ไท่หยางฮัวสือลงมาจากรถม้าด้วยท่วงท่าสง่างามตามฉบับราชนิกุลผู้สูงส่ง สายตากวาดมองไปยังบรรดาคนทั้งหมดที่ก้มหน้าตามธรรมเนียมปฏิบัติก่อนที่สายตาจะหยุดที่คนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ถัดพ่อบ้านของตนไปสองสามช่วงคน
จากนั้นก็ลากสายตากลับมามองร่างของบุรุษที่อยู่ด้านหน้าสุดพร้อมเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
"พ่อบ้านมู่"
ผู้ที่ก้มาอยู่เงยหน้าเมื่อได้รับการเรียกขาน "ยินดีต้อนรับท่านอ๋องกลับจวนพ่ะย่ะค่ะ"
หลังจากพ่อบ้านประจำจวนเป็นคนนำในการกล่าวต้อนรับการกลับมาของผู้เป็นนายจากนั้นคนอื่นๆ จึงได้เอ่ยตาม
"ยินดีต้อนรับท่านอ๋องกลับจวนพ่ะย่ะค่ะ! / เพคะ!"
ใบหน้าหล่อเหลาพยักหน้าตอบรับเบาๆ "ช่วงที่เปิ่นหวางไม่อยู่คงลำบากท่านแย่เลยสินะ"
เพราะพ่อบ้านมู่คือคนที่เอะใจกับสายลับที่แฝงตัวเข้ามาในจวนเป็นคนแรกจนกระทั่งจับได้เมื่อมันผู้นั้นลอบส่งข่าวเรื่องการเดินทางของตนออกไปข้างนอก
"ล้วนเป็นหน้าที่กระหม่อมที่ต้องรับใช้พระองค์อยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ไหนเลยจะกล้าเอ่ยคำว่าลำบาก"
อ๋องหนุ่มยิ้มอย่างจริงใจให้อีกฝ่าย มู่ฉงจื่อเป็นอดีตองครักษ์ลับของเสด็จพ่อก่อนที่ได้รับคำสั่งให้มาคุ้มครองเขาตั้งแต่เป็นองค์ชายน้อยในวังหลวง เขาจึงรอดพ้นเงื้อมมืออดีตฮองเฮาสกุลฉู่หรือไทเฮาคนปัจจุบันมาจนถึงตอนนี้
หลังจากที่เขาได้รับพระราชทานแต่งตั้งยศเป็นชินอ๋องและถูกส่งตัวไปปกครองเมืองเป่ยเซียงจึงให้อีกฝ่ายที่มีอายุมากแล้วผันตัวมาเป็นพ่อบ้านประจำจวนอ๋องคอยดูแลเรื่องภายในแทน
นับว่าเป็นคนที่เขาไว้ใจที่สุดเป็นอันดับต้นๆในชีวิต
"อืม จริงสิข้ามีคนแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก" ไท่หยางฮัวสือกล่าวจบก็หันไปทางรถม้าอีกคันที่อยู่ด้านหลัง
ซึ่งทุกคนต่างก็เห็นมาตั้งแต่แรกและมีคำถามอยู่ในใจพอดี ทันใดนั้นชินอ๋องของพวกตนก็ไปยังรถม้าคนดังกล่าวพร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อหนึ่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างหาได้ยากยิ่ง
"หลันเอ๋อร์ถึงที่หมายแล้วลงมาเถิด"
ผู้ที่อยู่ด้านในเป็นสตรี! หลายคนอุทานในใจอย่างประหลาดใจ
ทว่าภายในเกิดเสียงบางอย่างขึ้น
เพล้ง!
"เกิดอันใดขึ้น!?" ไท่หยางฮัวสือถามอย่างร้อนใจก่อนที่เสียงหวานกระจ่างใสสายหนึ่งจะตอบกลับมา
"มะ..ไม่มีอะไรเพคะ เพียงแค่มือหม่อมฉันไปโดนจอกชาจนมันตกลงพื้นเท่านั้น"
ร่างสูงถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่ายเสียแล้ว "ถ้าเช่นนั้นก็ลงมาเถิด"
ประตูรถม้าถูกเปิดออกสายตาของทุกคนก็มองไปยังทิศทางเดียวกันด้วยความอยากรู้อยากเห็นจากนั้นร่างเพรียวระหงร่างหนึ่งในชุดสีทึบก็เดินลงมา สตรีนางนั้นย่อกายคำนับท่านอ๋องของพวกตนแล้วถอยห่างออกมาในขณะเดียวกันก็ปรากฏร่างของใครอีกคน
ร่างบอบบางก้าวลงจากรถม้าโดยได้รับการช่วยเหลือจากผู้ติดตามที่ตอนนี้รับบทเป็นสาวใช้คนสนิทของตน ใบหน้างดงามมองไปรอบๆกายจึงได้เห็นว่ามีสายตามามายที่มองมาทางตน
"มาเถิด ข้าจะพาเจ้าไปรู้จักกับทุกคน"
หูน่าหลันพยักหน้าหงึกหงักราวกับไก่จิกข้าวสารไม่กล้ามองหน้าอ๋องหนุ่มเพราะยังรู้สึกใจเต้นและทำตัวไม่ถูกจากน้ำเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่ ในใจสบถกับตนเองไม่อยู่
จะให้รู้ไม่ได้ว่า เกี้ยวเขามาตั้งหลายครั้งแต่มาเสียกิริยาเพราะน้ำเสียงอ่อนโยนที่ไม่เคยได้ยิน จะให้รู้ไม่ได้!
แต่ร่างสูงสังเกตเห็นว่าใบหน้าของหญิงสาวผิดปกติแถมยังหลบสายตนจึงได้ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
"เจ้าไม่สบายหรือไม่เหตุใดหน้าแดงยิ่งนัก?"
"มะ..ไม่เป็นไรเพคะ" หูน่าหลันยิ่งเสียอาการพูดตะกุกตะกักกว่าเดิม
ไท่หยางฮัวสือเงียบไปครู่หนึ่งอย่างคิดวิเคราะห์อาการที่เป็นอยู่ก่อนจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นอันใด รอยยิ้มเอ็นดูเผยออกมาให้เห็นอย่างลืมเก็บซ่อน
ที่แท้นางก็เขินตน
อ๋องหนุ่มหัวเราะเล็กน้อยในลำคอก่อนจะเอ่ยแนะนำหญิงสาวกับคนอื่นๆ
"นี่คือคุณหนูน่าหลัน นางจะมาเป็นแขกพิเศษของจวนขอให้ทุกคนปฏิบัติกับนางให้เหมือนกันปฏิบัติกับเปิ่นหวาง"
ด้วยฐานะที่แท้จริงของนางที่เป็นถูกลูกศิษย์หมอเทวดาแถมยังเป็นผู้มีพระคุณของเขาการให้สิทธิ์เช่นนี้ถือว่าสมควรแล้ว แต่ไท่หยางฮัวสือไม่รู้ว่าจากนี้คนเขาจะเอาไปเล่าลือกันเพราะเข้าใจกันไปอีกอย่าง
ทางด้านบ่าวไพร่ที่ได้ยินรับสั่งต่างตาเบิกกว้างขึ้นพร้อมมองหน้ากันไปมา 'ปฏิบัติกับนางให้เหมือนกับท่านอ๋อง'
นี่ไม่ใช่การให้เกียรติว่าที่หวางเฟยหรอกหรือ!
"พ่ะย่ะค่ะ / เพคะ"
"น่าหลัน คนนี้คือพ่อบ้านมู่พ่อบ้านคนเก่งประจำจวนข้าเอง" อ๋องหนุ่มเอ่ยแนะนำคนสำคัญของตนให้หญิงสาวได้ทราบ
"ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าค่ะท่านพ่อบ้านมู่ ข้าฝากตัวด้วยนะเจ้าคะ"
ศีรษะของคนเป็นพ่อบ้านโค้งลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย "มิได้ขอรับ คุณหนูเป็นแขกข้าน้อยย่อมดูแลเป็นอย่างดีตามคำสั่งของท่านอ๋อง"
"ฝากพ่อบ้านมู่ให้บ่าวไพร่ไปเตรียมเรือนอวี้ฮวาให้นางด้วย" เขาไม่ได้แจ้งถึงการมาของน่าหลันล่วงหน้าเพราะเกรงข่าวจะรั่วไหลอีกจึงไม่ได้ให้คนเตรียมที่พักเอาไว้ให้
มู่ฉงจื่อที่นิ่งที่สุดก็ถึงกับสบตาท่านอ๋องของตนอย่างประหลาดใจเมื่อได้รับคำสั่งให้ไปเตรียมเรือนอวี้ฮวา นั่นมิใช่เรือนที่อยู่ติดกับตำหนักใหญ่ของชินอ๋องหรอกหรือ?
ส่วนคนอื่นๆที่ได้ยินคำสั่งที่สองจากท่านอ๋องยิ่งตาเบิกกว้างกันไปใหญ่
แม้จะสงสัยแต่มู่ฉงจื่อก็ได้แต่เก็บเอาไว้รีบเอ่ยรับคำสั่งแล้วให้คนไปจัดการทันที
หลังจากนั้นไท่หยางฮัวสือก็บอกให้บ่าวไพร่แยกย้ายกันไปทำหน้าที่แล้วจึงสั่งให้นางกำนัลรับใช้คนหนึ่งพาร่างเล็กไปยังห้องรับรองแขกของจวนเพื่อรอบ่าวไพร่จัดการเรือนอวี้ฮวา ส่วนตนเองก็ขอตัวไปจัดการธุระต่อ
"ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง" อ๋องหนุ่มเอ่ยถามทันทีหลังจากมาถึงห้องทำงานของตน
"ตอนนี้ฝ่าบาททรงให้ท่านเจ้าเจ้ากรมยุติธรรมเป็นผู้ดูแลคดีนี้ต่อจากรองเจ้ากรมหานที่ตายไปพ่ะย่ะค่ะ แถมยังให้เวลาเพียงแค่สองเดือนเท่านั้น ฝ่าบาทตรัสว่าถ้าหากเขาทำไม่สำเร็จจะพิจารณาตำแหน่งของเขาใหม่พ่ะย่ะค่ะ"
ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับเอ่ยพึมพำเบาๆ "เจ้ากรมยุติธรรมหรือ?"
"พ่ะย่ะค่ะ"
"เหตุใดคดีนี้จึงได้กลายเป็นของเขา"
"คนของเราเล่าว่าเพราะกองปราบทำงานผิดพลาดท่านเจ้ากรมจึงขอรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ"
ไท่หยางฮัวสือขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ากับตนเองเมื่อเข้าใจเจตนาของฮ่องเต้ ทุกคนล้วนไม่ทราบว่าจ้าวอู๋หมิงคือหนึ่งในแขนขาของอดีตฮ่องเต้ เป็นฝ่ายที่ช่วยออกหน้าจัดการขุนนางกังฉินในราชสำนักคนสำคัญหากมอบอำนาจให้เขาจัดการย่อมวางใจได้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่พวกเขาคิดเอาไว้
"ส่งหลักฐานที่เรามีไปให้จ้าวอู๋หมิงจากนั้นเขาจะรู้เองว่าจะต้องทำเช่นไร"
ถ้าให้เดาป่านนี้คนพวกนั้นคงทำลายหลักฐานที่หานจื่ออวี่มีทิ้งไปแล้วแต่พวกมันคงไม่ทราบว่านั้นเป็นเพียงฉบับคัดลอกเท่านั้น
...ของจริงอยู่ที่เขา
"พ่ะย่ะค่ะ ว่าแต่ท่านอ๋องคุณหนูน่าหลันคือผู้ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?" อดีตองครักษ์ลับอดที่จะถามไม่ได้ เขามั่นใจว่านางไม่ได้เป็นแขกสตรีธรรมดาแน่ๆ
"กำลังจะบอกเจ้าพอดี นางคือลูกศิษย์หมอเทวดาที่รักษาข้าแต่เพราะการรักษายังไม่เสร็จสิ้นข้าจึงได้ขอร้องให้นางตามกลับมารักษาที่นี่ด้วย ตอนนี้จะให้ผู้ใดรู้ฐานะของนางไม่ได้"
ชายวัยกลางคนพยักหน้าเข้าใจเรื่องราว เป็นเช่นนี้นี่เอง
"สรุปแล้วท่านอ๋องป่วยด้วยโรคอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?" อาการป่วยของนายตนนั้นประหลาดนักพาหมอท่านใดมาก็บอกแค่ว่าร่างกายขาดธาตุหยินจนเลือดลมไม่ดีทำให้ร่างกายอ่อนแรง
เมื่อได้ยินคำถามดวงตาคู่คมก็มืดครึ้มดำมืดทันทีก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ข้าถูกพิษ" ก่อนจะขยับปากไร้เสียง 'ของเผ่าเหมี่ยว'
!!!
มู่ฉงจื่อตาเบิกกว้างด้วยความตกใจของจริง พิษเผ่าเหมี่ยว! นี่มันเรื่องร้ายแรงแล้ว!
"เจ้าว่าในจวนจะมีผู้ใดที่สามารถทำเช่นนั้นได้บ้าง" อ๋องหนุ่มมองหน้าคนสนิทของตนขณะถาม อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะคิดเห็นเหมือนตนหรือไม่
"ท่านอ๋องหมายถึง..."
"จับตาดูเขาเอาไว้ ข้ามั่นใจว่าใช่เขาแน่"
"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะให้คนของเราจับตาดูเขาเอาไว้"
ดวงตาคู่คมหรี่ลงอย่างมาดร้าย ถึงเวลาของพวกเขาที่จะต้องเอาคืนบ้างแล้ว...