บริษัท "อัครเดชาโฮลดิ้ง" ชั้น 32 ห้องทำงานผู้บริหาร
พื้นที่ทั้งชั้นถูกออกแบบอย่างหรูหราทันสมัย
พื้นไม้สีเข้มขัดเงาสะท้อนแสงไฟจากโคมระย้าสไตล์โมเดิร์นที่ห้อยจากเพดานสูงโปร่ง
หน้าต่างกระจกบานใหญ่ทอดยาวจากพื้นจรดเพดาน เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวเมืองกรุงเทพฯ
อย่างเต็มตา โต๊ะทำงานไม้โอ๊คสีเข้มขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยเอกสาร
แฟ้มข้อมูล และจอคอมพิวเตอร์สามจอเรียงกันอย่างมีระบบ
ผนังด้านหนึ่งตกแต่งด้วยชั้นหนังสือบิวท์อิน บรรจุทั้งหนังสือธุรกิจ ของตกแต่งจากต่างประเทศ
และรางวัลมากมายที่การันตีความสำเร็จของเจ้าของห้อง ใกล้มุมนั่งเล่น มีโซฟาหนังแท้สีดำเข้มจัดเข้ามุม
พร้อมโต๊ะกาแฟวางนิตยสารเล่มใหม่ประจำเดือนเรียงเป็นระเบียบ
มุมห้องด้านในสุดคือประตูไม้บานเลื่อน ที่เชื่อมต่อไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวของผู้บริหาร
ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะได้มีโอกาสก้าวเข้าไปด้านใน
ใกล้กับโถงทางเข้า มีโต๊ะทำงานของนีรินตั้งอยู่นอกห้องบอส ติดกับผนังกระจกฝ้าเพื่อคงความเป็นส่วนตัว
แต่ยังมองเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องได้บางส่วน โต๊ะของเธอถูกจัดอย่างเรียบร้อย
เอกสารจัดหมวดหมู่ชัดเจน คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และปากกาทุกด้ามวางเรียงอย่างพิถีพิถัน
ราวกับเธอให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดเล็กน้อยในการทำงาน
ข้างๆ กันนั้นคือ มุมครัวเล็กของบริษัท ที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาด พื้นปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน
พร้อมเครื่องชงกาแฟสุดไฮเทคและอุปกรณ์ครบครันสำหรับให้เลขาอย่างนีรินใช้เตรียมกาแฟให้บอสสุดหล่อของเธอทุกเช้า...
และบางทีอาจมากกว่านั้นในระหว่างวัน
นีริน รัตนเศรษฐกุล วุฒิปริญญาโทจากอังกฤษ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
ประสบการณ์ทำงานระดับอินเตอร์ แต่กลับสมัครเข้ามาเป็น "เลขาส่วนตัว"
ของบริษัทยักษ์ใหญ่ ทั้งที่คุณสมบัติเกินกว่าตำแหน่งนี้ไปไกล
"คุณนีริน! แล้วกาแฟของผมล่ะ"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของ ธีรัช อัครเดชากุล ผู้บริหารหนุ่มรูปหล่อผู้ขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้ประจำบริษัท
กระแทกออกมาจากประตูไม้สักบานใหญ่ของห้องทำงานสุดหรู
เสียงนั้นดังพอจะทำให้หัวใจของ นีริน เลขาส่วนตัวของเขากระตุกวูบ มือที่กำลังพิมพ์เอกสารอยู่นิ่งค้างไปชั่วขณะ
"อะ...เอ่อ! ขะ ขอโทษค่ะ! เดี๋ยวฉันไปจัดให้เดี๋ยวนี้ค่ะ!"
เธอรีบลุกจากโต๊ะทำงานแทบจะในทันที กวาดเอาถาดวางแก้วติดมือไปด้วย ก่อนจะก้าวฉับๆ
ตรงไปยังห้องครัวเล็กที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก
แว่นสายตาทรงหนาเลื่อนลงมาจากสันจมูกเล็กน้อย เธอรีบดันขึ้นไปให้เข้าที่อย่างเคยชิน
พร้อมถอนหายใจเบาๆ กับความเปิ่นของตัวเอง
ภายในห้องทำงานกว้าง ธีรัชทอดสายตาตามหลังเลขาคนเก่งที่รีบจ้ำเดินหนีเขาไป
เขาแค่นหัวเราะในลำคอพลางเอนตัวพิงเก้าอี้หนังราคาแพง มือข้างหนึ่งยกขึ้นคลายเนกไท
ส่วนอีกข้างเคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำงานอย่างรำคาญปนหงุดหงิด
ยัยเฉิ่ม.....เขาไม่เคยเข้าใจเลย ว่าผู้หญิงสมัยนี้จะแต่งตัวเชยไปเพื่ออะไร เสื้อแขนยาวติดกระดุมจนสุดคอ
ผมก็มัดรวบตึงราวกับครูฝ่ายปกครอง ไหนจะแว่นหนาเตอะที่แทบจะปิดครึ่งหน้าอีก
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอทำงานดี ไม่มีหลุด ไม่มีพลาด เขาคงไล่ออกไปนานแล้ว
แต่ก็ไม่รู้ทำไม ช่วงนี้ เขากลับหงุดหงิดแปลกๆ ทุกทีที่เธอไม่อยู่ในสายตา
เขาคิดว่าตัวเองคงบ้าไปแล้วจริงๆ
บ้ากับความรู้สึกแปลกประหลาดที่เริ่มก่อร่างขึ้นมาเงียบๆ ในใจ
เพราะถ้าไม่บ้าทำไมเขาถึงเริ่มชินกับเสียงรองเท้าคู่นั้นที่เดินไปเดินมาอยู่นอกห้อง
ทำไมถึงรอฟังเสียงเคาะประตูเบาๆ กับถ้วยกาแฟกลิ่นหอมเดิมทุกเช้า
แล้วทำไม ถึงไม่ชอบใจเลยแม้แต่น้อย ตอนที่เมื่อวานเธอลางานเพราะไข้ขึ้นแค่หนึ่งวัน
ธีรัชเคาะนิ้วลงบนโต๊ะต่ออีกสองสามครั้ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ ราวกับอยากสลัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดทิ้งไป
“บ้าจริง”
เขาสบถกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
แล้วเดินตรงไปยังผนังกระจกที่มองเห็นโต๊ะทำงานของเลขาส่วนตัวได้ถนัดตา
เธอกำลังยืนชงกาแฟอยู่ในครัวเล็ก ผ้ากันเปื้อนผืนเล็กสีครีมพันไว้รอบเอวอย่างเรียบร้อย
ผมมวยตึงๆ นั่นยังคงอยู่ที่เดิม ขยับไปตามจังหวะที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นเปิดตู้หยิบของ
เผยให้เห็นลำคอระหงขาวสะอาดที่เขาเพิ่งสังเกตเป็นครั้งแรกว่า
มันดูละมุนกว่าที่คิดไว้เยอะเลย
ธีรัชเบือนหน้าหนีแทบจะทันที ราวกับกลัวตัวเองจะคิดอะไรแปลกๆ ขึ้นมาอีก
"เฮอะ…คนอย่างฉันจะไปสนใจยัยเฉิ่มงั้นเหรอวะ"
เขาหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ ก่อนเดินกลับไปที่โต๊ะ ล้มตัวนั่งลงอย่างไม่สบอารมณ์
แต่เพียงไม่ถึงนาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยประโยคคุ้นหู
"กาแฟได้แล้วค่ะ บอส"
ธีรัชเชิดหน้าขึ้นทันที ราวกับเสียงของเธอเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างที่เขารออยู่โดยไม่รู้ตัว
"เข้ามา"
เขาตอบสั้นๆ พร้อมกับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง ดวงตาคมสบกับประตูที่กำลังถูกเปิดออกอย่างช้าๆ
กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยมาแตะจมูกตามมาด้วยร่างเล็กในชุดเรียบร้อยสุดขีดที่เดินเข้ามาวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะเขาอย่างเคยชิน
"ขอโทษนะคะที่ช้าไปหน่อย"
เธอกล่าวพลางเงยหน้ามองเขานิดเดียว ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำท่าจะผละออกไปทันที
แต่ไม่รู้เพราะอะไร มือหนาของธีรัชกลับยื่นออกไปคว้าข้อมือของเธอไว้ก่อนจะทันได้หมุนตัวกลับ
"นีริน"
เสียงเขาทุ้มลงจนน่าประหลาด ดวงตาคู่นั้นมองสบกับเธอตรงๆ อย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน
"คะ?" เธอเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจปนประหม่า
ธีรัชนิ่งไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความเงียบชั่ววินาทีค้างคาอยู่ในอากาศ
เขาไม่แน่ใจว่าเธอรู้ไหม ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล
"กาแฟคุณหอมขึ้นทุกวันเลยนะ"
เขาพูดออกมาในที่สุด น้ำเสียงนั้นไม่ได้ประชด ไม่ได้ดุ และไม่ใช่คำสั่ง
มันฟังดูแทบจะคล้ายคำชม นีรินชะงักไปอย่างชัดเจน แก้มเธอขึ้นสีระเรื่อทันทีอย่างห้ามไม่อยู่
แต่ก็พยายามก้มหน้าหลบตา ก่อนจะตอบกลับเบาๆ
"ขะ...ขอบคุณค่ะ ฉันจะพยายามทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ นะคะ"
แล้วเธอก็รีบก้มศีรษะเบาๆ ผละตัวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
เหลือเพียงธีรัชที่ยังนั่งนิ่งอยู่กับความรู้สึกบางอย่างที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นช้าๆ ในใจของเขา
บางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้น
แต่ก็กำลังเกิดขึ้นแล้ว อย่างเงียบงัน