หลังมื้อค่ำ
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ มื้อนี้อร่อยมากเลย”
นีรินพูดพลางวางช้อนลง ยิ้มบางๆ ด้วยความเกรงใจ
“ดีแล้วที่รินกินเยอะๆ พี่เห็นรินเครียดจนแทบไม่ได้แตะข้าวมาทั้งวัน”
ธีรัชเก็บจานไปล้างโดยไม่พูดอะไรต่อมากนัก เธอเดินตามไปช่วย แต่เขายกมือห้าม
“รินไม่ต้องทำ เดี๋ยวพี่จัดการเอง”
“งั้นรินขอชงโกโก้ร้อนให้พี่แทนแล้วกันค่ะ ถือว่าตอบแทน”
ธีรัชหันมามองเธอ ยิ้มมุมปาก “ตกลงครับ”
เสียงเครื่องต้มน้ำดังคลอเบาๆ กลิ่นโกโก้อุ่นๆ ลอยในอากาศ พร้อมเสียงหัวเราะเล็กๆ ที่ดัง
ขึ้นระหว่างบทสนทนาเล็กน้อย ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องที่เหมือนกำลังเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่แบบที่ไม่มีคำจำกัดความ
ต่อมา ขณะที่นีรินกำลังจะกลับเข้าห้อง
“พี่แซน” เธอเรียกเขาก่อนจะเดินเข้าไปยืนหน้าประตู
“หืม?”
เธอลังเลชั่วครู่ก่อนพูดเบาๆ “คืนนี้ริน ขอบคุณนะคะ”
ธีรัชไม่พูดอะไร เขาแค่ยิ้มบาง แล้วเอื้อมมือไปลูบผมเธอเบาๆ ด้วยนิสัยที่เหมือนจะกลายเป็นธรรมดาไปแล้ว
“นอนหลับฝันดีนะครับ”
ณ ชั้นสำนักงานของธีรัช เช้าวันจันทร์ บรรยากาศในออฟฟิศวันนี้คึกคักกว่าปกติเล็กน้อย เพราะมีพนักงานฝ่ายการตลาดจาก
สำนักงานใหญ่เข้ามาเยี่ยมชมการทำงานร่วมกับทีมบริหารที่นี่
ธีรัชกำลังยืนประชุม กับหัวหน้าฝ่าย พร้อมกับนีรินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เขาในฐานะเลขานุการคนสนิท
ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น จนกระทั่ง
“เอ่อ...คุณธีรัชครับ เอกสารที่ผมส่งไปเมื่อเช้ายังมีบางจุดที่ขาดอยู่นิดหน่อยครับ” ผู้ช่วยหนุ่มพูดขึ้นพลางยื่นแฟ้มกลับมา
ธีรัชพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยเรียกคนข้างตัวอย่างเคยชิน
“ริน เดี๋ยวพี่”
เสียงของเขาขาดหายไปชั่ววินาทีทั้งห้องประชุมเงียบกริบ
ธีรัชชะงักกึก ก่อนจะกระแอมเบาๆ แล้วเปลี่ยนคำพูดทันทีอย่างพยายามไม่ใส่ใจ
“ริน...เดี๋ยวช่วยตรวจจุดที่ขาดแล้วส่งกลับไปให้อีกทีนะ”
แต่ไม่ทันแล้วสายตาหลายคู่หันมามองอย่างจับสังเกต โดยเฉพาะกลุ่มสาวๆ ฝ่ายบัญชีที่หันมากระซิบกระซาบกันเบาๆ
“เมื่อกี้เรียกตัวเองว่าพี่ใช่ไหมอะ”
“แหมมม คุณนีรินบอสเรียกแทนตัวเองว่าพี่เหรอคะ!”
“อย่าบอกนะว่าคุณนีรินอะแฟนบอส”
นีรินหน้าแดงขึ้นมาทันที พยายามทำเป็นก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
ธีรัชเหลือบมองเธอนิดหนึ่ง เห็นว่าเธอกำลังพยายามตั้งใจทำงาน เขาเลยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกนอกจากยิ้มนิดๆ มุมปาก
ก่อนจะหันกลับไปพูดกับทุกคนด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบตามสไตล์ ของเขา
“โฟกัสกับงานก่อนนะครับทุกคน”
แต่…รอยยิ้มจางๆ กับคำว่า "พี่" ที่หลุดออกมานั้น มันไม่ได้จางหายไปจากบรรยากาศเลย
กลับกลายเป็นข่าวลือเล็กๆ ที่เริ่มแทรกซึมไปทั่วออฟฟิศในบ่ายวันนั้น
ช่วงพักเที่ยง ห้องทำงานธีรัชหลังการประชุมจบลง นีรินกำลังจัดเอกสารเข้าที่ เธอไม่กล้ามองหน้าใครระหว่างเดินกลับขึ้นมาที่ห้องบอส
โดยเฉพาะสายตาแปลกๆ จากพนักงานบางคนที่ดูเหมือนเริ่มตั้งข้อสังเกตได้แล้ว
“นั่งก่อนสิ”
เสียงเรียบๆ ดังขึ้นเบาๆ จากปลายโต๊ะ ธีรัชนั่งพิงพนักเก้าอี้ มือยังคงวางแฟ้มงานอยู่บนโต๊ะ
เขามองเธอด้วยสายตาสงบนิ่งอย่างเคย แต่แววตานั้นมีประกายซ่อนอยู่เล็กๆ เหมือนคนรู้ตัวว่าทำพลาดแบบน่ารักๆ
นีรินค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด
“เมื่อเช้า…ทำไมเผลอเรียกตัวเองว่า ‘พี่’ ต่อหน้าคนอื่นคะ”
เธอพูดเสียงเบา พยายามยิ้มกลบความเขิน แต่ดวงหน้าแดงๆ ก็ฟ้องชัดเจนว่าเธอไม่สามารถปิดอาการได้เลย
ธีรัชยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนจะเอียงตัวไปพิงแขนบนพนักเก้าอี้ แล้วมองเธอด้วยสายตาอบอุ่นปนขำ
“อืมเผลอจริงๆ”
เขาพูดแค่นั้น ก่อนจะหยุดไปครู่หนึ่งแล้วเสริมเบาๆ
“แต่พี่ก็เรียกแบบนี้กับรินเป็นประจำอยู่แล้วนี่แค่ลืมไปว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย”
นีรินเบิกตากว้างนิดๆ ใจเธอกำลังเต้นแรงอีกครั้ง โดยไม่เข้าใจว่าเพราะความเขินหรือเพราะ คำว่า “พี่”
ที่เขาพูดขึ้นมาเต็มปากเต็มคำแบบไม่มีหลบสายตา
“จะให้พี่ปรับเปลี่ยนวิธีเรียกใหม่ก็ได้นะ”
ธีรัชพูดต่อ น้ำเสียงยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม “ถ้ารินไม่สบายใจ”
เธอส่ายหน้าเร็ว “ไม่ค่ะ ไม่เป็นไรเลย แค่ตกใจเฉยๆ”
เขายิ้มกว้างขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดเบาๆ แต่หนักแน่น
“งั้นก็เรียกพี่ต่อไปนะ”
เพียงแค่นั้นความเงียบอบอุ่นก็ปกคลุมไปทั่วห้องทำงาน เหมือนคำพูดธรรมดาๆ
ของเขา กำลังสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้หัวใจของเธอได้พักพิงอยู่ข้างๆ กัน
หลังจากเสร็จงาน ทั้งคู่เดินออกมาจากออฟฟิศในช่วงเย็น ธีรัชตัดสินใจพานีรินไปทานมื้อเย็นที่ร้านอาหารหรูในย่านใจกลางเมือง
ซึ่ง บรรยากาศอบอุ่น มีแสงไฟสลัวๆ ตกแต่งอย่างลงตัว เสียงเพลงคลอเบาๆ ทำให้รู้สึกถึงความสงบและโรแมนติกที่แทรกอยู่ในอากาศ
“วันนี้เหนื่อยไหม” ธีรัชถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ขณะที่เขากำลังหยิบเมนูให้เธอ
“ก็...ไม่มากค่ะ แต่ว่าก็แอบเหนื่อยหน่อย” นีรินยิ้มบางๆ ตอบเสียงเบา แต่เธอก็แอบรู้สึกดีที่ได้ออกมาใช้เวลาในช่วงเย็นกับเขา
ทั้งสองนั่งลงในที่นั่งริมหน้าต่างที่มองเห็นวิวเมืองสวยๆ ธีรัชสั่งอาหารและไวน์เลิศรส ก่อนจะยกแก้วขึ้นพูดอย่างนุ่มนวล
“ทานเยอะๆ นะ”
นีรินมองหน้าเขาแล้วรู้สึกอบอุ่นในใจ เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มานั่งทานมื้อเย็นกับเขาในบรรยากาศแบบนี้
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม
“ขอบคุณค่ะพี่แซน”
พวกเขาคุยกันไปเรื่อยๆ เรื่องงานและชีวิตส่วนตัว ธีรัชเป็นคนที่น่าคบมากขึ้นเรื่อยๆ และนีรินเริ่มรู้สึกสบายใจมากกว่าที่ผ่านมา