หลังจากงานปักปิ่นของหยางหยุนเซียนผ่านไปราวเจ็ดวันก็มีจดหมายจากหลิวฮูหยินส่งถึงฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวว่าอยากให้เด็กทั้งสองได้ทำความรู้จักกันจึงขออนุญาตให้บุตรชายตนมารับคุณหนูใหญ่หยางไปรับประทานอาหารที่โรงเตี้ยมชื่อดังของเมืองหลวง
เหยาเสวี่ยอิงจึงได้เรียกหลานสาวมาพบแล้วแจ้งข่าวนี้ให้ทราบ
"พรุ่งนี้คุณชายรองหลิวจะมารับเจ้าไปทานอาหารที่โรงเตี้ยมเย่ฉิงยามอู่ (11.00-13.00) เจ้าเตรียมตัวให้พร้อมนะ"
หญิงสาวที่ถูกเรียกมาพบได้ฟังสิ่งที่คนเป็นย่าเอ่ยสั่งก็ได้แต่เพียงยิ้มรับแม้ว่าในใจจะไม่อยากไปก็ตาม เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วร่างบางก็เอ่ยขอตัวกลับไปที่เรือนเพื่อให้คนป่วยได้พักผ่อน
ในวันรุ่งขึ้นร่างบางตื่นขึ้นมาตามเวลาปกติใช้เวลาตอบจดหมายหลงจู้ของร้านเรื่องการสั่งซื้อสมุนไพรชุดใหม่ฆ่าเวลา เมื่อใกล้ถึงเวลานัดหมายบ่าวรับใช้คนสนิทอย่างเสี่ยวหลันก็เอ่ยเตือน หญิงสาวจึงได้ตรวจสอบความเรียบร้อยของตนแล้วออกไปลาฮูหยินผู้เฒ่าที่เรือนใหญ่ก่อนจะออกไปรอคนมารับที่หน้าจวน
ไม่นานรถม้าคันใหญ่ก็แล่นมาจอดที่หน้าประตูจวนพร้อมกับร่างสูงของหลิวชางที่เดินลงมา
"คุณหนูใหญ่" เสียงทุ้มเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มที่ทำให้บรรดาสตรีทั้งหลายหลงใหล
หลังจากกลับไปจวนวันงานปักปิ่นนั้นมารดาก็เอ่ยกับเขาตามตรงว่าหมายมั่นจะให้หยางหยุนเซียนมาเป็นภรรยาของเขา เดิมทีเขาคิดว่าจะเอ่ยคัดค้านอย่างที่เคยทำมาตลอดหากแต่นึกหวนถึงใบหน้างดงามนั้นก็ตัดใจไม่ลง ไม่ว่าบุรุษผู้ใดก็ย่อมอยากครอบครองสตรีงามแม้จะไม่ได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่ได้เอ่ยปฏิเสธคำสั่งของมารดาในครั้งนี้
"คุณชายรองหลิว" ศีรษะเล็กก้มลงเล็กน้อยเป็นการทักทายกลับตามมารยาทไม่ได้มีท่าทีเคลิบเคลิ้มไปกับรอยยิ้มที่อีกฝ่ายส่งมาให้
ทำเอาหลิวชางรู้สึกเสียความมั่นใจไม่น้อย แต่ชายหนุ่มก็แสร้งเป็นกระแอมไอผายมือเชิญสตรีตรงหน้าขึ้นรถม้าแทน
"เชิญคุณหนูใหญ่"
หญิงสาวพยักหน้าและในขณะที่กำลังจะเดินขึ้นไปยังรถม้าคันใหญ่เสียงเล็กแหลมของใครบางคนก็ดังมาจากด้านหลังเสียก่อน
"พี่ใหญ่กำลังจะออกไปข้างนอกกับใครหรือเจ้าคะ?"
ทั้งคู่หันไปมองเจ้าของเสียงก็พบว่าเป็นหยางรั่วหรูที่แต่งกายด้วยชุดงดงามคล้ายว่ากำลังจะออกไปข้างนอกเช่นกัน
"อ๊ะ คุณชายรองหลิว" หยางรั่วหรูที่แสร้งพึ่งเห็นว่าบุรุษที่มารับพี่สาวต่างมารดาคือใครก็เอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายตาโต
หลิวชางเห็นหญิงสาวที่ตนนึกเอ็นดูก็รีบยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ทันที "รั่วหรู บอกแล้วไงว่าให้เรียกพี่หลิวชางเฉยๆก็ได้" เพราะวันนั้นระหว่างที่เดินไปยังห้องโถงทำพิธีทั้งสองคนก็ได้พูดคุยกันเล็กน้อย อีกฝ่ายเอาแต่เรียกคุณชายรองหลิวๆ อยู่อย่างนั้นเขาเลยเสนอว่าให้เรียกชื่อเขาก็พอ
หยางรั่วหรู่ที่ถูกเรียกชื่ออย่างสนิทสนมก็แก้มแดงปลั่งมีท่าทางเคอะเขินอย่างน่าเอ็นดูในสายตาของหลิวชาง กิริยาของหญิงสาวมันทำให้เขารู้สึกมั่นใจขึ้นมาว่ารอยยิ้มของตนยังคงส่งผลต่อสตรีอยู่
"เจ้าค่ะ พี่หลิวชาง ว่าแต่พวกท่านกำลังจะออกไปที่ใดกันหรือเจ้าคะ? แล้วออกไปทำอะไร?" เสียงแหลมเอ่ยถามด้วยหน้าตาใสซื่อ
คิ้วงามของหยางหยุนเซียนขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเตือนน้องสาวด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ "น้องรอง เจ้าถามคำถามเช่นนี้กับคุณชายรองหลิว ไม่ควรกระมัง"
คนที่ไม่ได้สนิทสนมกันเป็นการส่วนตัวการที่ตั้งคำถามสอดรู้เช่นนี้ถือว่าเป็นการเสียมารยาท นี่เป็นมารยาทขั้นพื้นฐานของชนชั้นสูงที่หยางรั่วหรูพึงต้องรู้ แล้วยิ่งคนตรงหน้าคือบุรุษจากตระกูลใหญ่เรื่องนี้นับว่าเสียมารยาทยิ่ง นางจำเป็นต้องตำหนิหยางรั่วหรูเพื่อรักษาชื่อเสียงของจวน มิเช่นนั้นมีฝ่ายจะเอาไปพูดได้ว่าตระกูลหยางไม่อบรมมารยาทลูกหลาน
หยางรั่วหรูที่รู้ความหมายในสิ่งที่พี่สาวเอ่ยก็หน้าซีดเผือดก่อนจะหันไปเอ่ยกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ขะ..ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นนะเจ้าคะพี่หลิวชาง ข้าแค่..ข้าแค่ ฮึก!" เสียงของสตรีร่างเล็กขาดหายไปแทนที่ด้วยเสียงสะอื้นและหยาดน้ำตาที่หลั่งรินบนใบหน้า
ภาพหญิงสาวบอบบางก้มหน้าหลั่งน้ำตาเพราะโดนตำหนิตรงหน้าทำให้หัวใจบัณฑิตหนุ่มรู้สึกสงสาร ก่อนจะลอบมองสตรีอีกคนด้วยสายตาไม่ชอบใจนักแต่ก็เก็บอาการเอาไว้ก่อนจะรีบเอ่ยช่วยหญิงสาวที่ยืนร่ำไห้อยู่
"คุณหนูใหญ่ข้าไม่ถือสา นางคงไม่ได้ตั้งใจ เพียงแค่อยากถามเท่านั้น" หลิวชางบอกคนที่ตำหนิน้องสาวก่อนจะเอ่ยกับหยางรั่วหรูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "รั่วหรูหยุดร้องเถิด ข้าไม่ถือโทษเจ้า"
"น้องรองรีบขอบคุณคุณชายรองหลิวเร็วเข้า"
"ขะ..ขอบคุณ ฮึก..พี่หลิวชางเจ้าค่ะ" ร่างเล็กเอ่ยขอบคุณทั้งที่ยังสะอื้น
ใบหน้างามพยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะหันไปเอ่ยกับชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มตามมารยาทว่า "พวกเรารีบไปกันเถิดเจ้าค่ะ นี่ก็ใกล้จะยามอู่แล้ว" จะได้รีบไปรีบกลับสักที ประโยคนี้หยางหยุนเซียนไม่ได้เอ่ยออกไปเพียงแค่เอ่ยในใจเท่านั้น
อีกอย่างคือนางไม่อยากจะยืนชมงิ้วจากน้องสาวต่างมารดาแล้ว
"อืม ถ้าเช่นนั้นเชิญคุณหนูใหญ่ขึ้นรถม้าไปก่อน" หลิวชางเอ่ยตอบด้วยสีหน้าอึมครึมเนื่องจากไม่พอใจในการกระทำที่ดูไม่แยแสของหญิงสาวได้แต่มองหญิงงามเดินขึ้นรถม้าไป ก่อนที่จะหันไปหาร่างเล็กของสตรีอีกนางที่ยืนใช้มือเช็ดน้ำตาป้อยๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"รั่วหรู ข้าต้องไปแล้ว ไว้วันหลังเราค่อยพบกันใหม่"
"เจ้าค่ะ" ศีรษะเล็กพยักหน้าหงึกหงักทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ
ทำให้คนมองรู้สึกเอ็นดูปนสงสารยิ่งนักและเมื่อนึกถึงว่าตนจะต้องพาหยางหยุนเซียนไปทานอาหารตามคำสั่งมารดาชายหนุ่มก็รู้สึกไม่อยากไปเลยจริงๆ
แต่สุดท้ายร่างสูงของชายหนุ่มก็ได้แต่เอ่ยลาหญิงสาวอีกคนแล้วเดินขึ้นรถม้าไป
โดยที่มีสายตาของคนที่พึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อครู่มองท้ายรถม้าหรูคันใหญ่ที่แล่นไปด้วยแววตาริษยา
"ไปกันเถิดผิงผิง" หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นก่อนจะเอ่ยกับบ่าวรับใช้ของตนแล้วเดินไปขึ้นรถม้าของจวนสกุลหยางเพื่อออกไปทำตามแผนการที่นางและมารดาได้ตระเตรียมกันเอาไว้
เจ้าทำตัวสูงส่งไปเถิดประเดี๋ยวข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าการตกจากที่สูงนั้นเจ็บปวดขนาดไหน ผู้ที่จะต้องแต่งเข้าจวนสกุลหลิวต้องเป็นข้า หยางรั่วหรูผู้นี้เท่านั้น!
"คุณหนูใหญ่จะรับของหวานหรือไม่" หลิวชางเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าอย่างเอาใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบ
ตั้งแต่ที่นั่งรถม้าจากจวนสกุลหยางจนถึงโรงเตี้ยมหรือแม้กระทั่งระหว่างทานอาหารร่วมกัน ชายหนุ่มพยายามแสดงออกถึงความเอาใจหญิงสาวนับครั้งไม่ถ้วน นอกจากนี้ยังพยายามชวนพูดคุยหลายต่อหลายหนสตรีตรงหน้าก็ทำเพียงแค่ตอบกลับมาตามมารยาทพร้อมกับส่งรอยยิ้มน้อยๆมาให้และไม่ชวนต่อบทสนทนาใดๆ
มันทำให้คนที่มีความมั่นใจอย่างหลิวชางรู้สึกหงุดหงิดและไม่พอใจเป็นอย่างมาก หากเป็นสตรีนางอื่นอย่างเช่นหยางรั่วหรูน้องสาวของอีกฝ่ายก็คงจะพูดคุยกับเขาด้วยท่าทางเขินอายน่ามอง เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วถึงหยางรั่วหรูจะงดงามไม่เท่าสตรีตรงหน้าแต่เขากลับรู้สึกชอบอีกฝ่ายมากกว่า
"ขอบคุณคุณชายรองหลิว แต่ข้าอิ่มแล้วเจ้าค่ะ" เสียงอันไพเราะบอกปัด
หลิวชางที่ถูกปฏิเสธอีกครั้งแววตาก็คล้ายจะหมดความอดกลั้นจึงได้เผลอตอบกลับเสียงห้วนพร้อมเอ่ยกับบ่าวรับใช้คนสนิทที่ยืนอยู่มุมห้อง "เช่นนั้นก็ตามใจคุณหนูใหญ่ หลงไจ้ไปตามเสี่ยวเอ้อร์มาคิดเงิน"
หยางหยุนเซียนยกชาขึ้นจบระหว่างรอเสี่ยวเอ้อร์ของร้านคิดเงินค่าอาหาร ดวงตาคู่งามเหลือบมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย
หลังจากที่ได้พูดคุยกับอีกฝ่ายก็พบว่าหลิวชางผู้นี้นั้นเป็นบุรุษที่มีนิสัยโอ้อวดตนเองและชอบเสแสร้ง ดูจากการที่ระหว่างทางมายังโรงเตี้ยมที่นางเพียงแค่ถามเรื่องการสอบของอีกฝ่ายตามมารยาททว่าเขากลับสาธยายให้นางฟังแต่เรื่องที่ตนเองสอบได้เป็นอั้นโส่ว เล่าว่าตนเองผ่านความยากลำบากมามากแค่ไหนกว่าจะได้ตำแหน่งนี้และได้คะแนนในการสอบสูงกว่าใครๆ แถมยังเรื่องที่อีกฝ่ายหูเบาเชื่อคนง่ายอีก
เท่านี้นางก็รู้แล้วว่าบุรุษผู้นี้ไม่เหมาะสมกับนางแม้แต่น้อย ไม่ใช่เรื่องฐานะหรือความสูงส่งหรืออะไร แต่เป็นเพราะนิสัยของอีกฝ่ายต่างหาก ถ้าได้บุรุษผู้นี้มาเป็นสามีชีวิตต่อจากนี้ของนางแม้จะสุขสบายในฐานะฮูหยินของคุณชายรองตระกูลหลิว อนาคตก็อาจจะกลายเป็นฮูหยินของขุนนางระดับสูงคนหนึ่งแต่ก็คงไม่มีวันมีความสุข เพราะฉะนั้นนางจะต้องหาทางทำให้งานหมั้นหมายของหลิวชางและนางไม่มีวันเกิดขึ้น
ดังนั้นแผนการขั้นแรกก็คือจะต้องทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดจนไม่อยากใกล้ชิดนาง
"คุณหนูใหญ่มีที่ที่อยากไปหรือไม่" หลิวชางฝืนใจถามอีกครั้ง
"ไม่เจ้าค่ะ ข้าอยากกลับจวนไปดูแลท่านย่า"
"ถ้างั้นข้าจะไปส่งคุณหนูใหญ่" ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มที่พยายามปั้นแต่งให้ดูอ่อนโยนแต่ในใจนั้นสบถต่อว่าสตรีตรงหน้าไปแล้วหลายคำ
"เจ้าค่ะ"
เมื่อคุยกันเสร็จทั้งสองก็ลงไปข้างล่างและขึ้นรถม้าแล้วเดินทางกลับจวนสกุลหยางหลังจากออกมาได้เพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น ไม่นานก็ถึงหน้าจวนตระกูลหยาง หลิงชางลงไปส่งหยางหยุนเซียนจากนั้นก็เอ่ยลากันตามมารยาท ชายหนุ่มส่งร่างบางเดินเข้าจวนตนเองก็เดินขึ้นรถม้า
ทันทีที่เข้ามาอยู่ในที่ส่วนตัวใบหน้าอ่อนโยนนุ่มนวลก็หายไปในทันทีเหลือเพียงใบหน้าที่มีแต่ความหงุดหงิดและไม่พอใจในสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้
ไม่ว่าเมื่อไหร่ตนก็มักจะได้รับสายตาชื่นชมและหลงใหลจากบรรดาสตรีที่เคยพบเสมอมามีเพียงหยางหยุนเซียนผู้นี้ที่ไม่มีท่าทีอะไรกับเขาเลย
เหอะ! สตรีตาต่ำ ข้าหลิวชางผู้นี้เป็นถึงว่าที่ขุนนางชั้นสูงในอนาคตกลับไม่แสดงท่าทีอยากสานสัมพันธ์ด้วย ไม่รู้ว่าเอาอะไรทำสมอง เห็นทีจะมีดีแค่งามเท่านั้นแหละ ไม่คู่ควรกับเขาสักนิด เรื่องการหมั้นหมายเขาจะพูดคุยกับมารดาอีกที
แม้รถม้าจะแล่นออกมาจากสกุลหยางนานพอสมควรแล้วชายหนุ่มก็ยังไม่คลายความหงุดหงิด เขาจึงเลิกผ้าม่านหน้าต่างรถม้าขึ้นเพื่อมองวิวด้านนอก แต่เมื่อรถม้าขับผ่านมาถึงถนนเส้นที่จะไปทางจวนของตนกลับพบร่างเล็กของใครบางคนที่ตนพึ่งเจอไปเมื่อตอนเที่ยงยืนอยู่ข้างรถม้าที่จอดนิ่งสนิทที่อีกฝั่งของถนน
"หยุดม้าก่อน" ชายหนุ่มสั่งคนของตนจากนั้นก็ลงจากรถม้าแล้วเดินตรงไปหาหญิงสาวที่สวมอาภรณ์สีชมพูที่ยืนหน้ามุ่ยหลบแดดอยู่ข้างกำแพงและมีบ่าวชายที่เป็นคนขับรถม้ากำลังซ่อมแซมอะไรบางอย่างอยู่
"รั่วหรู" หลิวชางส่งเสียงเรียกอีกฝ่าย ใบหน้าเล็กหันมาตามเสียงตนเรียกแววตามีร่องรอยความดีใจปนขัดเขินในนั้นมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกมีความมั่นใจขึ้นมาหลังจากที่เจอสตรีเช่นหยางหยุนเซียน
เวลาสตรีพบหน้าเขาต้องมีกิริยาเช่นนี้สิจึงจะถูกต้อง ไม่ใช่อย่างที่สตรีนางนั้นแสดงออก
"เกิดอะไรขึ้น?" ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมแสดงท่าทีเป็นห่วง
ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยน้ำใสๆก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ข้าพึ่งกลับมาจากไปพบสหาย ทว่าจู่ๆรถม้าก็เกิดเสียเจ้าค่ะ ข้าส่งคนไปตามคนที่จวนมาช่วยตั้งแต่ครึ่งชั่วยามแล้วแต่ยังไม่มีคนมา"
ร่างสูงที่ได้เห็นสีหน้าที่คล้ายจะร่ำไห้ของสตรีร่างบางก็รู้สึกสงสารจึงได้กล่าวออกไปว่า
"เช่นนั้นขึ้นรถม้าข้า ข้าจะไปส่งเจ้าเอง"
"ได้อย่างไรเจ้าคะ มิใช่ว่าพี่หลิวชางออกมากับพี่ใหญ่หรือ ข้าไม่อยากรบกวน" สีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความเศร้าพลางมองเลยไปยังด้านหลังตรงจุดที่รถม้าของชายหนุ่มจอดอยู่สายตาหวั่นเกรง
หลิวชางที่มองอยู่ก็ได้แต่เกิดความรู้สึกสงสารอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นี่นางคงจะกลัวพี่สาวดุด่าเหมือนเมื่อตอนกลางวันอีกกระมัง
ชายหนุ่มส่ายหน้า "ข้าไปส่งพี่สาวเจ้ากลับจวนแล้ว ไม่ต้องกลัว ไปเถอะ ทิ้งรถม้ากับบ่าวผู้นั้นไว้ที่นี่ประเดี๋ยวให้คนของจวนสกุลหยางมาจัดการ"
หยางรั่วหรูมีท่าทีชั่งใจเล็กน้อยสุดท้ายก็พยักหน้าตอบรับด้วยสีหน้าเกรงใจไม่จางหายเรียกบ่าวรับใช้คนสนิทแล้วเดินตามร่างสูงไป
ไม่นานรถม้าคันใหญ่ก็วนกลับมาที่เดิมอีกรอบหนึ่ง
"ขอบคุณพี่ชางหลิวที่เสียสละเวลามาส่งข้านะเจ้าคะ" ร่างบางย่อกายขอบคุณชายหนุ่มอย่างแช่มช้อย
"ไม่เป็นไร เข้าจวนเถิดตรงนี้อากาศร้อน" ชายหนุ่มกล่าวพร้อมส่งยิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาวอย่างที่ตนเคยทำเพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเอง ซึ่งมันก็ทำให้หญิงสาวเขินอายหน้าขึ้นสีอย่างที่ต้องการ
"จะ..เจ้าค่ะ ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ" หยางรั่วหรูเอ่ยลาด้วยใบหน้าแดงก่ำก่อนจะรีบวิ่งเข้าจวนไปอย่างเสียกิริยา
หลิวชางที่เห็นอาการของหญิงสาวก็ยิ้มหน้าบานแล้วขึ้นรถม้ากลับจวนด้วยอารมณ์แจ่มใส
รั่วหรูน่ารักมากจริงๆ
ทางด้านหญิงสาวที่ทำทีเป็นวิ่งหนีเข้าจวนนั้นเมื่อรถม้าคันใหย๋จากไปก็หยุดเดินแล้วหันไปมองประตูจวนเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามกับสาวใช้ของตนด้วยท่าทีอยากรู้
"เป็นอย่างไรบ้าง เมื่อครู่พี่หลิวชางแสดงสีหน้าอย่างไร?"
"คุณชายรองหลิวมีสีหน้าเอ็นดูคุณหนูมากเจ้าค่ะ แถมยังยิ้มกว้างเดินกลับขึ้นรถม้าอีกด้วย"
"ดี ข้าจะต้องทำให้เขาตกหลุมรักข้าให้ได้" ริมฝีปากที่แต้มชาดสีอ่อนยิ้มกระหยิ่ม ก่อนจะเดินกลับเรือนไปด้วยความพอใจเมื่อแผนของตนเป็นไปได้ด้วยดี
เหตุการณ์ที่หลิวชางมาส่งหยางรั่วหรูนั้นมีหลายคนที่ผ่านไปมาพบเห็น ซึ่งในหลายคนนั้นก็มีคนเห็นว่าคุณชายสูงศักดิ์ผู้นี้เคยมาส่งคุณหนูใหญ่ก่อนหน้านี้ไม่นาน แล้วเหตุใดจึงได้มาส่งผู้เป็นน้องสาวของอีกฝ่ายอีกรอบได้เล่า? แถมยังดูใกล้ชิดกันมากอีกด้วย
ดวงตาของหญิงชาวบ้านผู้นิยมเรื่องสนุกพลันวาววับเมื่อนึกถึงสิ่งที่อาจเป็นไปได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่พ้นถูกนางนำเอาไปพูดคุยกลางวงสนทนากับสหายแม่ค้าที่ตลาดเกิดเป็นข่าวลือเล็กๆในเมืองหลวง