หน้าอารามเล็กของวัดสือเสียงในยามเช้า มีร่างอรชรในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของสตรีผู้หนึ่งกำลังลงมือกวาดเศษใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาอย่างเงียบๆ ไม่เร่งรีบ จนกระทั่งแสงแดดเริ่มทวีความร้อนขึ้นหน้าอารามก็สะอาดสะอ้านพร้อมต้อนรับเหล่าผู้มีจิตศรัทธาเข้ามากราบไหว้องค์พระพุทธรูปที่อยู่ภายใน
"คุณหนู เหตุใดจึงแอบมากวาดใบไม้ที่นี่คนเดียวอีกแล้วเจ้าคะ" เสี่ยวหลันที่เดินมาพบคุณหนูของตนเอ่ยบ่นเบาๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปยื่นผ้าซับหน้าให้กับร่างบางที่เหงื่อหยดเล็กๆซึมตามกรอบหน้างาม "เช็ดเหงื่อก่อนเจ้าค่ะ"
"ขอบใจนะเสี่ยวหลัน" หยางหยุนเซียนไม่สนใจคำบ่น เพราะนางนั้นได้ยินนับครั้งไม่ถ้วนแล้วน่ะสิ ชินเสียแล้วล่ะนะ..
"งานที่โรงครัวเสร็จแล้วหรือ?" หญิงสาวเอ่ยถามเรื่องงานครัวที่พวกนางอาสาช่วยงานมาตลอดระยะเวลาที่มาอาศัยอยู่ที่นี่
นับตั้งแต่ที่นางออกจากจวนมาอาศัยอยู่ที่อารามชีในวัดแห่งนี้ก็ผ่านไปเกือบสองปีแล้ว ซึ่งนางไม่ได้กลับไปเหยียบที่จวนตระกูลหยางเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ตอนที่นางออกมาจากจวนได้ประมาณสองเดือนก็ได้ยินข่าวของหยางรั่วหรูที่ดังไปทั้งเมืองหลวง ข่าวว่านางสูญเสียบุตรในครรภ์เนื่องจากเกิดความเครียดหนักเพราะหลังจากที่แต่งเข้าสกุลหลิวไม่นานชาวบ้านก็ได้เห็นบ่าวในจวนสกุลหลิวมาซื้อยาบำรุงครรภ์
คนที่ข้องใจเรื่องการเปลี่ยนตัวเจ้าสาวมานานจึงได้รู้ว่าเป็นเพราะอะไร นางจึงถูกชาวเมืองรุมนินทาว่าเป็นสตรีแพศยายอมพลีกายให้ว่าที่คู่หมั้นของพี่สาวเพื่อแย่งเขามาครอบครอง
ยามที่นางได้ทราบข่าวจากท่านลุงโม่อีก็ได้ไม่ได้รู้สึกสะใจหรืออะไร ได้แต่เพียงเวทนาในชะตาชีวิตของอีกฝ่ายก็เท่านั้น
เป็นนางเลือกที่จะทำเช่นนั้นเอง
ส่วนเรื่องกิจการของนางนั้นนางได้ส่งจดหมายให้หลงจู้ของร้านเป็นที่เรียบร้อยว่าหากมีเรื่องอันใดก็ให้ส่งคนมาหาที่นี่ได้ทันที เรื่องการตรวจบัญชีของร้านเนื่องจากที่นี่ห่างจากเมืองหลวงพอสมควรดังนั้นจึงเปลี่ยนจากตรวจรายเดือนเป็นสามเดือนครั้ง ด้วยความที่นางมีลูกน้องที่ดีร้านสมุนไพรของนางก็ดำเนินกิจการได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหาใด
ในวันนั้นนางเดินทางมาถึงที่นี่โดยที่ไม่ได้แจ้งทางวัดล่วงหน้าแต่กลับได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าอาวาสโดยที่ไม่มีคำถามแม้แต่คำเดียว ตั้งแต่ตอนนั้นวัดสือเสียงก็กลายเป็นบ้านหลังที่สองของนาง และเนื่องด้วยที่วัดมีเพียงพระ เณร และแม่ชีไม่กี่รูป คนดูแลเรื่องอาหารก็เป็นชาวบ้านธรรมดาที่อาศัยอยู่ตีนเขาไปเช้าเย็นกลับ นางและเสี่ยวหลันจึงเป็นฝ่ายอาสาช่วยดูแลในเรื่องนี้อีกแรง
นอกจากนี้ก็ช่วยงานจิปาถะอื่นๆอย่างเช่นการทำความสะอาดบริเวณรอบๆวัดที่นางทำในวันนี้ ปกติแล้วนางจะมากับเสี่ยวหลันสองคน แต่ว่าวันนี้มีกลุ่มฮูหยินในเมืองหลวงเดินทางมาทำบุญเลี้ยงอาหารพระและแม่ชีในวัดโดยที่ขนวัตถุดิบสดใหม่ขึ้นมาทำที่นี่แล้วทางนั้นมีบ่าวรับใช้มาด้วย เสี่ยวหลันจึงห้ามไม่ให้นางไปช่วยงานครัว
"อีกประเดี๋ยวก็เสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ บ่าวเห็นว่าไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วจึงขอตัวออกมาหา"
"เช่นนั้นพวกเราก็กลับไปอาบน้ำแล้วไปช่วยพวกเขาถวายอาหารเถิดประเดี๋ยวจะไม่ทัน"
"จะดีหรือเจ้าคะคุณหนู" เสี่ยวหลันถามด้วยความกังวลเล็กน้อย เพราะรู้ว่าคุณหนูไม่ได้ชอบคลุกคลีกับคนอื่นมากนัก
"มีอะไรไม่ดีกัน เจ้าบอกเองมิใช่หรือว่าฮูหยินพวกนั้นเป็นแค่ฮูหยินพ่อค้า" นางพอจะรู้ว่าอีกฝ่ายกังวลเรื่องใด เพราะมีครั้งหนึ่งหลังจากที่พวกนางมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็มีฮูหยินขุนนางมากราบไหว้พระที่วัดแล้วพบตน คนเหล่านั้นพยายามพูดคุยถามเรื่องที่นางมาอยู่ที่นี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้นางรู้สึกอึดอัดและไม่ชอบใจ
ดังนั้นพอรู้ว่ามีคนมาในวันนี้เสี่ยวหลันจึงไม่อยากให้นางไปเจอคนเหล่านั้น แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะในเมื่อวันนี้คนดูแลประจำแจ้งล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวานว่าวันนี้เขาจะบุตรสาวตัวน้อยที่ไม่สบายเข้าเมืองไปหาหมอ ในฐานะที่พวกนางอยู่ที่นี่ก็ต้องคอยดูแลในส่วนนี้แทน ปกติเวลามีคนมาทำบุญนางก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยหรอก
อีกอย่างนางคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอย่างที่บ่าวรับใช้คนสนิทกังวลเพราะด้วยฐานะของนางกับคนเหล่าคนที่มานั้นต่างกันพอสมควร ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าซักไซ้ถามนางเหมือนอย่างฮูหยินขุนนางชั้นสูงพวกนั้นแน่
และก็เป็นดั่งที่หญิงสาวคิดเมื่อพวกนางสองคนไปถึงโรงครัวกลุ่มฮูหยินพ่อค้าที่นั่งพูดคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้บริเวณหน้าโรงครัวก็รีบลุกขึ้นทันที
"ไม่ทราบว่าพวกท่านมีอะไรติดขัดหรือไม่ หามีปัญหาอะไรแจ้งข้าได้เลย" หยางหยุนเซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ไม่มีปัญหาอะไรเจ้าค่ะคุณหนูหยาง ที่จริงเรื่องนี้พวกข้าและบ่าวจัดการกันเองได้ ไม่รบกวนท่าน" หนึ่งในนั้นเป็นฝ่ายตอบหญิงงามรุ่นลูกด้วยท่าทีเกรงใจ
ในเมืองหลวงล้วนทราบดีว่าหญิงสาวมาอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลานานและกลายเป็นผู้ดูแลวัด แต่พวกนางเป็นเพียงชนชั้นกลางจะกล้าใช้งานคุณหนูผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าได้อย่างไร ถึงแม้หญิงสาวจะเต็มใจก็เถอะ
หยางหยุนเซียนพยักหน้าแล้วเมื่อเห็นว่ากลุ่มคนตรงหน้าล้วนดูเกรงใจนางและไม่ได้มองนางด้วยสายตาที่ชวนอึดอัดจึงไม่คิดอะไรมากขอนั่งร่วมสนทนาด้วย
"เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วไม่ได้รบกวนอะไรเลยเจ้าค่ะ หากพวกท่านไม่รังเกียจข้าขอนั่งร่วมสนทนากับพวกท่านระหว่างรออาหารเสร็จจะได้หรือไม่?"
"ยินดีเจ้าค่ะ เชิญคุณหนูหยาง" เหล่าฮูหยินต่างพยักหน้ากับคำขอของหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม
ในสังคมพวกชนชั้นสูงนั่นไม่ค่อยชอบเสวนาหรือใกล้ชิดคนที่อยู่ต่ำกว่าตนเองหรอก ดังนั้นการที่คุณหนูหยางอยากนั่งร่วมวงกับพวกตนนั้นถือเป็นเรื่องที่ให้เกียรติมาก
แต่สำหรับหยางหยุนเซียนแล้วตัวนางที่ก็เป็นแม่ค้าเหมือนกันจะรังเกียจฮูหยินพวกนี้ได้อย่างไรกัน
หลังจากทั้งหมดนั่งลงแล้ว ผ่านไปสามอึดใจก็ยังไม่มีผู้ใดกล้าเปิดบทสนทนาจนหยางหยุนเซียน
"ไม่ทราบว่าพวกท่านมาทำบุญเนื่องด้วยเหตุอะไรหรือ?"
"ข้าและฮูหยินเหล่านี้ต่างมีบุตรชายเป็นทหารร่วมติดตามกองทัพองค์ชายรองและแม่ทัพโจวเสิ่นเหล่ยไปประจำการที่แดนเหนือ ช่วงนี้ได้ข่าวมาว่าที่นั่นเริ่มทะปะกันหนักขึ้นพวกข้าจึงรวมตัวกันมาทำบุญสวดมนต์อวยพรให้พวกเขาแคล้วคลาดปลอดภัยเจ้าค่ะ"
ร่างบางชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของใครบางคน ภาพบุรุษร่างสูงองอาจใบหน้าหล่อเหลาคมคายในครั้งนั้นลอยขึ้นมาในหัวของหยางหยุนเซียนทันที ชื่อนี้เหมือนผ่านเข้ามาในชีวิตของนางเพียงครั้งเดียวแล้วก็ผ่านไปไม่คิดว่าจะได้ยินข่าวคราวของเขาในวันนี้
ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ในฐานะที่นางเป็นชาวต้าฝูก็ได้แต่ส่งกำลังใจและภาวนาให้เขาปลอดภัยกลับมาเท่านั้น
จากนั้นหญิงสาวก็ได้แต่นั่งฟังเหล่าฮูหยินเล่าเรื่องสถานการณ์ในแดนเหนือตามที่พวกนางได้อ่านจากคำบอกเล่าของบุตรชายที่ผ่านมา จึงได้รู้ว่าที่นั่นเป็นสนามรบที่ร้อนระอุไม่ต่างจากกองเพลิง
พวกเผ่าอู๋หย่ารุกเข้าประชิดหนักขึ้นทุกวัน กระทำการอุกอาจส่งคนมาดักปล้นและเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปหลายสิบคนสร้างความเดือดดาลให้แก่ผู้นำกองทัพอย่างองค์ชายรองและแม่ทัพโจวเป็นอย่างยิ่ง องค์ชายรองมู่หรงอวิ๋นหยางประกาศกร้าวว่าจะจัดการนำศีรษะของอู๋หย่าเล่อผู้นำของชนเผ่าป่าเถื่อนนั่นมาล้างแค้นให้ต้าฝูให้จงได้
หยางหยุนเซียนที่ได้ฟังก็เริ่มคิดกับตนเงียบๆ ก่อนหน้านี้นางก็ได้ข่าวว่าราชสำนักซื้อหาเสบียงชุดใหม่พร้อมทั้งหยูกยาสมุนไพรรักษาที่จำเป็นส่งไปยังแดนเหนืออย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือกลุ่มทหารที่อยู่ทางโน้น ร้านของนางเอกก็เป็นหนึ่งในร้านที่ทางการเข้ามาเจรจาขอซื้อสมุนไพรบางส่วนเช่นเดียวกันและนางได้กำชับให้หลงจู้ขายให้คนของทางการถูกลงสามส่วนเพื่อเป็นการสนับสนุนและช่วยเหลือ ป่านนี้ข้าวของเหล่านั้นคงถึงที่นั่นแล้ว คาดว่าอีกไม่นานศึกใหญ่ของต้าฝูและอู๋หย่าคงจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้เป็นแน่...