ตอนที่ 3 ต้อนรับแขกผู้มาเยือน

1661 Words
ตกเย็นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จจวนเจ้าเมืองเซียวก็ได้ต้อนรับแขกที่เดินทางถึง เซียวต่งไม่รอช้ารีบออกไปต้อนรับด้วยตัวเองทันที "ถวาย- เอ่อคารวะนายท่าน" ชายวัยกลางคนที่กำลังจะเอ่ยถวายความเคารพร่างสูงรีบเปลี่ยนคำพูดของตนทันทีเพราะเกือบลืมว่าที่ตรงนี้ยังมีบ่าวในจวนอยู่ด้วยหนึ่งคนนั่นก็คือพ่อบ้านที่มาแจ้งข่าว "ไม่ต้องมากพิธี เข้าไปคุยกันข้างในเถิด" ไท่หยางฮัวสือเอ่ยกับคนของตน "ขอรับ เชิญนายท่าน" เจ้าเมืองเซียวยืดตัวขึ้นเป็นปกติแต่กระนั้นศีรษะของเขาก็ยังคอยโค้งต่ำเป็นระยะๆ ไม่ยืดตัวเสมอแขกหนุ่มในขณะที่เดินนำอีกฝ่ายไปยังห้องโถงรับรองพลางส่งสายตาให้พ่อบ้านของตนไปจัดการเรื่องของว่างและกำชับให้ไล่บ่าวไพร่ให้ออกห่างเพื่อความเป็นส่วนตัว เมื่อมาถึงร่างสูงก็ตรงไปนั่งเก้าอี้ตำแหน่งที่เป็นเจ้าบ้านส่วนเจ้าของที่แท้จริงกลับนั่งเก้าอี้ในตำแหน่งแขกแทน หากใครมาเห็นเข้าก็คงจะมึนงงไม่น้อย แต่สำหรับเซียวต่งตำแหน่งการนั่งที่เป็นอยู่นั้นถูกต้องแล้วในความเป็นจริงตนต้องคุกเข่าก้มหน้ากับพื้นด้วยซ้ำ หลังจากสาวใช้ผู้หนึ่งเดินนำของว่างมาให้แล้วจากไปผู้มาเยือนจึงเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา "ลูกศิษย์หมอเทวดาผู้นั้นอยู่ที่ไหน?" ที่เขาเดินทางมาในครั้งนี้ก็เพราะว่าคนของอาจารย์สามารถติดต่อหมอเทวดาได้แล้วหลังจากที่พยายามมาหลายเดือนเพื่อขอความช่วยเหลือในการรักษา อีกฝ่ายตอบตกลงทว่าไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเองกล่าวว่าจะส่งจะส่งศิษย์คนหนึ่งมาแทน ซึ่งสถานที่นัดหมายคือที่เมืองนี้ "ตอนนี้นางพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมฉงเฟินพ่ะย่ะค่ะ พรุ่งนี้เช้าถึงจะมาที่จวน" "นาง?" "พ่ะย่ะค่ะ ลูกศิษย์ของท่านหมอเทวดาม่อซวีเป็นสตรี" เดิมทีเขาจัดที่พักไว้ให้ลูกศิษย์หมอเทวดาเช่นเดียวกันกับบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าหากแต่นางปฏิเสธบอกว่าอยากพักที่โรงเตี๊ยมมากกว่า ร่างสูงได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารับทราบก่อนจะรับฟังข้อมูลอื่นๆ จากคนของตน เมื่อรายงานทุกสิ่งอย่างจนหมดเจ้าเมืองเซียวก็ได้แต่ปล่อยให้ร่างสูงจมอยู่กับความคิดของตนเองพักใหญ่ "อีกสองเดือนข้างหน้าข้าจะให้คนมารับของก็แล้วกัน" นอกจากเซียวต่งจะเป็นเจ้าเมืองเซียวแล้วยังเป็นผู้ติดต่อซื้อขายชากับแคว้นโจวแทนชินอ๋องอย่างตนแบบลับๆอีกด้วย แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดรู้เรื่องนี้... "พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง" "อีกอย่างข้าอยากให้เจ้าสืบหาคนคนหนึ่งให้ หาคนวาดภาพเหมือนมาสักคนเดี๋ยวจะให้คนของข้าบอกลักษณะหน้าตาของคนที่ต้องการตามหา" เขาต้องการรู้ว่าคนที่มาช่วยตนคือใคร ฝีมือเช่นนี้หากได้มาอยู่ข้างกายความปลอดภัยของตนก็จะยิ่งมากขึ้นพักหลังผู้ที่เขาไปขัดแข้งขัดขาเริ่มจะต้องการชีวิตเขามากขึ้นทุกที "บุตรีคนรองของข้าพอจะมีฝีมืออยู่บ้างพรุ่งนี้กระหม่อมจะบอกให้นางเตรียมตัวไว้พ่ะย่ะค่ะ" ร่างสูงพยักหน้าพร้อมเอ่ยตอบรับในลำคอครั้งหนึ่งหลังจากนั้นทั้งคู่ก็พูดคุยกันเรื่องอื่นๆ ต่ออีกเล็กน้อยก่อนที่ไท่หยางฮัวสือจะแจ้งความประสงค์ว่าต้องการพักผ่อน เจ้าเมืองเซียวจึงได้ให้บ่าวชายที่รู้ความนำทางร่างสูงไปยังเรือนรับรองแขกที่ดีที่สุดของจวนที่จัดเตรียมเอาไว้ ยามรุ่งอรุณมาถึงหยดน้ำจากปลายยอดต้นไม้ใบหญ้าร่วงหล่นสู่พื้นดินเมื่อถูกสายลมกระทบ เสียงนกกระจิบและกระรอกที่อาศัยอยู่บริเวณต้นไม้ใหญ่ใกล้เรือนทำให้ร่างสูงขยับกายตื่นจากห้วงนิทรา นับตั้งแต่เมื่อปีก่อนร่างกายนี้ก็อ่อนแอลงอย่างมากอย่างไม่ทราบสาเหตุบวกกับความอ่อนเพลียจากการเดินทางจึงทำให้พ่อค้าปลอมๆจากเมืองหลวงตื่นสายกว่าปกติ ทางผู้ติดตามที่เฝ้ารออยู่บริเวณหน้าห้องเมื่อได้ยินเสียงสวบสาบจากการขยับตัวก็เอ่ยถามคนที่อยู่ด้านในทันที "นายท่านตื่นแล้วหรือขอรับ" เพราะมีบุคคลอื่นอยู่ด้วยจึงต้องใช้คำพูดธรรมดากับท่านอ๋องของตนเพราะไม่ต้องการให้รู้ตัวตนที่แท้จริง "อืม เข้ามาได้" เสียงแหบพร่าเอ่ยสั่งขณะยันตัวขึ้นพิงหัวเตียง ประตูห้องนอนเปิดออกร่างสูงใหญ่ของผู้ติดตามพร้อมกับบ่าวรับใช้ก็ยกถังน้ำเข้ามาตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว ความจริงบ่าวของทางจวนเจ้าเมืองเตรียมทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้วรอเพียงชายหนุ่มตื่นและรอคำอนุญาตเท่านั้น "ท่านอ๋องคนของเราจับหนอนได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้ถูกขังไว้ในห้องลับ" จงเหยียนกระซิบเสียงเบากับคนเป็นนายหลังจากที่บ่าวชายของจวนนี้ออกไปแล้ว นกพิราบสื่อสารพึ่งส่งข่าวมาถึงเมื่อครู่นี่เอง ร่างสูงรับฟังคำรายงานขณะที่ยืนจัดการล้างหน้าล้างตาตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะรับอาภรณ์ตัวใหม่จากคนสนิทมาสวมใส่ การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นความลับแต่กลับมีคนส่งนักฆ่าตามมาได้ก็เพราะมีคนในจวนเป็นหนอนบ่อนไส้ ยังดีที่คนของตนจับได้ "ให้คนของเราปลอมตัวเป็นมันแล้วให้ใช้ชีวิตตามเดิมรอดูว่ามันติดต่อกับใคร" ศัตรูของเขามีรอบทิศยากจะจับมือใครดมได้ หากฆ่าหนอนตัวนี้ทิ้งไปเฉยๆเกรงว่าจะทำให้คนฝั่งนั้นไหวตัวทัน อีกทั้งต้องเก็บคนไว้เป็นพยานหลักฐานด้วยจึงให้คนของตนปลอมตัวเป็นมันซะ "พ่ะย่ะค่ะ" จากนั้นร่างสูงก็เดินนำออกจากห้องผ่านบ่าวไพร่จวนเจ้าเมืองที่มารอรับใช้ไปอย่างไม่สนใจ สาวใช้ต่างพากันลอบมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มอย่างอยากรู้อยากเห็น เพราะเมื่อวานนี้มีบ่าวรับใช้หญิงที่ได้รับมอบหมายให้นำของว่างไปรับแขกพร้อมกับพ่อบ้านได้เห็นหน้าตาของแขกที่มาเยือนได้เอาไปซุบซิบกันที่ห้องครัวว่าแขกท่านเจ้าเมืองเป็นบุรุษรูปงามราวกับเทพเซียน ถึงตอนนี้พวกนางยังไม่ได้เห็นใบหน้าเต็มๆ ได้แต่ลอบมองแผ่นหลังกว้างและท่าทางสูงส่งก็เชื่อสนิทใจในคำบอกเล่าของบ่าวนางนั้น อ๋องหนุ่มในคราบพ่อค้าสกุลฮัวนั่งทานอาหารที่ห้องโถงกว้างเพียงลำพังใช้เวลาสักพักก็ทานเสร็จจากนั้นคนสนิทข้างกายที่รออยู่ก็นำถ้วยยาส่งให้ เขาดื่มยาโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้ว่ามันจะขมแค่ไหนก็ตาม ...