ตอนที่ 6 ความสงสัยที่เพิ่มพูน

1504 Words
รถม้าสองคันแล่นไปตามเส้นทางเปล่าเปลี่ยวที่เงียบสงบไร้ผู้คนผ่าน ใช้เวลาประมาณสองเค่อทั้งหมดก็ถึงเขตชายป่า ร่างบางกระโดลงจากรถม้าโดยที่ไม่รอให้บ่าวรับใช้ประคองจึงถูกบ่นเบาๆ ตามหลังแต่หูน่าหลันก็หาสนใจไม่ หญิงหันไปทางด้านหลังที่มีรถม้าอีกคันตามมาติดๆ และเมื่อฝีเท้าอาชาชั้นดีหยุดลงหูน่าหลันก็ป้องปากตะโกนบอกชายหนุ่มทันที "คุณชายฮัวถึงแล้วเจ้าค่ะ!" ร่างสูงที่อยู่ด้านในได้ยินเสียงร้องบอกของหญิงสาวก็ย้ายตัวเองออกไปยังด้านนอก ภาพที่ได้เห็นคือป่าที่มีต้นไม้สูงชะลูดพ้นแนวเขตกำแพงหินที่สร้างกั้นแบ่งเขตระหว่างเมืองกับป่า "จากนี้ไปเราต้องเดินเท้ากันหรือ?" ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะที่มองไปรอบๆ กาย พื้นที่โดยรอบนอกจากเส้นถนนแล้วไม่มีสิ่งอื่นล้วนเต็มไปด้วยป่ารกทึบ หญิงสาวพยักหน้าพร้อมกับมองคนสนิททั้งสองของชายหนุ่มที่นำม้าไปผูกใต้ต้นไม้ไม่ไกลเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหาคนขับรถม้าของตน "ท่านอาซวนจะไปเลยหรือไม่" ร่างเล็กถามทั้งที่ไม่เห็นหน้าอีกฝ่ายเพราะถูกหมวกไม้ไผ่สานบังเอาไว้ "ขอรับ" ร่างสูงใหญ่พยักหน้า หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะเอ่ยต่อ "รบกวนท่านแล้ว" "เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วคุณหนูระวังตัวด้วยนะขอรับ พวกเขา.." ซวนจางเว้นคำพูดเอาไว้ ถึงจากที่นี่ไปจนถึงหุบเขาเหิงซานจะเป็นดั่งบ้านหลังที่สองของพวกตนแต่เมื่อต้องทิ้งสตรีทั้งสองไว้กับเหล่าชายฉกรรจ์เขาก็ไม่วางใจแม้ว่าทั้งคู่จะเป็นวรยุทธแถมยังเก่งกาจก็ตามที แต่คนของอีกฝ่ายไม่ได้มีเท่าที่ตาเห็นยังมีผู้คุ้มกันเงาไม่เปิดเผยตัวอีกสามคนลอบติดตามมาด้วยแถมฝีมือดูแล้วค่อนข้างดี มันทำให้ตนเป็นกังวล เหตุที่ต้องทำให้องครักษ์วัยสี่สิบต้องล่วงหน้าไปก่อนก็เพราะว่าที่โน้นไม่มีผู้ใดอยู่เนื่องจากท่านหมอเทวดาหลินกับลูกศิษย์คนโปรดออกเดินทางไปค้นหาสมุนไพรชนิดหนึ่งทางป่าแดนเหนือ เขาจึงต้องเป็นคนไปจัดการเรื่องต่างๆ แทนแถมยังต้องตะเตรียมเส้นทางเดินให้คนทั้งหมดด้วยเพื่อการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย "ข้ารู้ ท่านไม่ต้องกังวลหรอกเดี๋ยวข้าจัดการเอง" "ขอรับ ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน" ซวนจางพยักหน้าก่อนจะดีดเท้าพุ่งเข้าไปยังป่าแล้วหายไปในพริบตา ไท่หยางฮัวสือเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาหญิงสาวก่อนเพื่อถามในสิ่งที่ตนสงสัยมาตั้งแต่ก่อนออกจากเมืองเซียว "คุณหนูน่าหลันคนเมื่อครู่นี้..." "เขาคือหนึ่งในผู้ติดตามข้าเอง ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือ?" ร่างบางมองชายหนุ่มที่ตนชมชอบตาปริบๆ ด้วยความงุนงงว่าอีกคนถามเรื่องนี้ทำไม "อย่างนั้นหรือ..แล้วเหตุใดเขาจึงมุ่งหน้าเข้าไปก่อน?" "ข้าให้เขาไปจัดการธุระน่ะ ประเดี๋ยวค่อยไปพบกันที่หุบเขา" หูน่าหลันไม่ได้โกหกแต่ก็ไม่ได้บอกความจริงไปทั้งหมด ร่างสูวได้แต่พยักหน้ารับทราบจากนั้นคนทั้งหมดก็เดินผ่านประตูหินเข้าไปยังข้างในโดยที่มีหนึ่งร่างสูงและหนึ่งร่างบางเป็นฝ่ายเดินนำหน้า ด้านหลังของทั้งสองต่างเป็นผู้ติดตามคนสนิทที่เดินตามห่างๆ เว้นระยะของตนและคนเป็นเจ้านาย ระหว่างทางหญิงสาวจากเผ่าหูเป็นชวนพุดคุยนั่นนี่ทำให้บรรยากาศไม่เงียบเหงาเกินไปนัก "ฟังดูแล้วเมืองหลวงของแคว้นท่านน่าสนุกจริงๆ และคงจะงดงามมากเป็นแน่" หูน่าหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอิจฉา ต้าจินเป็นแคว้นที่ขึ้นชื่อเรื่องศาสตร์และศิลป์ เมืองหลวงย่อมเป็นแหล่งรวมปติมากรรมงดงามมากมาย นอกจากเรื่องสิ่งสวยงามแล้วยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอีกด้วย คนที่ชื่นชอบของอร่อยอย่างนางย่อมสนใจเป็นพิเศษ "หากมีโอกาสก็ขอเชิญไปเยือนสักครั้ง หากเจ้าไปที่นั่นย่อมเป็นแขกของข้ารับรองว่าจะต้อนรับเป็นอย่างดี" เสียงใสหัวเราะคิกคักอย่างพอใจ "แต่เมืองหลวงท่านน่าจะอันตรายไม่น้อย" ถึงกับมีคนของเผ่าเมี่ยวแฝงตัวอยู่ที่นั่นนับว่าอันตรายจริงๆ นั่นแหละ "หากเจ้าไปข้ารับรองความปลอดภัยให้ได้" หากอยู่ในอาณาเขตเมืองหลวงย่อมเป็นถิ่นของตน เขาจึงกล้าที่จะเอ่ยปากรับรอง ศีรษะเล็กโคลงขึ้นลงเล็กน้อย "ข้าเชื่อ..เพราะดูจากที่คนของท่านใช้วิชาลบเลือนจิตได้ก็คงเก่งกาจมากเป็นแน่" !! ร่างสูงชะงักและหยุดเดิน คิ้วหนาของอ๋องหนุ่มกระตุกอย่างไม่อาจห้ามได้ก่อนจะเหลือบไปมองเสี้ยวหน้างามของสตรีที่ยืนข้างตนอย่างประหลาดใจปนสงสัยเพิ่มขึ้น ในขณะที่เหล่าเงาที่ถูกค้นพบตัวตนก็แทบจะลืมคงกระแสจิตตัวเองแล้วหล่นจากต้นไม้ที่แฝงตัวอยู่ ดวงตาคู่คมมองหญิงสาวอย่างลุ่มลึกไม่รู้ตัว "เจ้ารู้หรือ?" องครักษ์เงาถูกฝึกโดยผู้มีฝีมือในด้านวรยุทธซึ่งนั้นก็คืออาจารย์ของเขา ดังนั้นไม่ต้องบอกว่าคนเหล่านี้ฝีมือดีขนาดไหน..แต่กลับถูกสตรีผู้นี้มองออก ความสามารถนางเป็นเพียงลูกศิษย์หมอเทวดาจริงๆ แน่หรือ? หูน่าหลันหยักหน้าไม่ทุกข์ร้อนต่อสายตาของชายหนุ่ม "ให้พวกเขาออกมาเถิดเจ้าค่ะ การใช้วิชาลบเลือนจิตผลาญพลังมากไม่ส่งผลดีกับร่างกาย" ความจริงนางไม่ได้เป็นห่วงคนของเขาหรอเพียงแต่นางไม่ชอบกับการที่ถูกลอบมองมันทำให้รู้สึกอึดอัด "อืม" ฮัวสือพยักหน้า "พวกเจ้าออกมาเถอะ" พูดจบเงาร่างทั้งสามก็ปรากฏตัวคุกเข่าเบื้องหน้าพร้อมทั้งสามประสานมือเสียงทำความเคารพโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไร "จากนี้ไปก็ไม่ต้องหลบซ่อนคอยระวังรอบๆ ให้พวกข้าก็พอ" "ขอรับ!x3" เมื่อไม่มีเรื่องอะไรแล้วทั้งสามคนก็กระจายตัวไปตามคำสั่งของคนเป็นนายและแล้วทั้งหมดก็ออกเดินทางต่อจนถึงเที่ยงวันจึงได้พากันหาที่นั่งพักขาและทานอาหาร จากนั้นก็เดินทางต่อจนถึงยามเซิน (15.00-16.59 น.) ก่อนจะลงหลักปักฐานใกล้ริมลำธารเล็กในป่าเพื่อกางกระโจมเตรียมที่พักก่อนฟ้าจะมืด "คุณหนูจะนอนเลยหรือไม่เจ้าคะ" เสี่ยวชิงถามเมื่อเข้ามาในกระโจมแล้วพบว่าคุณหนูของตนกำลังนั่งสางผมสีดำดุจปีกกาที่ปล่อยยาวสยายเตรียมที่จะเข้านอน "อื้อ หวีผมเสร็จก็นอนแล้วล่ะ" หูน่าหลันตอบ หลังจากที่ช่วงเช้าจัดการเรื่องคนที่ซ่อนตัวจบร่างเล็กก็อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้นางอึดอัดจะตายอยู่แล้ว ในขณะที่เสี่ยวชิงกำลังจะดับไฟในตะเกียงจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเอะอะเสียงดังดูเหมือนจะมาจากทางปลายลำธารที่ห่างจากนี่ไปไม่มาก "นั่นเสียงอะไร?" เสี่ยวชิงนิ่งฟังเสียงครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "ดูเหมือนจะเป็นเสียงต่อสู้เจ้าค่ะ" "งั้นเราออกไปดูกันเถิด" กล่าวจบหญิงสาวทั้งสองก็รีบหยิบปิ่นที่พึ่งถอดเก็บขึ้นมามวยผมลวกๆ หยิบเสื้อคลุมตัวนอกขึ้นมาสวมแล้วเปิดกระโจมออกไปด้านนอก พบว่ามีหนึ่งในคนคุ้มกันของคุณชายฮัวยืนอยู่ด้วยสีหน้าไม่ดีนัก "เกิดอะไรขึ้น?" เสี่ยวชิงเป็นฝ่ายถาม "ข้าเองก็ไม่ทราบขอรับแต่เสียงมาจากฝั่งลำธารด้านโน้นที่คุณชายของข้าพึ่งไปอาบน้ำเมื่อครู่" คนคุ้มกันหนุ่มที่คอยเฝ้าบริเวณที่พักเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล เพราะตนได้รับหน้าที่ให้อยู่ดูแลความปลอดภัยของสตรีทั้งสองจึงไม่อาจผละตัวละทิ้งหน้าที่ไปดูได้ "ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ดูกันเถิด" ร่างบางที่ได้ฟังเอ่ยชักชวน "แต่ว่า.." องครักษ์จากวังหลวงมีท่าทีลังเล ชินอ๋องกำชับให้ตนดูแลทั้งสองถ้าหากตนตอบตกลงพาไปแล้วเกิดพาพวกนางไปพบเจออันตรายล่ะ..จะมิถูกลงโทษหรือ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวจะเกิดอันตรายร้ายแรงกับนายของตน "หรือเจ้าไม่อยากไป?" "..." "ไม่ไปก็ตามใจพวกข้าไปล่ะ" ว่าจบแล้วใช้วิชาตัวเบาพุ่งไปยังทิศทางที่มีเสียงการต่อสู้ทันทีโดยที่ไม่รอคำตอบทำให้ชายหนุ่มรีบเร่งฝีเท้าตามไปอย่างช่วยไม่ได้ ชีวิตท่านอ๋องสำคัญกว่าหากจะต้องถูกลงโทษก็ช่างเถิด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD