หลังจากวันที่ทำการรักษาถอนพิษครั้งแรกก็ผ่านมาสามวันแล้ว ร่างกายของไท่หยางฮัวสือเริ่มที่จะโคจรลมปราณอย่างสะดวกโดยที่ไม่มีผลกระทบต่อเส้นลมปราณได้บ้างหากแต่ทำได้ไม่นานนักสามารถอดทนทำได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น
แต่นั่นก็นับว่าดีมากโขหากเทียบก่อนหน้าที่ยามใดฝืนโคจรลมปราณในร่างกายนั้นก็ราวกับจะระเบิดออกเป็นชิ้นๆ เพราะความร้อนที่แผดเผาอวัยวะภายใน
จากการดื่มยาบำรุงที่มีส่วนผสมของสมุนไพรล้ำค่ามากมายและการฝังเข็มทุกวันทำให้ร่างกายที่อ่อนแอของอ๋องหนุ่มเริ่มฟื้นฟูทีละนิด และในแต่ละวันยังคงต้องให้องครักษ์คนสนิทช่วยปรับสมดุลกำลังภายในให้ตลอดตามคำสั่งของผู้รักษาอย่างน่าหลัน
ช่วงบ่ายในขณะที่ชินอ๋องของต้าจินกำลังนั่งพักหลังจากให้จงเหลียนปรับสมดุลพลังในร่างกายให้องครักษ์อีกคนก็มาแจ้งข่าว
"ท่านอ๋องมีสาส์นจากวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ"
มือหนายื่นไปรับกระบอกไม้ไผ่ที่ด้านในมีม้วนกระดาษข้อความมาอ่าน เมื่ออ่านจบสีหน้าของไท่หยางฮัวสือก็เปลี่ยนเป็นเรียบเฉยก่อนที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
"รองเจ้ากรมหานตายแล้ว"
สององครักษ์มองหน้ากันและกันทันที
รองเจ้ากรมหานเป็นคนของท่านอ๋องและพึ่งเป็นผู้ที่ยื่นเรื่องการยักยอกงบประมาณในการสร้างเขื่อนต่อหน้าพระพักตร์ตามรับสั่งที่ทิ้งไว้ก่อนออกเดินทาง
เมื่อไม่กี่วันก่อนท่านรองเจ้ากรมยังส่งข่าวมาบอกว่าทำตามรับสั่งเรียบร้อยและฝ่าบาทได้อนุญาตให้ทำการเริ่มสืบคดีอยู่เลย เกิดอันใดขึ้นกันแน่?
"พวกมันคงอาศัยช่วงที่ข้าไม่อยู่รีบกำจัดหลักฐาน"
"แล้วเราจะทำอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ"
"ส่งคนไปคุ้มครองจวนคนของเราที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมดจนกว่าข้าจะกลับเมืองหลวง"
"พ่ะย่ะค่ะ"
ดวงตามังกรมองไปอย่างไร้จุดหมายทว่าในหัวกลับมีแต่เรื่องให้คิดเต็มไปหมด เห็นทีว่าต้องรีบกลับเสียแล้ว..
หลังรับประทานมื้อค่ำเสร็จไท่หยางฮัวสือก็เดินไปยังเรือนของสตรีร่างเล็กเพื่อพูดคุยธุระเร่งด่วน เมื่อได้รับการอนุญาตร่างสูงจึงเดินขึ้นบันไดที่มีไม่กี่ขั้นเข้าไปยังด้านในทันที
"คุณชายฮัวเชิญนั่งก่อนเจ้าค่ะ" เจ้าของเรือนที่รออยู่แล้วลุกยืนต้อนรับก่อนจะเอ่ยเชิญแขกผู้มาเยือน
ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมเอ่ยขอบคุณเบาๆ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับหญิงสาว
"คนของข้าคงแจ้งแล้วว่ามีเรื่องด่วนอยากที่จะพูดคุยด้วย" เขาเข้าเรื่องเพื่อไม่ให้เสียเวลา
"ทราบแล้วเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านมีเรื่องอันใดหรือ?"
"ตอนนี้เกิดเรื่องที่เมืองหลวงข้าต้องรีบกลับโดยเร็วที่สุดจึงอยากมาปรึกษาและขอร้องเจ้า ถ้าข้าออกเดินทางในตอนนี้จะส่งผลกระทบต่อร่างกายหรือไม่?"
หูน่าหลันคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไป "ไม่หรอก เพียงแต่ถ้าท่านกลับไปยังเมืองหลวงแล้วการรักษาอีกสองครั้งท่านจะทำอย่างไร?"
การรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องกำหนดการถอนพิษครั้งที่สองคืออีกยี่สิบวันข้างหน้าแต่ระยะทางจากที่นี่ไปถึงเมืองหลวงแคว้นต้าจินใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสิบห้าวันไปกลับก็ราวเดือนเศษ
"เพราะเช่นนั้นจึงมีเรื่องอยากจะขอร้องเจ้า" ไท่หยางฮัวสือพูดพร้อมกับสบตาสตรีตรงหน้าด้วยแววตาลำบากใจไม่น้อย
"..."
"หากข้าจะขอให้คุณหนูน่าหลันเดินทางไปเมืองหลวงกับข้าได้หรือไม่?" เพราะหากเขาไม่รีบกลับไปไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอันใดร้ายแรงอีก
ชายหนุ่มเข้าใจดีว่าคำขอนี้มันค่อนข้างที่จะมากเกินไปแต่ตนเองก็ไม่มีทางเลือกนัก ถ้าไม่ได้ก็คงต้องละทิ้งการรักษาอีกสองครั้งที่เหลือแล้ว
ความเงียบที่เกิดขึ้นทำให้ไท่หยางฮัวสือคิดว่าตนเองคงถูกปฏิเสธแต่ก็ต้องคิดผิดเมื่อได้รับคำตอบกลับมา
"ได้สิ ข้าจะไปเมืองหลวงกับท่าน"
"..." ร่างสูงนิ่งไปครู่หนึ่งเพราะไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้ เดิมทีตนแค่ลองเสี่ยงขอร้องดูเท่านั้นเตรียมใจมาตั้งแต่เมื่อบ่ายแล้วว่าตนเองอาจไม่ได้รับการตอบรับกับคำขอร้องนี้
"ในเมื่อข้าได้รับหน้าที่ในการรักษาท่านแล้วก็ย่อมต้องทำให้สำเร็จลุล่วงสิ" ริมฝีปากบางส่งยิ้มให้บุรุษที่มีสีหน้ากังวลใจ
ที่นางเงียบไปเพราะกำลังคิดว่าจะต้องจัดการอะไรบ้างก่อนที่จะเดินทางไปไม่ได้คิดจะปฏิเสธแต่อย่างใด
ที่แน่ๆ ต้องส่งข่าวบอกที่บ้านแล้วก็ท่านตาของนางที่กำลังอยู่แดนเหนือและต้องเตรียมสมุนไพรบางส่วนจากที่นี่ติดตัวไปด้วยเผื่อมีอะไรจะได้ไม่ต้องลำบากหาให้วุ่นวาย
"ขอบคุณเจ้ามาก" ไท่หยางฮัวสือไม่มีสิ่งใดนอกจากคำขอบคุณนี้ ใจที่กังวลคลายลงไม่น้อย
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านคิดที่จะเดินทางวันใดหรือ?"
"เรื่องนี้คงต้องเป็นเจ้าที่กำหนด" อ๋องหนุ่มให้สิทธิ์การตัดสินใจกับหญิงสาวขึ้นอยู่กับว่านางจะสะดวกเมื่อไหร่
"อืม ถ้าเช่นนั้นขอเวลาเตรียมตัวสักวันสองวันนะเจ้าคะ" ถึงอีกฝ่ายจะบอกว่าต้องรีบกลับแต่นางมีสิ่งที่ต้องทำมากพอสมควรก่อนที่จะเดินทาง อย่างน้อยก็เรื่องเตรียมของสำคัญต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการรักษาบุรุษตรงหน้าในอีกสองถึงสามเดือน
ร่างสูงพยักหน้าจากนั้นก็อยู่พูดคุยกับเจ้าของเรือนอีกพักใหญ่ก่อนจะขอตัวกลับไปพักผ่อนที่เรือนเนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงดึกแล้ว
วันต่อมาหูน่าหลันก็ให้ซวนจางพร้อมด้วยองครักษ์ของชายหนุ่มส่วนหนึ่งที่อาสาอยากจะช่วยงานไปเก็บสมุนไพร พวกเขาใช้เวลากว่าครึ่งค่อนวันจึงได้ของที่ต้องการกลับมา
คนเป็นหมอและผู้ช่วยอย่างเสี่ยวชิงก็ช่วยกันตรวจสอบชนิดและคุณภาพ เมื่อไม่มีอันใดตกหล่นก็สั่งให้คนทั้งหมดช่วยกันนำพวกมันลงกล่องที่ใช้เก็บรักษาสมุนไพรโดยเฉพาะ