ตนชินชากับรสชาติเช่นนี้แล้ว "ท่านอ๋องท่านเจ้าเมืองให้คนมาแจ้งว่าลูกศิษย์หมอเทวดามาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นเดินถือพัดเล่มโปรดออกจากห้องรับประทานอาหารลัดเลาะสวนหินประดับในจวนเจ้าเมืองเซียวเพื่อที่จะไปยังที่นัดหมาย ระหว่างทางมีบ่าวทำงานประปรายที่เมื่อเห็นตนก็ก้มหัวให้ความเคารพพอเดินผ่านก็หันกลับไปทำงานดังเดิมไม่มีการสอดส่ายสายตามองตาม หากไม่นับบ่าวสตรีสองนางหน้าห้องที่แอบลอบมองตนเมื่อเช้าก็นับว่าจวนนี้อบรมบ่าวได้ดีทีเดียว เดินประมาณเกือบครึ่งเค่อจึงมองเห็นหน้าห้องโถงรับรองเมื่อวาน ประจวบกับเจ้าของจวนก็กำลังมาถึงเช่นกันอีกฝ่ายจึงได้รีบเชิญร่างสูงเข้าไปด้านในพร้อมๆ กับตน "เชิญนายท่าน" "เรียกข้าว่าคุณชายฮัว" อ๋องหนุ่มเอ่ยเสียงเบา "แล้วก็ระวังท่าทางของเจ้าด้วย" "ขอรับ" ขุนนางวัยกลางคนรีบขานรับและปรับท่าทางของตนในระหว่างที่กำลังจะเดินเข้าไปข้างใน ในตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงกระจ่างใสของสตรีนางหนึ่งเอ่ยชมว่าชาและของว่างรสชาติดีไม่ขาดปาก "พี่เสี่ยวชิงลองชิมชานี่ดูสิ จุ๊ๆ นี่มันชาชั้นดีจากแคว้นโจวเชียวนา เจ้าเมืองเซียวใจป้ำยิ่งถึงกับนำเอาออกมาต้อนรับพวกเราด้วย ต้องขอบคุณชื่อเสียงของท่านหมอเทวดาของพวกเราแล้ว" เสี่ยวชิงที่ยืนอยู่ตำแหน่งด้านหลังเก้าอี้ในฐานะผู้ติดตามถึงกับอยากเอามือก่ายหน้าผากกับท่าทางที่ดูเหมือนไม่เคยกินของดีๆ ของสตรีร่างเล็ก คุณหนูท่านช่วยรักษาหน้าของอาจารย์ท่านหน่อยได้ไหมเจ้าคะ หรือไม่ก็เห็นแก่ฐานะของตนเองบ้าง บ้านท่านก็ใช่จะปล่อยให้อดอยากเสียเมื่อไหร่ ดีนะที่ไม่มีใครเห็น เอ๊ะ..ไม่สิมีคนกำลังมา หางตาของหญิงสาวเปรยไปทางประตูก่อนจะปรากฏร่างเจ้าของฝีเท้าสองคู่ก้าวเข้ามา โดยที่สายตาของหนึ่งในนั้นก็มองมายังพวกตนเหมือนกัน เสี่ยวชิงรีบหลบสายตาลงแล้วก้มหน้าต่ำตามมารยาทของบ่าวรับใช้พร้อมเอื้อมมือไปสะกิดนายของตนให้รู้ตัว ด้านคนที่ถูกสะกิดก็รู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วว่ามีคนอยู่หน้าเรือนเนื่องจากได้ยินเสียงฝีเท้าสองคู่ทว่าคู่หนึ่งกลับเบามากแทบไม่ได้ยินจนนางแอบสงสัยในใจ หูน่าหลันวางจอกชาและขนมที่ยังกินไม่หมดในมือลงก่อนจะหันมามองคนที่พึ่งเข้ามาใหม่จึงได้เห็นว่าเป็นเจ้าเมืองเซียวและบุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาชวนฝันผู้หนึ่ง อ่า..นี่นางแล้วตายหรืออย่างไรถึงมีได้มีเทพเซียนมาปรากฏตรงหน้า?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD