ในเวลาเช้ามืดวันต่อมา เปลือกตาหนาขยับไหวเป็นสัญญาณว่าผู้ที่อยู่ในห้วงนิทรากำลังจะตื่น อ๋องหนุ่มลืมตาขึ้นมาด้วยอาการโล่งตัวอย่างบอกไม่ถูก เมื่อคืนนี้หลับสบายนักไม่รู้สึกร้อนรุ่มไม่สบายตัวอย่างที่เคยเป็นมาตลอด
เขาสำรวจร่างกายตนเองเล็กน้อยก่อนจะพบว่าความร้อนในร่างกายไม่มากเท่าปกติจึงนึกถึงถ้วยยาของสตรีเผ่าหูที่ฝากมาให้ตนเมื่อคืน
คงเป็นเพราะยาของนางสินะ..
ด้านหม่าอี้เถาที่มารอรับใช้เมื่อได้ยินเสียงสวบสาบจากด้านในก็ถามทันที "ท่านอ๋องตื่นหรือยังพ่ะย่ะค่ะ?"
"อืม" ชายหนุ่มตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะลุกขึ้นมาสวมเสื้อตัวนอกจัดการผมเผ้าของตนเองเสร็จเรียบร้อยก็ออกไปยังด้านนอก
"พวกจงเหลียนล่ะ?" ไท่หยางฮัวสือถามเมื่อไม่เห็นองครักษ์อีกคนและเงาที่น้องชายส่งมาให้
"จงเหลียนกับอาจื่อไปจับปลาที่ลำธารพ่ะย่ะค่ะ ส่วนเหล่าถงกับมู่ซานไปหาของป่าอย่างอื่นดูแถวนี้" พวกตนสังเกตเห็นปลาพวกนั้นตั้งแต่เมื่อวานที่ไปสำรวจลำธารแล้วจึงคิดที่จะไปจับมาทำเป็นอาหารมื้อเช้า
ร่างสูงพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันหาเมียงมองไปทางเต้นของสตรีทั้งสองนางเมื่อพบว่าไม่มีผู้ใดอยู่ก็เดินไปยังลำธารเพื่อล้างหน้าล้างตาบ้าง ไม่คิดว่าเมื่อเดินไปบริเวณนั้นจะพบหญิงสาวทั้งสองที่กำลังเดินขึ้นมาจากริมลำธารพอดี
"อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะคุณชายฮัว" ร่างเล็กเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสทั้งที่ใบหน้ายังไม่หยดน้ำเล็กเกาะใบหน้าและไรผม
"อรุณสวัสดิ์" อ๋องหนุ่มทักทายกลับสั้นๆ
"คุณหนูซับหน้าก่อนเจ้าค่ะ" เสี่ยวชิงรีบยื่นผ้าให้คุณหนูของตนเพราะอีกคนมัวแต่รีบหันไปทักทายบุรุษรูปงาม
"ขอบใจพี่เสี่ยวชิง"
ชายหนุ่มได้แต่ยืนเงียบๆ มองหญิงสาวทำธุระของตน
หญิงสาวส่งสายตาให้คนสนิทของตนกลับก่อนและหันไปถามชายหนุ่ม "เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" โดยไม่ได้มีการระบุว่าเป็นเรื่องใดแต่นางคิดว่าเขารู้
ไท่หยางฮัวสือเองก็ส่งสายตาให้หม่าอี้เถาไปสมบทกับคนอื่นๆ ที่อยู่ต้นน้ำด้านบนที่มีเสียงช่วยกันจับปลาดังลอยมาและตอบร่างเล็ก
"ช่วยได้มากทีเดียว ขอบคุณคุณหนูน่าหลันมาก"
อาการร้อนจากภายในที่ทรมานมานานนั้นเขาได้รับทราบแล้วว่ามันเกิดเนื่องจากพิษกร่อนวิญญาณเข้าไปทำลายพลังหยินทำให้ร่างกายเสียสมดุลจึงต้องอาศัยสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นเข้าช่วย
เมื่อคืนยาที่ต้มมาให้คงมีส่วนผสมของสมุนไพรธาตุหยินที่ล้ำค่าถึงช่วยให้ร่างกายตนรู้สึกเบาขึ้นเช่นนี้
"มันส่งผลดีต่อท่านก็ดีแล้ว ต่อไปข้าจะต้มให้ท่านดื่มสามเวลาไปจนกว่าจะถึงหุบเขา" จริงๆ มันเป็นหนึ่งในขั้นตอนของการถอนพิษนางเพียงเตรียมร่างกายให้พร้อมเท่านั้น ไปถึงจะได้เริ่มรักษาไม่ต้องเสียเวลาเตรียมร่างกาย
ร่างสูงมองไปรอบๆ เหมือนหาอะไรบางอย่าง
"ท่านหาอะไรหรือ?"
"สัตว์เลี้ยงเจ้าเล่า"
"ข้าบอกให้มันกลับบ้านแล้วล่ะ หากมันอยู่จะลำบากพวกท่านเปล่าๆ"
อ๋องหนุ่มพยักหน้า ก็อย่างที่หญิงสาวบอกการที่มีเสือตัวโตอยู่ใกล้ๆ มันก็อดหวาดระแวงไม่ได้จริงๆ ถึงนางจะบอกว่ามันไม่ทำร้ายใครก็เถอะ
"อีกกี่วันหรือถึงจะถึงที่หมาย?" ร่างสูงถาม
"หากนับวันนี้เข้าไปด้วยก็เป็นสองวัน แต่เอาจริงแล้วหากใช้วิชาตัวเบาก็เพียงวันครึ่งก็ถึง" การเดินทางไปยังหุบเขาเหิงซานนางคิดว่าน่าจะใช้เวลาสามวันแต่สถานการณ์มันทำแบบนั้นไม่ได้
ร่างสูงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย "เป็นเพราะข้าที่ใช้วิชาตัวเบาไม่ได้"
เพราะพลังภายในติดขัดร่างกายอ่อนแอเขาจึงใช้พลังลมปราณไม่ได้การเดินทางจึงได้ล่าช้าเช่นนี้
ตนช่างเป็นภาระผู้อื่นโดยแท้ หลายคนตกตายไปก็เพราะตนที่อ่อนแอแม้กระทั่งจะใช้พลังน้อยนิดชักกระบี่แต่ละครั้งก็ยังทำให้หน้าซีด ทั้งที่เมื่อก่อนสามารถดูแลตนเองได้แท้ๆ
"อย่าได้โทษตัวเอง ท่านเป็นคนป่วยนะ ถ้าท่านไม่ถูกพิษข้าเชื่อว่าวิชาตัวเบาท่านผู้ใดก็เทียบไม่ได้หรอก" หูน่าหลันแย้งพร้อมสีหน้าที่ไม่เห็นด้วยกับการที่อีกฝ่ายโทษตัวเอง
คำปลอบใจจากสตรีตรงหน้าทำให้เขาที่กำลังกล่าวโทษตนเองนั้นรู้สึกดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก อ๋องหนุ่มจึงส่งยิ้มเบาบางให้อีกฝ่ายพร้อมเอ่ยถามกลับปนขำน้อยๆ
"เจ้ายังไม่เห็นข้าใช้วิชาตัวเบาสักครั้งแล้วทำไมถึงบอกว่าไม่มีผู้ใดเทียบได้"
"โถ่ ก็ท่านท่าทางองอาจแถมยังรูปงามขนาดนี้ก็ต้องมีฝีมือเป็นเลิศอยู่แล้วเจ้าค่ะ"
ไท่หยางฮัวสือหัวเราะในลำคออย่างขบขันกับคำตอบเลื่อนเปื้อนของอีกฝ่าย มีที่ไหนที่แค่รูปลักษณ์ภายนอกดูดีแล้วจะมีความสามารถ
"ไม่กวนท่านแล้ว ข้าไปเตรียมต้มยาให้ก่อนนะ" หญิงสาวที่เห็นว่าทำให้อีกฝ่ายหายคิดมากได้ก็เอ่ยขอตัว
ชายหนุ่มพยักหน้าเป็นอันตกลงร่างบางก็เดินกลับไปยังที่พักทันที สายตาอ๋องหนุ่มมองแผ่นหลังเล็กด้วยสายตาอ่อนโยนแบบที่หาได้ไม่บ่อยนัก
เมื่อถึงยามต้นยามเซิน (เวลา 15.00 – 16.59 น.) ในวันที่สามทั้งหมดก็มาถึงที่หมาย เมื่อพ้นเขตป่าด้านหลังภูเขาเข้ามาก็ถึงอาณาเขตพื้นของหุบเขาเหิงซาน หุบเขาที่เต็มไปด้วยทรัพยากรล้ำค่ามากมาย
"ถึงแล้ว ที่นี่แหละเจ้าค่ะหุบเขามรณะ"
ด้านหน้าของกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหลายที่ไม่เคยได้มาคือพื้นที่โล่งและมีทะเลสาบสาปขนาดยักษ์อยู่ตรงกลาง ที่ริมทะเลสาบมีเรือนเล็กๆ สามหลังปลูกอยู่ติดกันภายใต้เขตแนวรั้วที่ทำไว้ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยไอพลังบริสุทธิ์จากธรรมชาติ
ไท่หยางฮัวสือและเหล่าองครักษ์ต่างรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเพราะไอพลังพวกนี้ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลสำหรับคนที่ฝึกวรยุทธ ดวงตามังกรมองไปทางสตรีทั้งสองอย่างไม่แปลกใจว่าเหตุใดทั้งถึงมีวรยุทธที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้
ระหว่างเดินทางที่ผ่านมาเจอสัตว์อันตรายไม่น้อยแต่ทั้งสองก็สามารถปกป้องตนเองได้สบายๆ ไม่ได้มีท่าทีกังวลอะไร พวกตนด้วยซ้ำที่เหมือนจะเป็นภาระให้พวกนางกลายๆ เพราะยามถูกโจมตีไม่ทันตั้งตัวก็ได้พวกนางช่วยเอาไว้หลายหนราวกับรู้จักพวกมันเป็นอย่างดี
หากเดาไม่ผิดทั้งสอง ไม่สิ ทั้งสามคนคงฝึกฝนกันที่นี่เป็นแน่
หูน่าหลันเอ่ยชวนทั้งหมดไปยังที่พักเพื่อที่จะได้เก็บข้าวของสัมภาระต่างๆ เมื่อพ้นแนวรั้วเข้าไปไม่กี่ก้าวร่างกำยำของคนผู้หนึ่งก็ปรากฎขึ้น แต่ใบหน้าของคนมาใหม่กลับทำให้ดวงตาไท่หยางฮัวสือเบิกกว้าง
"ท่านอาซวน" ร่างบางเอ่ยทักทายคนของตนด้วยน้ำเสียงยินดี
ซวนจางเหลือบตามองสีหน้าของคนหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะโค้งศีรษะให้หญิงสาว "คุณหนูเดินทางปลอดภัยดีนะขอรับ"
"อื้อ ต้องขอบคุณท่านที่เป็นธุระให้" เพราะอีกฝ่ายจัดการเตรียมเส้นทางไว้ให้จึงทำให้ไม่เจอสัตว์ที่อันตรายอย่างพวกหมาป่าหรือหมียักษ์ พวกมันดุร้ายน่าดูเชียวล่ะ
"คุณหนูน่าหลัน เขาเป็นคนของเจ้าหรือ?" ไท่หยางฮัวสือถามทันทีเมื่อเห็นว่าทั้งสองสนทนากันเสร็จแล้ว
ใบหน้างามพยักหงึกหงักยืนยันว่าสิ่งที่อีกฝ่ายคิดนั้นถูกต้องพร้อมส่งยิ้มตาหยี "เจ้าค่ะ นี่คือท่านอาซวนจางผู้คุ้มกันอีกคนของข้า"
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยอะไร ที่แท้ผู้มีพระคุณที่เขาตามหาคือผู้ติดตามของนาง
"ขอบคุณท่านซวนจางที่ช่วยชีวิตข้าและคนคุ้มกันทั้งสองเอาไว้" ดูอย่างไรบุรุษผู้นี้ก็เป็นยอดฝีมือการนอบน้อมให้ความเคารพต่ออีกฝ่ายนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ใต้หล้านี้ผู้ใดแข็งแกร่งกว่าคือคนที่ต้องก้มหัวให้ไม่ว่าตนเองจะเป็นใครก็ตาม มิหน่ำซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นผู้ช่วยชีวิตอีกด้วย
"ขอบคุณท่านซวงจางขอรับ/ ขอบพระคุณท่านซวนจาง"
อ๋องหนุ่มและคนสนิททั้งสองต่างประสานมือคารวะให้ชายตรงหน้า
ซวนจางส่ายหน้าพร้อมรีบยกมือห้ามก่อนที่ชายสูงศักดิ์และลูกน้องกำลังจะก้มศีรษะโค้งให้ตนและพูดว่า "ข้าไม่คงไม่กล้ารับ หากท่านจะขอบคุณก็ขอบคุณคุณหนูเถิด ตอนนั้นเป็นนางที่บอกให้ข้าไปดูเพราะได้ยินเสียงการต่อสู้"
ร่างสูงผินหน้าไปมองหญิงสาวที่ยืนยิ้มแป้นให้ตนอยู่
นั่นสินะ หากนางไม่ออกคำสั่งไหนเลยชายผู้นี้จะลงมือช่วย
"ขอบคุณคุณหนูน่าหลัน วันนั้นหากไม่ได้ท่านซวนจางมาช่วยคงไม่มีพวกข้าในวันนี้"
"ขอบคุณคุณหนูน่าหลันx2" องครักษ์ทั้งสองต่างเอ่ยเสียงดังพร้อมกับประสานมือโค้งศีรษะลงต่ำเพื่อขอบคุณเต็มพิธี
"ไม่เป็นไร" หูน่าหลันตอบกลับทั้งสอง ก่อนจะรีบห้ามเมื่อเห็นชายที่หมายปองกำลังจะกำลังจะทำอย่างที่คนคุ้มกันของเขาทำ "เอ๊ะๆ ท่านอย่าก้มหัวให้ข้าสิเจ้าคะ" ร่างบางรีบปรี่เข้าไปจับมือห้ามได้ทันพอดี
อย่างไรเสียคนผู้นี้ก็ศักดิ์สูงกว่าตนจะให้มาก้มศีรษะให้สตรีตัวเล็กๆ อย่างนางต่อหน้าคนอื่นได้อย่างไร
"ธรรมเนียมต้าจินบุรุษอยู่เหนือสตรีทำแบบนี้คงไม่เหมาะสมนัก" หูน่าหลันแม้จะเป็นคนไม่สนธรรมเนียมแต่เมื่ออยู่ถิ่นผู้อื่นย่อมเคารพตามกฎเกณฑ์
ยกเว้นเรื่องการเกี้ยวพาเขาน่ะนะ
ดวงตาคู่คมมองสตรีร่างเล็กที่อยู่ใกล้เสียจนได้กลิ่นหอมหวานมาจากกายนางและกล่าวขึ้นว่า "เจ้าช่วยชีวิตข้าย่อมต้องขอบคุณ"
ไท่หยางฮัวสือมิได้ยึดติดกับฐานอันดรสูงส่งที่มาพร้อมการกำเนิดจึงไม่คิดว่าการก้มหัวขอบคุณให้ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตตนจะเป็นการไม่เหมาะสมอันใด
"หน่าๆ ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ" มือเล็กข้างที่ไม่ได้จับแขนชายหนุ่มโบกไม้โบกมือไปมา
"หากไม่รับคำขอบคุณก็ขอให้รับการตอบแทนของข้าก็ได้ หรือเจ้าต้องการให้ข้าตอบแทนอะไรก็สามารถเอ่ยมาได้" ชายหนุ่มเสนอ ถ้าเช่นนั้นเขาคงรู้สึกติดข้างอีกฝ่ายไปตลอดชีวิต
หูน่าหลันปล่อยแขนแกร่งก่อนจะจ้องมองอย่างจริงจัง "อะไรก็ได้หรือ?"
"อะไรก็ได้"
ร่างบางกอดอกพลางขบคิดอย่างหนักว่าจะเรียกร้องอะไรจากอีกฝ่ายดีสุดท้ายก็นึกอะไรดีๆ ออก
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกจุดที่ริมฝีปากสีดุจผลอิงเถาสดก่อนจะชี้นิ้วเรียวงามไปยังชายหนุ่มโดยที่ไม่พูดอ่ะไรแต่แววตานั้นเป็นระยิบระยับถูกอกถูกใจในความคิดของตนยิ่งนัก
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" ชินอ๋องของต้าจินมึนงงกับสิ่งที่ร่างบางทำอยู่
อันใดคือชี้มายังตน?
และแล้วหญิงสาวก็ขยับปากเอ่ยความต้องการของตนเองออกมา "ข้าอยากได้ตัวท่านเป็นสิ่งตอบแทนได้หรือไม่?"
!!