หลังจากที่ธีรัชจูบเธออย่างอ่อนโยน นีรินรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นรัวเร็วเหมือนจะกระโจนออกจากอก ก่อนจะผละออกจากเขาทันที หายใจแรงและหน้าร้อนเหมือนกับไฟกำลังลุกลามไปทั่วตัว
"พี่แซน" เสียงเธอแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา
ธีรัชไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่ยิ้มมุมปาก แล้วก้าวไปข้างหน้า
"ทำไมครับ" เขาพูดเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบไล้เส้นผมของเธอเบาๆ
นีรินยืนนิ่ง ไม่สามารถขัดขืนได้ เมื่อเขาทำแบบนี้ทุกอย่างในหัวของเธอแทบจะหยุดนิ่งไปหมด นี่มันเกิดขึ้นเร็วเกินไปหรือเปล่า เธอ เป็นแค่เลขาของเขา แต่ว่าทำไมถึงรู้สึกเหมือนกับว่าเขาคือทุกอย่างในตอนนี้
เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นขัดจังหวะ ธีรัชยกมือขึ้นเช็คสาย โดยไม่ละสายตาจากเธอ
"ว่าไงคีย์" เขาพูดสั้นๆ เมื่อเห็นชื่อปรากฏบนหน้าจอ
"บอส!" เสียงคีย์ดังจากทางโทรศัพท์ ก่อนที่คีย์จะพูดต่อ "มีคนมาจอดรถขวางคุณนีรินที่ลานจอดรถ"
ธีรัชขมวดคิ้วและหันไปมองที่นีรินทันที
"รินรู้จักไหม" เขาถามเสียงต่ำ
นีรินเริ่มรู้สึกเครียดขึ้นมาอีกครั้ง นี่มันอะไรอีกล่ะ? ทำไมชีวิตของเธอในช่วงนี้ถึงเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงแบบนี้
"เปล่าค่ะ" นีรินพูดเสียงสั่น
ธีรัชยกมือขึ้นทำท่าห้ามเธอพูดต่อ ก่อนจะเดินไปที่ประตูและหันมาพูดเสียงหนัก "รินรออยู่ที่นี่ เดี๋ยวพี่ออกไปดูเอง"
ธีรัชก้าวออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งนีรินไว้ในห้องที่เงียบงัน แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น หญิงสาวกอดตัวเองไว้แน่น ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ความกลัวเริ่มก่อตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบ และเสียงประตูเปิดออกตรงบริเวณลานจอดรถด้านล่าง
ธีรัชเดินตรงไปยังรถคันสีดำที่จอดขวางหน้ารถของนีรินอย่างจงใจ ชายวัยกลางคนในชุดสูทดูไม่เป็นมิตรนักยืนพิงรถอย่างไม่สะทกสะท้าน มือข้างหนึ่งถือบุหรี่ที่เพิ่งจุดใหม่ กลิ่นควันโชยอ่อนๆ
“คุณเป็นคนจอดรถขวางใช่ไหม” ธีรัชถามเสียงเรียบแต่แฝงความเย็นชา ดวงตาคมจ้องมองชายคนนั้นอย่างประเมิน
“ใช่ แล้วคุณเป็นใคร” ชายคนนั้นถามกลับ ดวงตาเหลือบมองอย่างไม่พอใจ
“เจ้าของบริษัทนี้ ”
ชายคนนั้นยิ้มเยาะ สูบบุหรี่เข้าเต็มปอดก่อนจะเป่าควันออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ฉันมาหาน้องสาวฉันฝากบอกนังนีรินด้วยว่า ถ้ายังคิดจะยื้อคอนโดหลังนั้นไว้ล่ะก็ เตรียมเจอเรื่องปวดหัวได้เลย”
ธีรัชขมวดคิ้วแน่น “คุณเป็นใคร”
“พี่ชายของนีริน อย่าบอกนะว่าเธอยังไม่เคยพูดถึงฉันเลย” เขาหัวเราะในลำคอ “นังเด็กเนรคุณนั่น วันดีคืนดีก็ย้ายหนี พอฉันตามไป มันก็ทำตัวเหมือนคนไม่รู้จักกัน!”
ธีรัชยืนนิ่ง แม้แววตาจะยังคงสุขุม แต่ข้างในกลับเริ่มปะทุขึ้นทีละนิด
“นีรินไม่มีพันธะอะไรกับคุณ และคอนโดนั่นเป็นชื่อของเธอโดยถูกต้องตามกฎหมาย อย่าใช้วิธีสกปรกเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่คุณไม่มีสิทธิ์”
ก้องภพหรี่ตามองธีรัช “โอ้โห ดูเหมือนจะห่วงน้องสาวฉันจังนะหรือว่าคุณเป็นผัวมัน”
ธีรัชไม่พูดอะไรอีก เขาเพียงยืนมองนิ่งๆ ก่อนเอ่ยเสียงเข้ม “ฉันจะแจ้ง รปภ.ให้ลากรถนายออกทันที และถ้านายยังตามมารบกวนเธออีก ฉันจะจัดการนายเอง”
ก้องภพหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วบดมันด้วยรองเท้า “ฮึ!คิดว่าคนอย่างฉันจะกลัวเหรอ แต่ฝากบอกน้องรักของฉันด้วย ว่าเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ”
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มก่อนที่รถของก้องภพจะแล่นออกไปช้าๆ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันบุหรี่ และเงาความเครียดที่ลอยปกคลุม
ธีรัชยืนมองรถที่ห่างออกไปเรื่อยๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรหาคีย์ “จัดการเรื่องกล้องวงจรปิดให้หน่อย แล้วจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยด้วย”
ปลายน้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบ ก่อนจะก้าวกลับขึ้นไปยังห้องชั้นบนที่นีรินยังคงรออยู่…พร้อมกับหัวใจที่สั่นไหว
ธีรัชเปิดประตูห้องทำงานกลับเข้ามาอีกครั้ง ใบหน้ายังเคร่งเครียดแม้จะพยายามเก็บสีหน้าไว้ไม่ให้เธอเห็น นีรินเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียง มือเล็กๆ กำเสื้อไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
“ใครเหรอคะ” เสียงของเธอเบาแผ่วเหมือนคนไม่กล้าถาม แต่ในแววตานั้นกลับมีทั้งความกลัวและกังวล
ธีรัชเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ก่อนจะนั่งลงข้างเธอ เขาไม่ได้พูดในทันที แต่ยื่นมือไปจับมือของเธอไว้แน่น
“นายก้องภพ” เขาถามเสียงนุ่ม แต่เต็มไปด้วยความมั่นคง
นีรินเงียบงันไปชั่วครู่ ริมฝีปากเม้มแน่นก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
“พี่ชายต่างพ่อของรินเองค่ะเขาไม่เคยรักรินเลยค่ะ ตั้งแต่พ่อกับแม่เสียไป รินก็เหมือนไม่มีใครอยู่ในบ้านหลังนั้น”
เธอพูดไปเสียงสั่นไป แววตาไหววูบเหมือนความทรงจำเก่าๆ กำลังไหลย้อนเข้ามาในหัวใจ
“เขาอยากได้คอนโดที่รินพักอยู่…เพราะมันเป็นทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายที่แม่ทิ้งไว้ให้ริน พอรู้ว่ารินไม่ยกให้ เขาก็เริ่มตามรังควาน โทรมาด่าบ้าง มาขู่บ้าง บางครั้งก็โผล่มาเฉยๆ เหมือนวันนี้”
ธีรัชเงียบฟัง ไม่พูดแทรกแม้แต่คำเดียว เขาเพียงกุมมือเธอไว้แน่นขึ้น เลื่อนตัวเข้าใกล้เธอมากกว่าเดิม
“รินหนีเขามาแล้วหลายรอบ เปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ไม่คิดว่าเขาจะหารินเจออีก”
น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงข้างแก้มของนีริน เธอรีบยกมือปาด แต่ธีรัชจับมือนั้นไว้ก่อน เขากุม แก้มของเธอเบาๆ นิ้วหัวแม่มือเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“ไม่ต้องกลัวนะริน” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม ลึก และจริงใจ
“ต่อจากนี้รินไม่ต้องหนีอีกแล้ว พี่จะอยู่กับรินเอง จะไม่ให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายรินได้อีก”
“แค่รินยอมให้พี่ดูแล”
สายตาของเขามั่นคงจนใจเธออ่อนยวบ ความอุ่นที่แทรกผ่านปลายนิ้วของเขา กำลังหลอมละลายกำแพงในใจที่เธอเคยสร้างขึ้นมา
“พี่แซน” เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ เหมือนเป็นคำเดียวที่สามารถยึดเหนี่ยวเธอไว้ได้ในตอนนี้
ธีรัชโน้มหน้าเข้ามาใกล้ กดจูบเบาๆ ลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“พี่สัญญาจะไม่ปล่อยมือรินไปไหนอีก”
ตอนที่16
รุ่งเช้าของอีกวัน นีรินกำลังจะลงจากรถเพื่อเข้าบริษัท แต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นประตู คนขับมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็ขับปาดหน้ารถเธออย่างจงใจ ก่อนจะถอดหมวกกันน็อกออกและยิ้มเยาะ...เป็นก้องภพอีกแล้ว
“ยังไม่เข็ดอีกเหรอพี่ภพ...” นีรินพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหนื่อยใจ
เธอรีบเดินเลี่ยงขึ้นตึก แต่ก้องภพกลับเดินตามมาอย่างไม่ละความพยายาม “ริน! คุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิ! แกจะหนีหน้าฉันไปถึงเมื่อไหร่?!”
เสียงของเขาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ คนในตึกเริ่มหันมอง นีรินหน้าเสีย เธอพยายามเร่งเท้าแต่ก้องภพก็ยังตามติด
จนกระทั่งเสียงเข้มๆ จากไมโครโฟนหน้าล็อบบี้ดังขึ้น
“คุณก้องภพ ขอเชิญออกจากพื้นที่ของบริษัททันที มิฉะนั้นเราจะดำเนินการทางกฎหมาย”
ก้องภพชะงัก มองขึ้นไปยังกล้องวงจรปิดที่หันตรงมาทางเขา ก่อนจะหันไปเจอคีย์และทีม รปภ. เดินเข้ามาล้อมตัวเขาไว้แล้ว
คีย์ยื่นเอกสารบางอย่างตรงหน้าเขา “นี่เป็นคำเตือนจากฝ่ายกฎหมายบริษัท และหมายเตรียมแจ้งความในข้อหาคุกคามบุคคลและบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล ถ้าคุณไม่หยุด พวกเราจะไม่ใจดีกับคุณอีกต่อไป”
ก้องภพมองคีย์ด้วยแววตาขุ่นเคือง “แกมันก็แค่ขี้ข้าไอ้ธีรัช แกอย่ามาแส่เรื่องของฉันจะดีกว่า”
คีย์ยิ้มนิดๆ “คุณจะเดินออกไปดีๆ หรือจะให้ ร.ป.ภ จับคุณโยนออกไป”
เสียงของคีย์เฉียบขาดจนก้องภพหน้าเสียไปถนัด เขาพ่นลมหายใจเสียงดังอย่างหงุดหงิด ก่อนจะชี้หน้าคีย์ “ฝากบอกมันด้วยว่าเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ หรอกเว้ย!”