ของพวกนี้ต้องเก็บไว้ที่กล่องหยกเย็นเพื่อคงประสิทธิภาพของพวกมันเอาไว้ให้ได้นานที่สุด
"คุณหนูน่าหลันแล้วกองนั้นเล่าขอรับ" มู่ซานเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ายังเหลือสมุนไพรอยู่อีกกอง
สายตาของหูน่าหลันมองไปยังจุดที่ชายที่มีนามว่ามู่ซานชี้
"อ๋อ อันนั้นไม่ต้องเดี๋ยวข้าจัดการเอง เสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเจ้าไปพักเถอะ" ร่างบางโบกมือไล่คนของชินอ๋องแคว้นต้าจินกลับเมื่อไม่มีอะไรที่ต้องทำแล้ว
ตั้งแต่ออกไปกับท่านอาซวนมาคนพวกนี้ยังไม่ได้กลับเรือนไปพักเลย พวกเขาอยู่ช่วยนางกับพี่เสี่ยวชิงจัดการสมุนไพรกองโตจนเสร็จสิ้น
"ขอรับ ถ้าเช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อน" กล่าวจบทั้งสามก็ออกจากเรือนปรุงยาไปเป็นจังหวะที่ร่างสูงกำยำของซวนจางเดินสวนเข้ามาทั้งหมดจึงรีบโค้งศีรษะให้ทันทีก่อนจะเดินผ่านไป
"ท่านอาซวนเรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะ" เสียงใสเอ่ยทักคนเข้ามาใหม่
นางให้อดีตองครักษ์บิดาส่งจดหมายบอกเรื่องราวที่นางจะต้องเดินทางไปยังเมืองหลวงแคว้นเจ้าให้ท่านตา
"เรียบร้อยแล้วขอรับคุณหนู" สายตาของผู้อาวุโสกว่ามองหญิงสาวอีกคนที่กำลังเก็บสมุนไพรล้ำค่าหลากหลายชนิดลงกล่องหยกก่อนจะมองหน้าคุณหนูของตนแล้วเอ่ยขึ้น
"ไปที่เมืองหลวงต้องระวังตัวให้มากนะขอรับ" แม้จะมีเสี่ยวชิงไปด้วยตนก็ยังไม่ไว้วางใจ หากไม่ได้รับคำสั่งให้ไปส่งข่าวและนำของฝากไปให้ท่านประมุขและครอบครัวเขาก็คงจะได้ตามหญิงสาวทั้งสองไปด้วย
"ข้าจะระวังเจ้าค่ะ แล้วก็ฝากความคิดถึงท่านพ่อท่านแม่และเหล่าพี่ชายข้าด้วยนะ"
ซวนจางพยักหน้า "ข้าจะบอกทุกคนเองขอรับ"
จะดีกว่านี้ถ้าหากท่านได้กลับบ้านไปบอกด้วยตนเอง นายท่านนายหญิงและนายน้อยทุกคนคงดีใจมากกว่า
เขาอยากจะบอกออกไปแบบนั้นแต่ก็รู้ว่าคุณหนูของตนต้องทำตามหน้าที่จึงไม่ได้กล่าวออกไป
เมื่อผู้อาวุโสคนสำคัญรับปากหูน่าหลันก็พยักหน้าพอใจ ที่เขาไม่ให้อีกคนไปด้วยก็เพราะเหตุผลบางอย่างซึ่งก็บอกท่านอาซวนไปแล้ว
"ท่านไปพักเถิดเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ออกเดินทางแต่เช้า" หญิงสาวบอกพร้อมส่งสายตาให้พี่เสี่ยวชิงยื่นกล่องสมุนไพรให้อีกฝ่าย
"ขอรับ" องครักษ์หนุ่มใหญ่รับคำ
"อ้อ อย่าลืมบอกเรื่องนั้นกับท่านพ่อท่านแม่ข้าด้วยนะเจ้าคะ" พูดจบหญิงสาวก็หัวเราะคิกคักเมื่อคิดไปล่วงหน้าว่าปฏิกิริยาของบรรดาคนในครอบครัวจะเป็นอย่างไร
ซวนจางมีสีหน้าว่างเปล่าพลางคิดในใจว่า หลังจากข้าที่พูดให้ฟังคนที่บ้านท่านได้กุมขมับเป็นแน่
ส่วนหญิงสาวทั้งสองก็ทำการเก็บข้าวของให้เรียบร้อยเพราะหลังจากนี้จะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกนานแล้วจึงพากันกลับไปพักผ่อนที่เรือน