายามก้มหน้าหลบตา ก่อนจะตอบกลับเบาๆ "ขะ...ขอบคุณค่ะ ฉันจะพยายามทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ นะคะ" แล้วเธอก็รีบก้มศีรษะเบาๆ ผละตัวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงธีรัชที่ยังนั่งนิ่งอยู่กับความรู้สึกบางอย่างที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นช้าๆ ในใจของเขา บางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ก็กำลังเกิดขึ้นแล้ว อย่างเงียบงัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD