-บทนำ-

840 Words
ฟุ่บ! ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกโยนลงบนโต๊ะ ก่อนที่ผู้มาเยือนคนใหม่นั้นจะนั่งลงฝั่งข้ามกับเหมือนฝัน ใบหน้าที่ค่อนข้างดุเถื่อนสมกับเป็นนายตำรวจนอกเครื่องแบบอาวุโสดูหงุดหงิด “อ่านสิ ข้อมูลที่เอ็งกอดขาอ้อนวอนขอให้ลุงหามาให้น่ะ” “ไม่อ่านได้ไหม ขอสรุปแบบน้ำๆ เลย” เหมือนฝันเอ่ยปากบอก เคาะนิ้วลงบนซองเอกสาร ทว่าไม่ได้คิดที่จะปลดสลักจากสายเชือกสีขาวเพื่ออ่านมันเลย “เฮ้อ” อีกฝ่ายถอนหายใจ แตะลิ้นเลียริมฝีปากอย่างเคยชินเวลามีเรื่องต้องคิ “ลุงบอกฉันมาเลย ฉันรับได้ทุกเรื่องนั่นแหละ ขอแค่พูดกันตรงๆ ก็พอ “ไม่ผิดจากที่เอ็งคิด” “อะไร...” “ไอ้เวรนั่น..มันยอมเผยพิรุธออกมาแล้ว” “...” เหมือนฝันอึ้งงันเมื่อได้ฟังคำตอบที่เธอเองก็คิดเอาไว้อยู่แล้ว แต่พอได้ฟังอีกครั้ง กลับอดตกใจไม่ได้ “เดือนนี้ก็หายไปเพิ่มอีกสองคนแล้ว ดูเหมือนน้อย แต่มันก็ชีวิตความเป็นความตายของคนเลยนะเว้ย ลุงให้ลูกน้องคอยตรวจสอบแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าพวกเธอหายไปไหน” “ไม่ได้ติดต่อกลับไปหาญาติ? ไม่ได้ไปต่างจังหวัดหาแฟนแน่นะลุง” “วะ! คิดว่าข้าจะสะเพร่าจนไม่รอบคอบอย่างนั้นหรอวะ สืบกันมาหมดแล้ว หายตัวไปจริงๆ หาย..เหมือนเป็นผีที่หายไปแบบไม่มีใครรู้เลย” เสียงบอกเล่าของเมธียิ่งเคร่งเครียดยิ่งขึ้น เขากระชากซองสีน้ำตาลคืนมาเมื่อเห็นว่าหลานสาวนอกไส้ไม่ยอมเปิดดูเสียที กลายเป็นเขานี่แหละที่หยิบรูปถ่ายหลายรูปในนั้นออกมายัดใส่มือเธอ “เอ็งดู” เมธีสั่ง จิ้มนิ้วตรงภาพรัวๆ จนรูปแทบจะยับกระดาษขาด “ดูให้ดีว่าภาพมันชัดขนาดนี้ยังจะบอกว่าลุงใส่ร้ายพวกมันอีกหรือเปล่า” “นี่มัน...” ภาพที่ปรากฏอยู่นั้นเป็นภาพที่ถูกถ่ายในตอนกลางคืนที่แสงไฟน้อยนิดจนแทบมองไม่ออกวิวรอบด้าน แต่ก็ยังมองเห็นได้ว่าผู้หญิงที่ใส่เดรสกระโปรงสั้นสีขาวนั้นถูกชายฉกรรจ์สองคนพยายามลากขึ้นรถตู้ที่มาจอดเทียบเคียง ภาพพวกนั้นไม่ได้มีแค่หนึ่งภาพ แต่เป็นภาพที่ถูกถ่ายรัวๆ จนมองเห็นต่อกันราวกับภาพเคลื่อนไหว “แล้วแจ้งตำรวจหรือยัง” เงยหน้าถามด้วยน้ำเสียงสั่นระริกด้วยความเป็นกังวล “กูนี่แหละตำรวจ แจ้งแล้ว..แล้วก็กำลังตามหาผู้หญิงในภาพนี้อยู่” “ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” “ขอให้ยังไม่ตาย” “ลุง!” “เอ็งก็อยู่ในวงการพวกนี้จนน่าจะคุ้นกับความคาวของโลกแล้ว” ลุงเมธีมีสีหน้าเคร่งเครียด “หายไปสองสามคืนแล้ว ยังไม่เจอตัวเลย” “ตำรวจมัวแต่ทำอะไรกันอยู่!” “ก็เพราะมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น คนของข้าขับตามไปแล้ว แต่พวกมันรู้ตัว พวกมันเลยสลัดจนหลุด แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย” “พวกมันรู้ตัวด้วยหรอลุง” “เออ” เมธียอมรับสีหน้าเคร่งเครียดกับการทำงานที่มีอุปสรรคครั้งใหญ่คือความต่างชั้นของฝีมือ พวกมันถูกฝึกมาดีมาก ตามได้ไม่กี่นาทีก็ถูกรู้ทันและสลัดทิ้งอย่างง่ายดาย “แปลว่าทางฝั่งนั้นคงยิ่งระวังตัว แปลว่ามันคงไม่สะเพร่าจนเราเก็บหลักฐานได้อย่างครั้งนี้แน่” มือขาวกำแน่นอีกข้างเข้าหากันจนขาวซีดเมื่อมองภาพถ่ายตรงหน้า นัยน์ตาฉานด้วยความเกลียดชังกับเรื่องที่ได้รับรู้จนเมธีสังเกตเห็น “คิดจะทำอะไร?” “แล้วลุงคิดว่าฉันจะทำอะไร” “เอ็งทำเรื่องโง่ๆ ไปแล้ว ตอนนี้..อาจจะคิดทำเรื่องบ้าๆ” “หึ” มุมปากอวบอิ่มกระตุกยิ้มขึ้นกับการคาดเดาของคนที่รู้จักเธอเป็นอย่างดี คิดอย่างนั้นก็คงไม่ผิดเสียทีเดียวหรอก เธอกำลังคิดทำเรื่องบ้าๆ..ที่ไม่คิดว่าจะทำอยู่จริงด้วย “อย่านะเว้ยไอ้ดรีม! ถ้าเอ็งทำ ต่อไปนี้อย่าหวังว่าข้าจะเอาเรื่องอะไรมาบอกแกอีก” “คงไม่ทันแล้วมั้งลุง เพราะลุงบอกฉันไง ฉันถึงต้องสานต่อให้มันสำเร็จ” “มันจะเสียมากกว่าคุ้มน่ะสิวะ!” เมธีตะโกนเสียงดัง ทำเอาลูกค้าร้านน้ำเต้าหู้หันขวับมามองกันเป็นแถบ “ไม่มีทางเสียมากกว่าคุ้มหรอก เพราะถ้าได้น้อยหน่ากลับคืนมา ให้ทำอะไร..ฉันก็จะทำ” “...” อีกฝ่ายเงียบกริบ สะบัดหน้าพรืดไปอีกทางแล้วขบกรามแน่นอย่างคนมีเรื่องคับแค้นใจ . . ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยค่า เป็นเรื่องที่สองในเซ็ต 'เมียมาเฟีย' (1) เมียเก่ามาเฟีย (วิลเลียมxพราวฟ้า) (2) เมียลับมาเฟีย (แอดเดอร์xเหมือนฝัน) เสิร์ฟตอนแรกร้อนๆ เลยค่า?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD