ยายเฉิ่มโดนวางยา

1638 Words
ธีรัชวางร่างของนีรินอย่างเบามือบนโซฟาในห้องรับแขกในห้องเขา ก่อนจะถอดเสื้อสูทตัวเองออกแล้วห่มให้เธอด้วยความเป็นห่วง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ความสับสน และ ความหวงที่เอ่อล้นอยู่เต็มอก "คีย์ ติดต่อไอ้พัชเร็ว ฉันต้องการดูกล้องวงจรปิดของบาร์นั่นตอนช่วงที่นีรินดื่มอะไรไป" เสียงของเขานิ่งเรียบ แต่แฝงด้วยแรงอารมณ์ที่ปิดไม่มิด คีย์พยักหน้า "ครับบอส เดี๋ยวผมโทรเลย" ไม่ถึงสิบนาที หน้าจอไอแพดของธีรัชก็ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดในบาร์โฮส เพื่อนของเขาที่เป็นเจ้าของบาร์คงรู้ดีว่าไม่ควรขัดคำขอจากธีรัช ธีรัชนั่งลงใกล้ๆ จ้องหน้าจอด้วยแววตาคมเข้ม เขาเห็นช่วงเวลาที่นีรินรับแก้วเครื่องดื่มจาก ผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้อยู่ในกลุ่มของเธอ ผู้ชายคนนั้นแกล้งชนมีนาเบาๆ แล้วแอบเอาแก้วใหม่ไว้ตรงหน้าของนีริน ก่อนจะเดินหายไปในกลุ่มฝูงชน "ซูมตรงนั้น คนนั้น ใส่เสื้อเชิ้ตสีกรม" ธีรัชพูดอย่างชัดเจน คีย์จ้องภาพแล้วจดจำหน้าได้ทันที "เจอแล้วครับ ชื่อมันคือเก่ง เป็นพวกชอบหลอกผู้หญิงเมาในผับ แถมมีข่าวเรื่องวางยามาหลายครั้งแล้วครับ" ธีรัชกัดกรามแน่น มือกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ข้อมือปูดขึ้นมา "จัดการมัน คีย์ อย่าให้มันได้แตะผู้หญิงคนไหนอีกโดยเฉพาะนีริน" เสียงของเขานิ่ง แต่มีน้ำเสียงของความดุดันจนคีย์รู้ว่าห้ามประมาท "รับทราบครับบอส" คีย์รับคำอย่างไม่มีลังเล ก่อนจะเดินออกไปจัดการตามคำสั่ง ธีรัชนั่งมองนีรินที่นอนหลับพริ้ม สีหน้าซีดเซียวจนใจเขาหล่นวูบ เขาไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรเท่าตอนเห็นเธอหมดสติกลางผับอีกแล้ว มือหนาเอื้อมไปลูบผมนุ่มของเธอเบาๆ อย่างปลอบโยน "คุณทำให้ผมกลัวแทบบ้าเลยรู้ไหมนีริน" เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าลงไปแตะแก้มเธออย่างแผ่วเบา ภายในห้องรับแขกที่มีเพียงแสงไฟสีส้มนวลส่องอยู่ เงียบสงบพอจะได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของคนบนโซฟา ร่างบางของนีรินยังคงนอนนิ่ง ใบหน้าซีดเซียวเริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นทีละน้อย แก้มเธอขึ้นสีจัดจนผิดสังเกต ลมหายใจถี่เร็วผิดจากตอนหลับธรรมดา ธีรัชนั่งอยู่ไม่ห่าง เขาสังเกตความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่วางตา "ริน" เขาเรียกเสียงแผ่ว โน้มตัวเข้าไปใกล้ ยกหลังมือแตะหน้าผากของเธอร้อน "เธอร้อนเป็นไฟเลย" เขาพึมพำ หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ดวงตาของนีรินขยับน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ แต่สายตาเธอกลับพร่าเลือน แววตาเต็มไปด้วยความสับสนปนวาบหวาม “บอส” เสียงเธอแผ่ว ราวกระซิบ ลมหายใจติดขัด “ฉัน... ฉันรู้สึกร้อน... ช่วย... ได้ไหมคะ” ธีรัชชะงัก ใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อมือเรียวของเธอยกขึ้นเกาะปลายแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ดวงตาเธอเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่แม้เจ้าตัวอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังรู้สึกอะไร “มันเป็นฤทธิ์ยาแน่” เขาเค้นเสียงต่ำ กัดฟันกรอดพยายามสะกดตัวเองไม่ให้เผลอใจไปตามสัญชาตญาณที่กำลังเร่าร้อนขึ้นมาด้วยเช่นกัน “ริน ฟังผมนะ คุณกำลังไม่ได้สติ” เขาเอ่ยเสียงเข้ม พยายามดันตัวเองลุกขึ้นจากโซฟา แต่มือบางกลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น สายตาที่อ้อนวอนคู่นั้นกำลังจะฆ่าเขาทางอ้อม “อย่าไป… อยู่ใกล้ๆ ได้ไหมคะ” เธอพึมพำ หน้าแดงจัด ซุกหน้าลงกับแผ่นอกของเขาอย่างไม่รู้ตัว ธีรัชหลับตาแน่น กัดกรามเพื่อสะกดอารมณ์เขาสาบานได้ว่าไม่เคยต้องสะกดใจตัวเองขนาดนี้มาก่อน เขากอดเธอไว้แน่น แต่แผ่วเบาราวกับกลัวเธอแตกสลาย “ผมอยู่ตรงนี้รินผมจะไม่ไปไหน” แม้ร่างกายของเขาจะสั่นไปทั้งแถบ แต่ก็ยังคงใช้ไหล่ของตัวเองให้เธอพิงพัก คืนนี้ เขาจะอดทนแม้ว่าเธอจะมีผลกับหัวใจของเขาได้มากเกินไปแล้วก็ตาม ภายในห้องนอนกว้าง แสงไฟหัวเตียงส่องสลัวร่างเล็กของนีรินนอนขดตัวอยู่บนเตียงอย่างอ่อนแรงในชุดเดรสที่เธอใส่ไปบาร์กับเพื่อนสาว ธีรัชนั่งอยู่ข้างเตียง ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าที่แดงจัดของเธอด้วยความเป็นห่วง ใจเขาเต้นถี่เร็ว และทุกลมหายใจของเธอที่กระเพื่อมบนผ้าห่มก็บีบหัวใจเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ “บอส” เสียงแผ่วของเธอดึงเขากลับมาอีกครั้ง ดวงตาเธอที่มองมาช่างอ้อนวอน และหวั่นไหว “ค่ะ…ร้อน… ช่วยหน่อยนะคะ” เสียงเธอสั่น หายใจหอบเล็กน้อย ขาเรียวยกขึ้นเสียดสีเนื้อผ้ากับผ้าห่มโดยไม่รู้ตัว ธีรัชกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ความอดทนที่เคยแข็งแกร่งเริ่มสั่นคลอนรุนแรง “นีรินอย่ามองผมแบบนั้น” เขาพึมพำ เสียงแหบพร่า มือข้างหนึ่งเอื้อมไปแตะข้างแก้มของเธอเบาๆ “แต่ฉัน... ฉันร้อนมากจริงๆ” ดวงตาเธอฉ่ำหวาน เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาการที่เกิดขึ้นกับเธอมันยิ่งกว่าคำว่าอ้อนวอน ร่างกายของเขาตึงไปทั้งแถบ เขาโน้มตัวลงใกล้ เผลอไถปลายจมูกผ่านแก้มนวลของเธออย่างควบคุมไม่อยู่ “รู้ตัวไหม ว่าคุณกำลังทำให้ผมเป็นบ้า” เสียงเขาต่ำพร่า ลมหายใจร้อนจัดแนบชิดผิวเธอ เธอสบตาเขาด้วยดวงตาที่สั่นระริก แต่ไม่หลบหนีธีรัชไม่รออีกต่อไป เขาก้มลงปิดริมฝีปากของเธออย่างอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่กักเก็บมานาน รสจูบอ่อนหวานแต่เร่าร้อนจนหัวใจเต้นสะท้าน “อื้ม” เสียงเธอเล็ดลอดอย่างไม่รู้ตัว มือบางคว้าปกเสื้อของเขาไว้แน่น ร่างกายตอบสนองตามสัญชาตญาณ ธีรัชถอนจูบออกเพียงนิด ปลายจมูกยังคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเธอ ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้นของเธอ “บอกผมทีสิว่าคุณรู้สึกเหมือนกัน” นีรินหอบหายใจถี่ เสียงลมหายใจร้อนผ่าวสะท้อนอยู่ในอก สายตาพร่าเลือนจากฤทธิ์ยาที่ค่อยๆ ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย เสียงของเธอเบาแทบกระซิบแทบพร่าจนแทบจับความไม่ถนัด “ฉัน...ไม่รู้” เสียงสั่นระริก ริมฝีปากสั่นไหวเล็กน้อยขณะพึมพำต่ออย่างยากเย็น “แต่เวลาฉัน...ต้องการคุณ...บอส...ช่วยรินหน่อยนะ” เสียงของเธออ่อนแรงแทบไม่ต่างจากลมหายใจ ความร้อนจากร่างกายซึมผ่านปลายนิ้วที่สัมผัสกัน ความรู้สึกสับสน ไร้เรี่ยวแรงแต่เต็มไปด้วยความไว้วางใจสะท้อนในทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมา ธีรัชมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสะกดกลั้น เขาไม่แน่ใจว่าหัวใจของเขาเต้นแรงเพราะคำพูดของเธอ.. .หรือเพราะว่าเธอเอ่ยมันออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปราะบางและเชื่อใจเขาที่สุดในวินาทีนี้ ธีรัชยิ้มบาง ยกมือไล้ผมที่ปรกใบหน้าหวานอย่างแผ่วเบา นีรินไม่ตอบ เธอแค่ซุกหน้าลงกับอกเขาอย่างอายจัด หัวใจเต้นแรงรัวเหมือนจะระเบิด มือบางกำเสื้อเขาแน่นจนปลายนิ้วสั่น เสียงหัวใจ เธอดังสอดประสานกับจังหวะของเขาสื่อสารกันโดยไม่ต้องมีคำพูดใด เธอไม่ได้พูดแต่การกระทำของเธอคือคำตอบทั้งหมดที่เขาต้องการแล้ว ธีรัชโน้มหน้าลงจูบเบาๆ ที่ขมับของเธอ ก่อนจะค่อยๆ อุ้มร่างบางขึ้นในอ้อมแขน เขาทำอย่างทะนุถนอมราวกับเธอคือของล้ำค่าที่ต้องปกป้องไว้ด้วยหัวใจทั้งหมด เขาวางเธอลงบนเตียงคิงไซส์นุ่มแน่นอย่างระมัดระวัง แสงไฟจากโคมหัวเตียงทอประกายอบอุ่น สะท้อนผิวเนียนของเธอที่แดงเรื่อด้วยความเขินอายนีรินหันหน้าหนี สายตาสั่นไหวเมื่อรู้ว่าเขายังคงมองเธอไม่วางตา ธีรัชทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอเบาๆ “ผมจะไม่รีบร้อนจะไม่ทำให้คุณกลัว” เสียงของเขาทุ้มต่ำ แผ่วเบาแต่หนักแน่นราวกับสัญญา เธอหลับตาลงช้าๆ รับรู้ได้ถึงมืออุ่นๆ ที่สัมผัสเธออย่างอ่อนโยน ริมฝีปากของเขาแตะที่หน้าผากเธอ ก่อนจะเลื่อนลงมาแนบริมฝีปากเธออย่างนุ่มนวล แผ่วเบา ราวกับถามใจเธอซ้ำอีกครั้ง “อื้ออ “เสียงครางในลำคอ เมื่อเขาบดจูบอย่างเร่าร้อน มือสากอีกข้างลูบไล้ต้นขาเรียวเนียน เพียงไม่นานคนตัวใหญ่ก็ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของคนตัวเล็กออกจนหมด เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า ขาวเนียน สะอาดตา ก่อนที่จะจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง ริมฝีปากหนา ดูดเลียยอดอกสีอ่อนลิ้นร้ายปาดเลียจุกเม็ดเล็ก “อื้อออ บะ บอส อ๊า” เสียงหวานครางในลำคอ อยาดร้องห้ามก็อยากเหลือเกินเพราะเธอเองก็ต้องการเขา เพราะฤทธิ์ยา จำต้องปล่อยให้คนตัวโตทำตาใจตัวเอง ตักตวงความหวาน และสดใหม่ที่ไม่เคยผ่านมือชายใดจากร่างกายเธอ และในยามค่ำคืนนั้นซึ่งมีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่สื่อถึงกัน ร่างกายของพวกเขาประสานกันด้วยความรู้สึกไม่ใช่เพียงแค่ผิวกาย แต่ด้วยหัวใจที่เต้นไปในจังหวะเดียวกัน ความอ่อนโยนของเขาความไว้ใจของเธอ รวมกันเป็นค่ำคืนแสนหวาน ที่แม้เธอจะไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใด แต่ก็ชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำว่ารัก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD