ตอนที่ 3 สิ่งเดียวที่ยังห่วง

2636 Words
"คุณหนูเหตุใดจึงมอบของให้บุรุษเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ" คนเป็นบ่าวเอ่ยทันทีเมื่อรถม้าของจวนสกุลหยางแล่นออกห่างจากเขตพื้นที่วัดมาสักพัก คุณหนูนางอีกไม่กี่เดือนก็ถึงวัยปักปิ่นเป็นสตรีวัยออกเรือนแล้ว การกระทำเมื่อครู่นับว่าไม่เหมาะสำหรับสตรีห้องหอยิ่งนัก อีกทั้งเมื่อครู่หากเขาเกิดคิดว่าคุณหนูทอดสะพายให้จะทำอย่างไร? ในใจของเสี่ยวหลันมีแต่ความกังวลเต็มไปหมด คิ้วงามที่เรียงเส้นสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "มอบสิ่งของอะไรกัน? ข้าเพียงสละเชือกถักมงคลที่เหลืออันเดียวให้เขาเท่านั้น" นั่นนับว่าเป็นการมอบของให้บุรุษได้หรือ? อีกทั้งนางยังเคยได้ยินมาว่าอีกฝ่ายไม่เคยชายตาแลสตรีนางใดแม้ว่าจะมีสตรีสูงศักดิ์มากมายที่อยากแต่งให้เขาก็ตาม ดังนั้นนางที่เป็นเพียงดรุณีน้อยที่ยังไม่ได้ปักปิ่นก็คงจะไม่มีอะไรให้เขามาสนใจ "แต่-" "ไม่ฟังแล้ว ข้าจะงีบสักหน่อย ถึงร้านแล้วปลุกด้วยนะ" ร่างบางหลับตาหนีสาวใช้คนสนิทที่ดูแลตนเองมาตั้งแต่ยังเล็กที่กำลังจะตั้งท่าอบรมมารยาสตรีแทนอาจารย์ของนาง ไม่นานรถม้าคันใหญ่ก็มาถึงที่หมาย เสี่ยวหลันทำการปลุกคุณหนูของตนจากนั้นก็ประคองร่างบางลงจากรถม้าเข้าไปยังร้านค้าสมุนไพรแห่งหนึ่งของเมืองหลวง ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้านคนงานที่เห็นนางก็รีบเข้าไปบอกหลงจู้ที่อยู่ด้านในอย่างรวดเร็ว "คารวะคุณหนูใหญ่" หลงจู้ประจำร้านสมุนไพรที่รีบออกมาต้อนรับเอ่ยกับร่างบางด้วยสีหน้ายิ้มแย้มท่าทางนอบน้อมมากกว่าปกติ เพราะดรุณีตรงหน้าคือเจ้าของร้านขายสมุนไพรแห่งนี้นั่นเอง ใบหน้างามใต้ผ้าผืนบางพยักหน้าก่อนจะเดินนำไปยังห้องที่อยู่ด้านในสุดของร้านก่อนจะรับสมุดบัญชีมาตรวจดู ร้านค้าสมุนไพรแห่งนี้เดิมทีเป็นกิจการของท่านตาจากสกุลอวี๋ที่มีฐานะเป็นถึงหัวหน้าหมอหลวงถวายงานรับใช้ฮ่องเต้ในวัง เมื่อแต่งงานกับหยางเอ้อร์ซวนท่านตาจึงยกให้เป็นหนึ่งในสินเดิมของมารดาและเมื่อมารดาจากไปจึงตกเป็นของนาง หลังจากที่มารดานางเสียท่านย่าก็จัดหาคนมาดูแลแทนเนื่องจากตอนนั้นนางยังเด็กอยู่ พอนางอายุได้สิบสองท่านย่าก็ส่งคนมาสอนวิชาการค้าขายและดูแลร้านให้นางแก่นางเพื่อที่จะได้ดูแลกิจการต่อในอนาคต นอกจากการค้าขายแล้วยังต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจสินค้าในร้าน ซึ่งโชคดีที่นางนั้นได้รับการถ่ายทอดความรู้ทางด้านสมุนไพรจากท่านตาไม่น้อยจึงไม่ได้ลำบากในส่วนนี้ ใช้เวลาเรียนรู้ราวหนึ่งปีท่านย่าจึงได้วางใจยกร้านให้นางดูแลด้วยตนเอง ทุกๆ เดือนนางจะต้องออกมาตรวจบัญชีที่ร้านเป็นประจำ หากเดือนไหนที่นางไม่สามารถออกมาได้ก็จะสั่งให้หลงจู้นำบัญชีไปมอบให้ที่จวนแทน