“คนที่ควรระวังตัวน่าจะเป็นคุณมากกว่านะ” คีย์สวนทันทีด้วยน้ำเสียงนิ่งกริบ
เมื่อก้องภพเดินจากไป คีย์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรหาธีรัชทันที
“เรียบร้อยครับบอส คนของเราจะติดตามเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้ามีการเข้าใกล้คุณนีรินอีกเมื่อไหร่ ผมจะจัดการทันทีครับ”
ธีรัชในห้องทำงานเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบเสียงเข้ม
“ดี...ฉันฝากด้วยนะคีย์ ว่าแต่อย่าเล่นให้ถึงตายล่ะ”
น้ำเสียงของชายหนุ่มเย็นเยียบจนคนฟังสะท้าน แม้ไม่ต้องใช้ความรุนแรง แต่ธีรัชก็สามารถ “จัดการ” คนอย่างก้องภพได้
น้ำเสียงของชายหนุ่มเย็นเยียบจนคนฟังสะท้าน แม้ไม่ต้องใช้ความรุนแรง แต่ธีรัชก็สามารถ “จัดการ” คนอย่างก้องภพได้ เฉียบขาด เยือกเย็น และไม่เปิดช่องให้ใครล้ำเส้น
คีย์รู้ดีว่าเจ้านายของเขาเป็นคนแบบไหน ยิ่งเงียบ ยิ่งอันตราย
เขาวางสายก่อนจะหันไปมองจอภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้ง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าก้องภพออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วจึงเดินกลับขึ้นไปหานีริน
...ในขณะที่อีกฝั่ง นีรินนั่งอยู่ในห้องทำงานของธีรัช สองมือประสานกันบนตัก พยายามจะสงบสติอารมณ์หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่
ประตูเปิดออก เธอเงยหน้าขึ้นแล้วก็ต้องใจเต้นแรงเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา ใบหน้าคมเข้มยังคงเรียบนิ่งแต่ในแววตามีบางอย่างที่อุ่นขึ้น
“เขาไม่กล้ามายุ่งกับรินอีกแล้ว” ธีรัชเอ่ย ขณะเดินตรงเข้ามาหาเธอ
“พี่แซน…” เสียงเธอเบา แต่แฝงความรู้สึกหลายอย่างปะปน
เขานั่งลงข้างเธอ มือหนาวางลงบนมือของเธออย่างมั่นคง
“พี่บอกแล้วไง ว่าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายรินได้อีก” เขามองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ “ไม่ว่าจะใครก็ตาม ต่อให้เป็นคนในครอบครัวรินเอง ถ้าเขาทำให้รินไม่ปลอดภัย เขาก็ไม่มีสิทธิ์จะอยู่ใกล้รินอีกต่อไป”
คำพูดของเขาหนักแน่น แต่กลับอ่อนโยนจนหัวใจของนีรินอ่อนยวบลงอย่างช่วยไม่ได้ เธอก้มหน้าลงนิดหนึ่ง พยายามกลั้นน้ำตาไว้
“ริน...ไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้วค่ะ”
ธีรัชยิ้มบางๆ แล้วเลื่อนมือขึ้นเกลี่ยผมที่ปรกหน้าของเธอเบาๆ
“ไม่ต้องขอบคุณ...ขอแค่รินไว้ใจพี่ แค่นั้นก็พอแล้ว”
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง แล้วพยักหน้าช้าๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
ตอนนี้...เธอเริ่มเชื่อแล้ว ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป
ธีรัชนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตายังคงมองใบหน้าหวานของนีรินที่ดูอิดโรยหลังจากเหตุการณ์เมื่อตอนเช้า
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความแน่วแน่
“ริน...”
“คะ?” เธอเงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ
“ช่วงนี้...พี่ว่ารินควรย้ายออกจากคอนโดเดิมก่อน”
นีรินชะงัก ดวงตากลมโตเบิกเล็กน้อย “หมายความว่า...?”
“พี่ไม่ได้ไว้ใจไอ้ก้องภพนั่น ถึงเราจะกันเขาออกจากที่ทำงานได้แล้ว แต่พี่ไม่มั่นใจว่าข้างนอกจะปลอดภัยพอ”
“แต่...”
“ไม่มีแต่” เขาตัดบทเบาๆ แต่นุ่มนวล “พี่ไม่อยากให้รินอยู่คนเดียว พี่ไม่สบายใจ”
“แล้วจะให้รินไปอยู่ที่ไหนคะ?” เธอถามกลับอย่างระวัง แม้จะพอเดาคำตอบได้ในใจ
ธีรัชกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ ก่อนจะพูดเนิบๆ “คอนโดพี่...ก็มีห้องว่างอยู่ห้องหนึ่ง”
“ห้อง...ว่าง?”
“อืม” เขาพยักหน้า “ชั้นเดียวกันกับห้องพี่ อยู่ฝั่งตรงข้ามกันเลย”
นีรินนิ่งงัน อึดอัดใจอยู่ครู่หนึ่ง “แบบนี้มันจะดีเหรอคะ…”
ธีรัชโน้มตัวเข้ามาเล็กน้อย สีหน้าเขานิ่งจริงจังขึ้น
“ดีสิ ถ้าเทียบกับความเสี่ยงที่รินจะโดนรังควานอีก พี่เลือกให้รินปลอดภัยไว้ก่อน”
เธอกำลังจะอ้าปากเถียง แต่เขาเอื้อมมือมาวางบนหลังมือของเธอเบาๆ
“รินไม่ต้องเกรงใจนะ พี่ไม่คิดอะไรเลย...นอกจากอยากให้เธอปลอดภัย” เสียงเขาทุ้มต่ำชัดเจน พร้อมแววตาที่มั่นคง
“หรือ...ถ้ารินไม่สบายใจ จะให้พี่ส่งคีย์ไปอยู่เฝ้าแทนก็ได้” เขาแกล้งพูดติดตลก
นีรินหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอถอนหายใจเบาๆ อย่างยอมจำนน
“งั้น...แค่ชั่วคราวนะคะ”
ธีรัชยิ้มมุมปากนิดๆ ดวงตาทอประกายพอใจ
“ครับ...แค่ชั่วคราว”
(แต่ในใจ เขาอยากให้นานกว่านั้น...นานจนกลายเป็น ตลอดไป)
เย็นวันนั้น คอนโดของธีรัช
ห้องของนีรินถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยเหมือนมีแม่บ้านมาจัด ทั้งผ้าปูใหม่ กลิ่นหอมสะอาด และของใช้ส่วนตัวครบครันทุกอย่างอย่างน่าประหลาดใจ
“พี่แซน…” นีรินยืนอยู่หน้าห้อง ถามเบาๆ “เตรียมไว้ให้หมดนี่...ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
ธีรัชยืนกอดอกพิงกรอบประตู ยักไหล่เล็กน้อย “ก็...ตั้งแต่ที่พี่คิดจะให้รินย้ายมา”
“วางแผนไว้นานแล้วสินะคะ?” เธอแกล้งถาม ทั้งที่หัวใจเต้นแรง
“ไม่ได้เรียกว่าวางแผนหรอก เรียกว่าป้องกันล่วงหน้า เผื่อสถานการณ์มันบังคับ” เขาตอบหน้าตาเฉย แล้วหยิบกุญแจห้องยื่นให้เธอ
มือของทั้งสองแตะกันเพียงนิดเดียว แต่นีรินกลับรู้สึกร้อนวาบขึ้นมาทั่วแก้ม
“พี่อยู่ห้องฝั่งตรงข้าม ถ้ามีอะไร โทรหาพี่ได้ตลอด”
นีรินพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
ตกกลางคืน
นีรินเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้าน เดินออกมาเก็บของที่ห้องนั่งเล่น
...กลิ่นอาหารลอยมาจางๆ
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปเคาะประตูเบาๆ
ธีรัชเปิดประตูพร้อมผ้าเช็ดมือพาดบ่า “นึกว่ารินจะเข้านอนแล้ว”
“ยังค่ะ แค่...ได้กลิ่นหอมๆ ก็เลยสงสัยว่า...”
เขายิ้มเล็กๆ ก่อนจะเอียงตัวหลบให้เธอเดินเข้าไป “เข้ามาสิ”
ในครัวเล็กๆ มีจานข้าวต้มร้อนๆ กับไข่ตุ๋นวางเรียงไว้เรียบร้อย
“ทำเผื่อ?” เธอเลิกคิ้วถาม
“เรียกว่า...คาดเดาไว้มากกว่า ว่าคงจะมีคนเดินมาด้วยกลิ่นอาหาร”
นีรินหัวเราะเบาๆ แล้วนั่งลงตรงข้ามเขา โต๊ะเล็กๆ ดูอบอุ่นอย่างประหลาด
“ขอบคุณนะคะ พี่แซน”
เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาอ่อนโยน
“พี่บอกแล้วไง ว่าจะดูแลริน...ไม่ใช่แค่เรื่องงาน หรือความปลอดภัย แต่ทุกอย่าง”
นีรินเม้มปากเล็กน้อย แววตาสั่นไหว
ในค่ำคืนที่เงียบสงบ เสียงช้อนกระทบจานเบาๆ กลายเป็นจังหวะของความผูกพันที่เริ่มก่อตัว
ไม่ต้องมีคำพูดหวานอะไรนัก
แค่การอยู่ข้างกันแบบนี้...ก็อบอุ่นมากพอแล้ว