ทั่วทั้งห้องเงียบสนิทเมื่อได้ยินคำตอบของคนเป็นหมอ
"เจ้า..เจ้าว่าอย่างไรนะ" หยางเอ้อร์ซวนแทบหาคำพูดตัวเองไม่เจอ
"คุณหนูรองกำลังตั้งครรภ์ขอรับ" หมอวัยกลางคนเอ่ยย้ำอีกครั้งท่ามกลางสถานการณ์ที่เงียบงันก่อนจะล่าถอยออกจากห้องไปเมื่อเจ้านายของตนโบกมือไล่ ไม่เพียงแค่ตนเท่านั้นบรรดาบ่าวรับใช้ทั้งหมดก็ถูกไล่ออกจากห้องไปจนหมดเช่นกัน
ทั้งห้องเล็กปราศจากเสียงใดๆ หากว่ามีเข็มตกสักเล่มก็คงจะได้ยินทั้งห้อง ก่อนจะมีเสียงพึมพำหนึ่งก็ดังขึ้นเบาๆ คล้ายเอ่ยกับตนเอง
"เป็นไปไม่ได้..นางกินยาห้ามครรภ์นี่นา แล้วเหตุใดถึง?"
ทุกสายตามองไปยังเจ้าของเสียงทันที คำพูดนั่นทุกคนล้วนได้ยินเพระาฉะนั้นทุกคนจึงเข้าใจไม่ต่างกันว่าผู้ใดเป็นพ่อของเด็กในท้องของหยางรั่วหรู
หยางเอ้อร์ซวนผู้เป็นบิดานิ่งงันไปชั่วขณะ หลิวชางคือพ่อของเด็กในท้อง เลือดลมความโกรธแล่นขึ้นหน้านายท่านสกุลหยางจึงปรี่เข้าไปหาชายหนุ่มทันที
"เป็นเจ้าที่ล่วงเกินบุตรสาวข้า!"
ผัวะ!
"โอ๊ย!!" หลิงชางล้มลงไปกองกับพื้นเพราะถูกต่อยอย่างไม่ทันตั้งตัว
"กรี้ดดดด อาชางลูกแม่! หยางเอ้อร์ซวน! เจ้ากล้าทำร้ายลูกข้าหรือ!" หลิวฮูหยินแผดเสียงใส่คนที่พุ่งตัวเข้ามาทำร้ายบุตรชายของนาง
ดวงตาของหยางเอ้อร์ซวนเบิกโพลงถลึงตาใส่คนสกุลหลิวอย่างไม่เกรงกลัว "ทำไมจะไม่กล้า! บุตรชายท่านกล้าล่วงเกินบุตรสาวข้าเช่นนี้ หากทำได้ข้าอยากจะเอามีดมาบั่นคอเขาเดี๋ยวนี้เสียด้วยซ้ำ!!"
"ท่านพี่ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ!" จางเหลียนซือรีบเข้าไปฉุดยื้อไม่ให้สามีของตนทำร้ายบุตรชายบ้านสกุลหลิวอีกรอบ
แม้นางเองตกตะลึงกับเรื่องของบุตรสาวแต่เมื่อคิดดีๆก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันเป็นผลดีต่อพวกนางสองแม่ลูก การท้องของหยางรั่วหรูทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปในทางที่พวกตนต้องการ เรื่องนี้อาจจะถูกผู้คนนินทาอยู่บ้างแต่แลกกับการที่ได้แต่เข้าสกุลหลิวก็นับว่าคุ้มค่า อนาคตของบุตรสาวนางจะต้องงดงามไม่ต่างจากนางเพราะในเมื่อนางเอกก็ใช้วิธีนี้จนบัดนี้ได้ขึ้นเป็นถึงฮูหยินขุนนางขั้นหนึ่ง
"อย่างไรเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นแล้ว มิสู้จัดการเรื่องราวให้มันถูกต้องมิดีกว่าหรือเจ้าคะ?" นางรีบเอ่ยหว่านล้อมสามีทันที แต่ถึงอย่างไรสามีนางก็ย่อมไม่มีทางปฏิเสธเพราะเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว
"..." หยางเอ้อร์ซวนได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัดพยายามความคุมอารมณ์ของตนเอง หากอีกฝ่ายเป็นบุตรชาวบ้านธรรมดาแน่นอนว่าเขาย่อมไม่ปล่อยเอาไว้แน่
จางเหลียนซือที่เห็นว่าสามีของตนอารมณ์เย็นลงแล้วก็หันไปทางสองสามีภรรยาที่ยืนทำหน้าทะมึนอยู่แล้วเอ่ยกับทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความข่มขู่
"ว่าอย่างไรเจ้าคะเจ้ากรมหลิว หลิวฮูหยิน พวกท่านคงไม่ปัดความรับผิดชอบหรอกใช่หรือไม่? มิเช่นนั้นเรื่องนี้คงต้องเป็นธุระให้ศาลยุติธรรมเป็นฝ่ายตัดสินในเรื่องนี้แล้ว"
สามีภรรยาสกุลหลิวต่างจ้องมองจางเหลียนซือด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เมื่อเห็นว่าสายตาที่มองมาของนางนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกได้รับชัยชนะ
นังสองแม่ลูกแพศยา! อยากจะฆ่าให้ตายนัก!
"ท่านพี่" หลิวฮูหยินเรียกเสียงเบา ท่าทีของนางไม่ยินยอมอย่างเห็นได้ชัด จะให้นางทำใจยอมรับสะใภ้ที่ไร้ยางอายเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!
หลิวเซี่ยงหานเงียบไปพักหนึ่งสุดท้ายก็ได้แต่กัดฟันเอ่ยออกไปอย่างไม่ได้เต็มใจว่า
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เปลี่ยนตัวคู่หมาย อีกสองวันให้จัดพิธีหมั้นตามกำหนดเดิมหลังจากนั้นอีกเจ็ดวันให้จัดงานมงคลแต่งหยางรั่วหรูเข้าสกุลหลิว พวกเจ้าว่าอย่างไร?"
หากเรื่องนี้ไปถึงศาลยุติธรรมพวกเขาไม่เพียงจะต้องอับอายแต่ต้องถูกลงโทษทางกฎหมายของต้าฝูอีกด้วย แม้จะมีซุบซิบเรื่องการเปลี่ยนตัวอยู่บ้างแต่มันก็เป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงจะไม่อยากยินยอมก็ต้องยินยอมแล้วในตอนนี้
หยางเอ้อร์ซวนเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นก็ได้แต่พยักหน้ารับแบบส่งๆ เป็นการตกลง
เมื่อตกลงกันได้คนจากบ้านสกุลหลิวก็เอ่ยขอตัวกลับทันที ในเที่ยงวันนั้นจึงมีผู้คนที่ผ่านไปมาบังเอิญเห็นครอบครัวสกุลหลิวออกจากจวนสกุลหยางด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
วันต่อมา
ในยามสายรถม้าของสกุลหยางที่ไปส่งคุณหนูใหญ่ยังวัดสือเสียงเมื่อวันก่อนก็กลับมาถึงจวนโดยมีพ่อบ้านและบ่าวรับใช้จำนวนหนึ่งออกมาคอยต้อนรับ
เมื่อเห็นร่างบางลงมาจากรถม้าคนเป็นพ่อบ้านประจำจวนก็รีบก้าวเท้าเข้าไปทำความเคารพพร้อมแจ้งในสิ่งที่นายท่านของจวนสั่งเอาไว้ทันที
"คารวะคุณหนูใหญ่ นายท่านให้บ่าวมาเรียนแจ้งว่าเมื่อมาถึงแล้วให้รีบไปพบทันทีขอรับ"
"ท่านพ่อมีเรื่องด่วนหรือ?" หยางหยุนเซียนถามด้วยสีหน้าราบเรียบ
"ขอรับ"
"อืม เช่นนั้นข้าจะไปเดี๋ยวนี้"
"เชิญคุณหนูใหญ่"
หญิงสาวเดินตามพ่อบ้านหูไปพบบิดาอย่างไม่เร่งรีบ เดินประมาณเกือบเค่อก็ถึงห้องหนังสือซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของบิดาตน รอคนเป็นพ่อบ้านเอ่ยรายงานอีกฝ่ายครู่หนึ่งก็ได้รับการอนุญาตให้เข้าไปยังข้างใน
"คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ"
ดวงตาของหยางเอ้อร์ซวนมองใบหน้างามของบุตรสาวคนโตของตนด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องที่จะต้องเอ่ยในวันนี้ เสียงทุ้มต่ำจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนกว่าปกติกว่าที่เคยใช้พูดคุยกับอีกฝ่าย "อืม นั่งลงสิ"
"เจ้าค่ะ" ใบหน้างามพยักหน้าแล้วนั่งลงตามคำเชิญอย่างสงบ เพราะนางนั้นรู้อยู่แล้วว่าที่บิดาเรียกมาพบด้วยเหตุใด
"ท่านยายของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
"เพียงเป็นไข้เนื่องจากต้องลมเย็นเล็กน้อย ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ"
หยางเอ้อร์ซวนพยักหน้ารับเล็กน้อย
"ไม่ทราบว่าท่านพ่อเรียกข้าพบด้วยเรื่องใดหรือเจ้าคะ?" หยางหยุนเซียนเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน เพราะไม่อยากอยู่ตรงนี้นานนัก
ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดอีกคนหนึ่งแต่กลับไม่ได้มีความสนิทสนมแม้แต่น้อย ตั้งแต่จำความได้นางเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของท่านแม่และท่านปู่ท่านย่า
คนเป็นบิดานั้นนานครั้งจึงจะมาหาพวกนางสองแม่ลูกที่เรือนถามไถ่เล็กน้อยเพียงไม่นานก็กลับไป ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างตนกับบิดาจึงห่างเหินมากพอสมควร
แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ได้รับทุกสิ่งทุกอย่างในฐานะบุตรสาวคนหนึ่งที่ควรได้รับอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง นางเรียนได้ดีก็มีคำเชยชม นางทำผิดก็กล่าวตักเตือนตามเหมาะสมมิได้ลงมือทุบตีด่าทอ ก็ถือว่าอีกฝ่ายยังคงเป็นบิดาที่ดีผู้หนึ่ง
เมื่อถูกบุตรสาวคนโตถามเข้าเรื่อง หยางเอ้อร์ซวนก็รู้สึกน้ำท่วมปาก แม้จะไม่ได้รักใคร่เอ็นดูนางเท่าหยางรั่วหรูและหยางเอ้อร์หมิงแต่ในฐานะบุตรสาวคนหนึ่งตนลึกๆในความรู้สึกก็ไม่ได้อยากมีเรื่องใดมาทำให้นางเสียใจ
ร่างบางปล่อยให้บิดาตนเงียบอยู่อย่างนั้นไม่ได้เร่งเร้าเอาคำตอบ จนกระทั่งผ่านไปครู่หนึ่งจึงได้ยินสิ่งที่ต้องการ
"รั่วหรูและคุณชายรองหลิวมีใจรักใคร่ชอบพอกัน ทางสกุลหลิวจึงต้องการเปลี่ยนคู่หมาย เจ้า..จะว่าอย่างไร?"
หยางเอ้อร์ซวนไม่ได้เอ่ยความจริงกับเรื่องที่เกิดขึ้นออกไป
หยางหยุนเซียนที่รอเวลานี้มานานก็ตอบกลับไปสั้นๆว่า
"ข้าตกลงเจ้าค่ะ"
คนเป็นบิดานิ่งงันไปครู่หนึ่งเนื่องด้วยไม่คิดว่าบุตรสาวจะตอบตกลงอย่างรวดเร็ว "เจ้า..ไม่เสียใจเลยหรือ?" ที่ถามอย่างนั้นเพราะบนใบหน้างามของนางไม่มีร่องรอยความรู้สึกใดๆปรากฎอยู่เลย
ศีรษะมนส่ายปฏิเสธ
นางจะเสียใจอันใด ดีใจเสียด้วยซ้ำ แต่เรื่องที่หยางรั่วหรูตั้งครรภ์นั่นอยู่นอกเหนือความคาดหมายของนางจริงๆ เดิมทีนางคิดว่าหากตระกูลหลิวไม่คิดเปลี่ยนตัวเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ตนก็ให้คนปล่อยข่าวที่หยางรั่วหรูและหลิวชางลอบนัดพบกันที่โรงเตี้ยมนอกเมือง
ไม่คิดเลยว่าน้องสาวต่างมารดาจะทิ้งศักดิ์ศรีตนเองเช่นนี้ นางคิดหรือว่าการที่ได้แต่งเข้าเพราะตนตั้งครรภ์จะทำให้ทางตระกูหลิวพึงพอใจ? หากนางเป็นเจ้ากรมหลิวและหลิวฮูหยินคงจะชังน้ำหน้าลูกสะใภ้ผู้นี้ยิ่งนัก
การลงทุนของหยางรั่วหรูในสายตาของนางช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
"ไม่เจ้าค่ะ ถึงแม้ข้าจะได้ทำความรู้จักกับคุณชายรองหลิวมาสักระยะหนึ่งแต่ไม่ได้มีความรู้สึกชอบพอใดๆ นอกจากมิตรสหายเท่านั้น"
เจ้ากรมใหญ่เงียบไป จากนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ "เช่นนั้นก็ดีแล้ว" เขาเองก็ไม่อยากเห็นบุตรสาวเสียใจเพราะถูกน้องสาวต่างมารดาแย่งว่าที่คู่หมายเหมือนกัน
"..วันพรุ่งนี้พิธีจะถูกจัดเช่นเดิมตามกำหนด หากเจ้าไม่อยากถูกสายตาผู้คนจับจ้องก็ไม่ต้องร่วมงานก็ได้" เพราะแขกที่เชิญมานั้นเป็นรายชื่อจากกำหนดเดิมกับของหลิวชางและหญิงสาว การเปลี่ยนตัวคู่หมายกะทันหันย่อมเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์แน่นอน
หยางหยุนเซียนพยักหน้ารับ
หยางเอ้อร์ซวนผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าการพูดคุยจบลงได้อย่างง่ายดายกว่าที่คิด การคุยกับบุตรสาวเรียบร้อยแล้ว แต่ยังเหลืออีกหนึ่งคนที่ตนยังไม่รู้ว่าจะไปคุยให้เข้าใจได้อย่างไร ซึ่งนั่นก็คือมารดาผู้แก่ชราของตน