บังเอิญวันนี้นั้นตรงกับวันตรวจบัญชีร้านพอดีหยางหยุนเซียนจึงถือโอกาสแวะร้านไปเลยในคราวเดียว ดวงตาคู่งามกวาดสายตาดูรายรับของร้านได้สายตาพึงพอใจก่อนจะส่งมันคืนให้กับเซิ่งจวนหลงจู้ที่ท่านย่านางจัดหามาให้ นับได้ว่าเป็นคนที่สามารถไว้วางใจได้ "เดือนนี้รายได้ค่อนข้างดีทีเดียว ลำบากท่านลุงเซิ่งและทุกคนแล้ว" เสียงหวานเอ่ยขอบคุณทุกคน "ข้าเพียงทำตามหน้าที่ ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะความเก่งกาจของคุณหนูต่างหากเล่าขอรับ" เซิ่งจวนไม่ได้ยกยอร่างบางตรงหน้าเพื่อเอาใจ แต่เพราะหยางหยุนเซียนนั้นเก่งจริงๆ แม้เป็นเพียงดรุณีอายุน้อยแต่อีกฝ่ายบริหารร้านได้เพียงปีเศษกลับทำให้กิจการรุ่งเรืองจนขึ้นแท่นเป็นร้านขายสมุนไพรอันดับต้นๆ ของเมืองหลวงได้ จะไม่ให้เรียกว่าเก่งกาจได้อย่างไร "ขอบคุณท่านที่ชม เพื่อเป็นการตอบแทนทุกคนที่ทำงานหนัก วันนี้ข้าเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารทุกคนเอง รบกวนท่านช่วยสั่งอาหารจากเหลาไฉ่เหลียนด้วยแล้วกัน อยากกินอะไรก็สั่งได้ตามสบายลงเป็นบัญชีข้า" ‘หากลูกน้องทำงานดีก็ควรให้อะไรเล็กๆ น้อยๆ ตอบแทนน้ำใจเพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานและยังสามารถซื้อใจพวกเขาได้อีกด้วย’ ประโยคนี้อาจารย์ที่สอนเรื่องการบริหารคนเอ่ยกับนาง ดังนั้นเมื่อสบโอกาสพิเศษนางจึงมักตอบแทนพนักงานในร้านเช่นนี้อยู่เสมอ และแน่นอว่ามันทำให้ทุกคนทราบซึ้งใจและขยันทำหน้าที่ของตนอย่างสุดความสามารถ หลงจู้ใหญ่รีบเอ่ยขอบคุณแทนทุกคนและเมื่อรับเงินของเดือนนี้แล้วหยางหยุนเซียนก็ขอตัวกลับจวนทันที "จากจวนสกุลหยางไปจนถึงวัดสือเสียงใช้เวลาไม่เกินชั่วยามแล้วการสวดมนต์ภาวนาก็ใช้เวลาไม่นานมาก หากนับเวลาไปกลับไม่น่าจะใช้เวลาเกินสองชั่วยาม ไม่ทราบว่าเจ้าไปที่ใดมาถึงได้กลับมาเอาป่านนี้" เพียงก้าวผ่านประตูเข้าไปในจวนก็ถูกเอ่ยวาจากระแนะกระแหนทันที สายตาของหยางหยุนเซียนมองไปยังสตรีที่ยืนอยู่ใต้ต้นหลิวที่อยู่ไม่ไกลจากหน้าประตูจวนเท่าใดนักจึงได้พบว่าผู้ที่เอ่ยประโยคนั้นก็คือจางเหลียนซือมารดาเลี้ยงของนางนั่นเอง อีกฝ่ายยืนอยู่กับสาวใช้คนสนิทคอยที่พัดวีให้ไม่ห่าง "คารวะท่านแม่" แม้ไม่อยากเรียกขานสรรพนามนี้หากแต่ในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นฮูหยินเอกและนางเป็นลูกเลี้ยงจึงไม่เรียกไม่ได้ "ข้าแวะตรวจบัญชีประจำเดือนของร้านจึงทำให้กลับมาช้าเจ้าค่ะ" ร่างบางบอกเหตุผลไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "หึ ก็แล้วไป" เมื่อไม่สามารถเล่นงานอะไรหญิงสาวได้จางเหลียนซือก็สะบัดหน้าเดินหนีไปขึ้นรถม้าที่คนขับมาเทียบท่าหน้าประตู ทิ้งให้หยางหยุนเซียนมองตามด้วยแววตาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ จางเหลียนซือผู้นี้มิได้เป็นสตรีฉลาดอะไรถนัดแต่เพียงแต่กายงดงามออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์ของเหล่าฮูหยินขุนนาง ออกคำสั่งไปวันๆ ยังดีที่เรื่องการดูแลจวนก็นับว่านางทำได้ไม่เลว มิเช่นนั้นสกุลหยางก็คงต้องขายหน้าที่หยางเอ้อร์ซวนยกตำแหน่งฮูหยินเอกให้นางแล้ว ถ้าในยามที่ท่านปู่ยังอยู่และท่านย่ายังคงคุมเรือนหลังอีกฝ่ายไม่แม้แต่ที่จะกล้าเอ่ยวาจากระทบนางด้วยซ้ำเพราะเคยถูกลงโทษด้วยกฎบ้านเมืองแล้วครั้งหนึ่งในยามที่เจ้าตัวยังเป็นแค่ฮูหยินรองแล้วแสดงกิริยาไม่ดีต่อนางเพียงเพราะคิดว่านางไร้มารดาปกป้อง แต่เมื่อท่านปู่จากไปและท่านย่าล้มป่วยอยู่แต่ในเรือนนางที่ได้ขึ้นเป็นฮูหยินเอกก็เริ่มหาทางกลั่นแกล้งตน แต่ถึงจางเหลียนซือจะเกลียดนางขนาดไหนแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกกล่าววาจากระแนะกระแหน หาเรื่องจับผิดนาง หรือไม่ก็กลั่นแกล้งไม่ให้นางได้มีโอกาสได้ไปงานเลี้ยงสังคมของชนชั้นสูงเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้นางก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เป็นเรื่องดีเสียอีกเพราะนางก็ไม่ได้ชอบงานเลี้ยงที่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากันเท่าใดนัก ไม่สู้อยู่ปรนนิบัติท่านย่าที่เรือนหรือไม่ก็ศึกษาตำราสมุนไพรที่ท่านตาทิ้งเอาไว้ให้ซะยังจะดีกว่า หยางหยุนเซียนเลิกใส่ใจกับจางเหลียนซือแล้วเดินไปยังเรือนของตนที่ตั้งอยู่บริเวณปีกซ้ายของจวนแทน ร่างบางไม่ได้เดินกลับเข้าเรือนตนในทันทีแต่มุ่งหน้าไปยังเรือนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากกันมากนัก "กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ บ่าวกำลังจะให้เด็กๆไปแจ้งคนที่เรือนเอาไว้พอดี" มู่หลิวบ่าวรับใช้คนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดมา "มีอะไรหรือเจ้าคะป้ามู่?" หญิงสาวเอ่ยถามคนสนิทของย่าตน "พอดีนายหญิงมีเรื่องจะพูดคุยหารือกับคุณหนูเจ้าค่ะ เชิญเข้าไปด้านในเถิด" หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าให้คนเก่าแก่ของเรือนฝูชุนแล้วก้าวเข้าไปข้างในทันที เพียงแค่เข้าไปกลิ่นอะไรบางอย่างก็ลอยมาแตะจมูก แม้จะเบาบางคล้ายเจ้าของเรือนดับมันไปนานแล้วแต่เจ้าของร้านขายสมุนไพรเช่นนางจะจำไม่ได้เชียวหรือ ร่างเล็กถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าคนเป็นย่าแอบใช้กำยานที่นางห้ามนักห้ามหนาอีกแล้ว "ท่านย่า หลานกลับมาแล้วเจ้าค่ะ" หยางหยุนเซียนเอ่ยกับคนที่กำลังนั่งพิงหมอนอิงบนตั่งตัวยาวใกล้กับหน้าต่างด้านหนึ่งของตัวเรือน ใบหน้าที่มีริ้วรอยตามวัยทว่ายังคงเห็นเค้าความงามเมื่อยังสาวอยู่ผินหน้าไปตามเสียงของหลานสาวคนโปรด ก่อนเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูของฮูหยินผู้เฒ่าจะดังขึ้นแผ่วเบา "กลับมาแล้วหรือเซียนเอ๋อร์" เจ้าของอาภรณ์สีขาวปักลายดอกไห่ถังรีบขยับเข้าไปนั่งตั่งเล็กด้านหน้าหญิงชราทันที "เจ้าค่ะ ท่านย่า หลานบอกแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะว่าอย่าใช้กำยานบ่อยนัก" แม้มันจะทำให้สมองรู้สึกโล่งสบายแต่ตัวยาที่ผสมในกำยานนั้นไม่เหมาะกับอาการป่วยของหญิงชรา นางให้ใช้เพียงเจ็ดถึงสิบวันต่อหนึ่งครั้งเท่านั้น เจ้าของเรือนหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อถูกจับได้ "ย่าอุส่าห์บอกมู่หลิวให้เด็กรับใช้รีบดับก่อนเจ้ามาตั้งเกือบครึ่งชั่วยาม เจ้ายังจับได้ เซียนเอ๋อร์ของย่ากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรไปแล้วหรือนี่" เหยาเสวี่ยอิงหยอกเย้าคนเป็นหลาน สายตาที่ทอดมองเต็มไปด้วยความรักใคร่ในหลานสาวคนโตของตนยิ่งนัก "ท่านย่า" "อย่าดุคนแก่เช่นย่านักเลยหน่า ไปตรวจร้านเป็นอย่างไรบ้าง" หญิงสาวส่ายหน้าอย่างอ่อนใจเมื่อคนเป็นย่าเปลี่ยนเรื่องแต่ก็ยอมตามใจหญิงชรา "เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ รายได้มากขึ้นกว่าเดือนที่แล้วเกือบเท่าตัว" หญิงชราเอ่ยว่าดีติดกันถึงสามครั้งก่อนจะเอื้อมมือเหี่ยวย่นของตนมากอบกุมมือขาวเอาไว้ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เซียนเอ๋อร์ ย่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเจ้า" "เชิญท่านย่ากล่าวมาได้เลยเจ้าคะ" "อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันปักปิ่นของเจ้าแล้ว หลังจากนั้นเจ้าก็จะนับว่าเป็นสตรีวัยออกเรือนผู้หนึ่ง เจ้ามีบุรุษในใจแล้วหรือยัง?" "ท่านย่า เรื่องนี้...ไม่เร็วไปหรือเจ้าคะ" หยางหยุนเซียนถามด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อย ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติแต่ไม่คิดว่าเรื่องที่ท่านย่าต้องการพูดคุยเร็วเช่นนี้ คนเป็นย่าถอนหายใจด้วยความหนักใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเหตุผลที่ตนจำเป็นต้องถามหลานสาวเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ "ความจริงก็ออกจะเร็วไปอยู่บ้าง..แต่ว่าเซียนเอ๋อร์ ย่ารู้ตัวดีว่าตนเองอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว มีเพียงเจ้าที่ย่ายังห่วงอยู่หากไม่จัดการเรื่องนี้ให้เจ้าเสียตอนนี้ หากย่าจากไปแล้วจางเหลียนซือในฐานะมารดาเลี้ยงย่อมไม่มีทางหาคู่ครองดีๆให้เจ้าได้แน่" หากจะหาได้ก็คงจะเป็นพวกที่ดีแต่เปลือกทว่าด้านในเน่าเฟะ นางไม่อาจปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้ กับหลานชายอีกคนที่เกิดจากสะใภ้รองสกุลเมิ่งนั้นนางไม่ห่วงมากนักเพราะบ้านเดิมของอีกฝ่ายเป็นถึงรองผู้ช่วยหัวหน้าศาลตุลาการจางเหลียนซือที่บ้านเดิมเป็นขุนนางขั้นห้าย่อมไม่อาจทำอะไรสองแม่ลูกได้ ต่างจากสตรีตรงหน้าที่ถึงแม้จะมีศักดิ์เป็นถึงหลานสาวคนเดียวของหัวหน้าอดีตหมอหลวงทว่าก็เหลือท่านยายที่ละทางโลกหันหน้าเข้าวัดไปเสียแล้ว หากหญิงชราจากไปหยางหยุนเซียนย่อมไร้คนปกป้อง บุตรชายตนก็หาได้สนใจเรื่องเรือนหลังตอนนี้มุ่งแสวงหาแต่ความก้าวหน้าและอำนาจ การให้หลานสาวคนโตรีบแต่งออกไปย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับตัวของนางเอง ร่างบางที่ได้ยินเหตุผลของคนเป็นย่าก็ได้แต่ปวดร้าวในใจ ไม่อยากยอมรับแต่สิ่งที่ท่านย่าของนางนั้นถูกต้องทั้งหมด หมอทั้งหลายที่เชิญมารักษาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แล้วยิ่งท่านย่าตรอมใจกับการจากไปของท่านปู่ก็ยิ่งทำให้ร่างกายทรุดลงอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้ได้เพียงเดินเหินอยู่ในจวนไม่สามารถไปได้ไกล "ว่าอย่างไรเจ้ามีบุรุษในใจหรือคิดว่าผู้ใดเหมาะสมก็บอกย่ามา ย่าจะได้จัดการเรื่องนี้ให้" หยางหยุนเซียนเป็นหลานสาวที่นางอบรมด้วยตนเอง เชื่อว่าบุรุษที่นางเลือกจะต้องเป็นคนที่ดีอย่างแน่นอน ประโยคถามจากคนเป็นย่าทำให้หยางหยุนเซียนพยายามนึกรายชื่อของบรรดาบุรุษที่ตนรู้จักทั้งที่เคยพบหน้าและไม่เคยพบแต่ทราบข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาผ่านคำบอกเล่าของท่านลุงโม่อีองครักษ์ที่ท่านตามอบให้เพื่อปกป้องนาง จู่ๆ ใบหน้าคมคร้ามของบุรุษที่เจอในวันนี้ก็ลอยเข้ามาในหัว แต่หยางหยุนเซียนก็ปัดมันให้พ้นจากความคิดก่อนจะส่ายไปมา ไปนึกถึงเขาได้ยังไง เขากับนางอายุห่างกันเกือบสิบปีเชียวนะ ศีรษะลงบนตักเล็กของคนเป็นย่าหลับตาลงเพื่อซึมซับสัมผัสจากหญิงชราให้ได้มากที่สุดก่อนจะเอ่ยออกมาว่า "ไม่มีเจ้าค่ะ หลานไม่ค่อยได้รู้จักบุรุษใดมากนัก เรื่องนี้หลานให้ท่านย่าตัดสินใจ" แต่งกับผู้ใดก็คงไม่ต่างกันมากนักหรอก...หากคนที่ท่านย่าเลือกมาไม่ดีจริงๆนางค่อยหาทางหลีกหนีการแต่งงานทีหลังก็ยังไม่สาย ทางด้านเหยาเสวี่ยอิงที่ได้คำพูดของคนเป็นหลานว่าไม่ค่อยได้รู้จักบุรุษใดก็เกิดอาการฉุนเฉียวขึ้นมาเล็กน้อย หึ! ที่หลานนางไม่ได้ออกไปนอกจวนก็เพราะสตรีผู้นั้นมักหาเรื่องขัดขวางน่ะสิ แต่ลำพังแค่นางอยากจะขัดขวางเหตุใดจะทำได้ แต่มันเป็นเพราะหยางหยุนเซียนยินยอมเองต่างหาก จางเหลียนซือมักเอาตนมาอ้างทำให้เด็กดีอย่างเซียนเอ๋อร์ตัดสินใจเช่นนี้ คิดแล้วก็น่าโมโหยิ่งนัก มือเหี่ยวย่นของฮูหยินผู้เฒ่าลูบศีรษะเล็กบนตักตนด้วยความรักใคร่พร้อมกับเอ่ยถ้อยคำปลอบใจหลานสาว "ไม่เป็นไรเด็กดี ย่าจะหาบุรุษที่เหมาะสมให้กับเจ้าเอง" จากนั้นสองย่าหลานก็อยู่พูดคุยกันจวบจนกระทั่งร่วมทานอาหารกลางวันเสร็จหญิงสาวจึงได้ขอตัวกลับเรือน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD