ตอนที่ 1 คุณหนูใหญ่ตระกูลหยาง

1605 Words
กลิ่นควันธูปคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงกว้าง เบื้องหน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่มีร่างเล็กของดรุณีน้อยอายุสิบสี่ปีผู้หนึ่งในอาภรณ์สีขาวสลับชมพูอ่อนปักลายกลีบดอกไห่ถังกำลังนั่งพนมมือสวดมนต์ภาวนาเงียบๆ โดยมีสาวใช้คอยอยู่เป็นเพื่อนไม่ห่างกาย บรรยากาศของการภาวนาเป็นไปอย่างเงียบงั้น เนิ่นนานกว่าที่เปลือกตาสีอ่อนจะลืมขึ้น เผยให้เห็นดวงตาสีดำสนิทที่ฉายแววราบเรียบไร้ความสดใสตามวัยอย่างที่ควรจะเป็น พลันประสาทสัมผัสทางหูก็ได้ยินฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งที่ใกล้เข้ามานางจึงไม่คิดที่จะอยู่ต่อ ร่างเล็กก้มลงกราบพระพุทธรูปสามครั้งก่อนจะลุกขึ้นโดยการประคองของสาวใช้คนสนิทก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ "พวกเรากลับกันเถอะ" "เจ้าค่ะคุณหนู" เสี่ยวหลันเอ่ยรับคำคุณหนูของตนก่อนจะเดินตามผู้เป็นนายออกไป ทั้งสองเดินออกจากห้องโถงภาวนาของวัดนอกเมืองหลวงอย่างไม่เร่งรีบ เมื่อก้าวข้ามธรณีประตูออกมาก็พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินมาถึงพอดี ในฐานะที่เป็นผู้เยาว์ร่างบางจึงขยับเบี่ยงกายหลบทางให้คนทั้งหมดจากนั้นก็โค้งศีรษะลงหนึ่งครั้งเป็นการเคารพแล้วเดินจากไป "นั่นบุตรสาวบ้านใด? ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน" สตรีวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าสุดเอ่ยถามเมื่อแผ่นหลังเล็กที่ตรงสง่าได้หายไปจากสายตา แม้จะเป็นเพียงเด็กสาวที่ดูแล้วยังไม่ผ่านวัยปักปิ่นและมีผ้าปิดบังไปกว่าครึ่งหน้าทว่ารัศมีความงามสง่านั้นกลับเกินวัยไม่น้อย คาดว่าอีกไม่กี่ปีคงจะเป็นหญิงงามเฉิดฉายให้ผู้คนได้ชื่นชม ฮูหยินทั้งหลายต่างพากันส่ายหน้าเป็นการตอบว่าพวกนางเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จู่ๆหนึ่งในนั้นก็เอ่ยขึ้นเมื่อจดจำสาวใช้ข้างกายของสตรีคนเมื่อครู่ได้ "ข้าจำได้แล้ว นั่นน่าจะเป็นคุณหนูใหญ่สกุลหยางเจ้าค่ะ" ผู้ที่เป็นฝ่ายถามขมวดคิ้วด้วยความฉงน "คุณหนูใหญ่สกุลหยาง? มิใช่ว่าสกุลหยางมีบุตรสาวเพียงคนเดียวหรอกหรือ" เพราะที่เจอตามงานเลี้ยงสังสรรค์ของบรรดาฮูหยิน บุตรสาวของหยางฮูหยินไม่ใช่คนเมื่อครู่นี้ เมื่อได้เห็นท่าทีมึนงงสับสนของบรรดาฮูหยินทั้งสามคน ผู้ที่รู้เรื่องราวดีที่สุดจึงได้เริ่มเอ่ยเล่า "ทุกท่านที่พึ่งย้ายมาเมืองหลวงไม่นานคงจะไม่ทราบเรื่องนี้ ที่จริงแล้วรองเจ้ากรมหยางมีบุตรสาวสองคน คนเมื่อครู่เป็นบุตรสาวคนโตที่เกิดจากอดีตฮูหยินเจ้าค่ะ นางจากเมื่อห้าปีก่อน หากไม่ใช่ว่าข้าเคยไปงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งเขาเมื่อสองปีก่อนก็คงจำนางไม่ได้ ปกติคุณหนูใหญ่หยางมิค่อยออกมานอกจวนนัก สงสัยคงมาทำบุญสวดมนต์ภาวนากระมัง" นางได้ยินว่าช่วงนี้ฮูหยินผู้เฒ่าป่วยหนัก หลานสาวที่แสนกตัญญูอย่างหยางหยุนเซียนย่อมมาสวดภาวนาให้ผู้เป็นย่า เมื่อสองปีก่อนรองเจ้ากรมหยางยังเป็นเพียงผู้ช่วยรองเจ้ากรม สามีนางเป็นสหายขุนนางพรรคพวกเดียวกันกับอีกฝ่ายจึงได้รับเทียบเชิญ ครั้งนั้นจึงได้มีโอกาสเห็นใบหน้าของคุณหนูใหญ่สกุลหยางที่ไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นหน้าตั้งแต่มารดาอีกฝ่ายจากไป มิคาดว่าการพาเหล่าฮูหยินขุนนางที่ย้ายมาจากแดนไกลมาทำบุญที่วัดนอกเมืองครั้งนี้จะทำให้มีโอกาสได้พบเจอสตรีที่น่าสงสารผู้นี้ ผู้ใดล้วนต่างรู้ว่ารองเจ้ากรมหยางในขณะนั้นที่ยังเป็นเพียงขุนนางขั้นเจ็ดในกรมคลังแต่งงานกับมารดาของคุณหนูใหญ่เพราะสัญญาระหว่างสองตระกูล บิดาของทั้งสองเป็นสหายสนิทหมายให้สองครอบครัวเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวจึงได้ทำสัญญาว่าจะให้ลูกๆของตนแต่งงานกัน ทว่าหยางเอ้อร์ซวนนั้นมีคนรักอยู่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของบิดาตนเองได้จึงจำใจแต่งอวี๋เจียวซินบุตรสาวของสหายบิดามาเป็นฮูหยินเอก และหลังจากนั้นเพียงสามวันก็รับจางเหลียนซือบุตรสาวขุนนางขั้นห้าคนรักของตนเข้าจวนมาเป็นฮูหยินรอง ความจริงเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับหยางหลงเฮ่าบิดาของเขาเป็นอย่างมากในตอนนั้น เพราะไม่ต่างจากเป็นการหักหน้าฮูหยินเอกของตนและสกุลอวี๋ของสหายตน อีกอย่างคือไม่พอใจในฐานะของลูกสะใภ้รองที่ด้อยกว่าครอบครัวของตน ทว่าบุตรชายของตนนั้นได้ทำเรื่องงามหน้าอย่างการประกาศกร้าวเรื่องน่าอับอายว่าตนเองนั้นได้ทำการเปลี่ยนข้าวสารให้เป็นข้าวสุกไปแล้วตอนที่จะพาคนรักของตนเข้ามาทำให้ผู้คนที่ผ่านไปมาหน้าจวนที่ได้ยินการทะเลาะของบิดาและบุตร เรื่องราวนี้เป็นที่โจษจันในเมืองหลวงพักใหญ่ทำเอานายท่านสกุลหยางกับฮูหยินผู้เฒ่าเสียใจถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อไปพักหนึ่งเพราะต้องรับมือกับถ้อยคำวิจารณ์ของเหล่าผู้คนแถมยังต้องผิดใจกันกับคนเป็นสหายที่คบหากันมาเนิ่นนาน แต่พอหลังจากที่ได้รับข่าวดีว่าลูกสะใภ้เอกของตนตั้งครรภ์ก็ดีใจเป็นอย่างมาก หันมาดูแลและเอาใจใส่กับหลานที่กำลังจะลืมตาขึ้นมาดูโลกแทนบุตรชายไม่ได้เรื่องที่เอาสนใจแต่ฮูหยินรองของตน หยางเอ้อร์ซวนแม้ไม่ได้รักฮูหยินเอกของตนแต่กลับบุตรที่กำลังจะเกิดมาเขาก็ยังถือว่ามีความเป็นพ่ออยู่บ้าง หากมีเวลาก็มาหาฮูหยินเอกที่เรือนเพื่อคุยเล่นกับลูกในท้องหรือมอบสิ่งของให้เสมอตามความเหมาะสม แต่จากหลังจากที่ทราบว่าฮูหยินรองคนรักของตนก็ตั้งครรภ์บิดาผู้ที่พึ่งทำตัวดีได้ไม่เท่าไหร่ก็กลับมาเป็นเช่นเดิม ผ่านไปจนกระทั่งอวี๋ฮูหยินคลอดบุตรสาวตัวอวบอ้วนออกมาหนึ่งคน แม้ไม่ใช่หลานชายอย่างที่นายท่านใหญ่หยางคาดหวังแต่ก็รักใคร่และดูแลหลานสาวคนแรกของตนเป็นอย่างดีและได้ตั้งชื่อหลานสาวด้วยตนเองนามว่า หยางหยุนเซียน อีกสี่เดือนถัดมาฮูหยินรองก็คลอดบุตรสาวออกมาเช่นเดียวกัน หยางเอ้อร์ซวนตั้งชื่อให้ด้วยตนเองนาม หยางรั่วหรู และหลังจากนั้นอีกหนึ่งปีก็คลอดทารกเพศออกมาอีกหนึ่งคนนาม หยางเอ้อร์หมิง ทั้งสองเป็นที่รักใคร่ของบิดาอย่างหยางเอ้อร์ซวนยิ่งนักต่างจากบุตรสาวคนโตที่เจ้าตัวแทบไม่ค่อยไปเหลียวแลปล่อยให้ผู้เป็นฮูหยินเอกเลี้ยงดูเอาเอง เมื่อคุณหนูใหญ่อายุเพียงแปดหนาวอวี๋ฮูหยินก็สิ้นลมเพราะร่างกายอ่อนแอป่วยกระเสาะกระแสะสะสมมาตั้งแต่หลังคลอดบุตรสาว ประกอบกับผู้เฒ่าหยางส่งมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลให้กับหยางเอ้อร์ซวนเนื่องจากเขาได้รับตำแหน่งที่สำคัญในกรมมีหน้ามีตามากขึ้น เขาจึงได้เลื่อนฐานะคนรักของตนขึ้นมาเป็นฮูหยินเอกโดยที่ไม่มีผู้ใดมีเหตุผลคัดค้านเนื่องจากนางมีบุตรชายที่จะเป็นผู้สืบทอดตระกูลต่อไป เขาอ้างว่าการยกฐานะนางให้เป็นฮูหยินเอกก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว หยางรั่วหรูและหยางเอ้อร์หมิงผู้เป็นน้องชายจึงได้รับอภิสิทธิ์ในจวนมากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากเมื่อมารดาได้เลื่อนฐานะเป็นฮูหยินเอก ส่วนคุณหนูใหญ่อย่างหยางหยุนเซียนก็ถูกฮูหยินผู้เฒ่ารับเอาไปเลี้ยงดูที่เรือน สร้างเรือนแยกให้อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกันอบรมเลี้ยงดูด้วยตนเองเพื่อไม่ให้ฮูหยินคนใหม่ของจวนได้โอกาสรังแกหลานสาวคนโตของตน นับว่าหยางหยุนเซียนอยู่รอดปลอดภัยเพราะได้รับการปกป้องจากผู้เฒ่าทั้งสอง จนกระทั่งผู้เฒ่าหยางจากไปเพราะโรคร้ายเมื่อสองปีก่อน อำนาจในจวนทั้งหมดก็ตกเป็นของหยางเอ้อร์ซวนที่ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยรองเจ้ากรมในเวลาเดียวกัน อีกทั้งฮูหยินผู้เฒ่าเองก็เสียใจกับการจากไปของคู่ชีวิตทำให้ไม่มีกะจิตกะใจใส่ใจเรือนหลังอย่างที่เคยทำ อำนาจการตัดสินใจเรื่องในเรือนจึงตกไปอยู่ในมือจางเหลียนซือ ปัจจุบันนับว่าอำนาจในจวนเกือบทั้งหมดตกอยู่ในมืออีกฝ่าย ตั้งแต่นั้นมาคนในเมืองหลวงก็ไม่ค่อยได้เห็นคุณหนูใหญ่ออกงานสังสรรค์อีกเลย ซึ่งจางเหลียนซือมักอ้างว่าคุณหนูใหญ่นั้นอยากอยู่ปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าที่เรือน แต่ใครเล่าจะดูไม่ออกว่านางนั้นไม่อยากให้ลูกเลี้ยงมางานด้วย กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรเพราะสามีของอีกฝ่ายที่ได้ขึ้นเป็นผู้ช่วยรองเจ้ากรมนั้นมีอำนาจมากกว่าสามีพวกตนหลายๆคน เหล่าฮูหยินที่ได้ยินเรื่องราวต่างๆของคุณหนูใหญ่ตระกูลหยางจากปากของคนที่อยู่ในเมืองหลวงมาก่อนพวกนางก็รู้สึกสงสารและเวทนาในชีวิตของเด็กสาวกันถ้วนหน้า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD