เมื่อไปถึงก็พบว่าเหล่าผู้คุ้มกันทั้งสี่ต่างพากันรุมเสือดำตัวใหญ่เท่าวัวตัวหนึ่งอยู่ ภายใต้แสงจากดวงจันทร์ที่ส่องลงมาทำให้เห็นชัดเจนว่าแต่ละคนต่างมีบาดแผลกันถ้วนหน้า ส่วนด้านหลังของสี่คนนั้นก็เป็นเงาร่างสูงสง่าของชายหนุ่ม
สายตาของร่างบางละจากบุรุษรูปงามที่ยืนนิ่งก่อนจะหันไปมองสัตว์ตัวใหญ่อย่างพิจารณา ดวงตาคู่งามหรี่ลงเพ่งมองแล้วก็ต้องได้เบิกตากว้างเมื่อเห็นเจ้าเสือตัวใหญ่ชัดๆ
นั่นมันหวงหวง!
และก่อนที่ชายทั้งสี่กำลังจะลงมือสู้พร้อมกันอีกครั้งร่างเล็กก็ร้องห้ามเสียงดังลั่น
"อย่าทำร้ายมัน!"
ทั้งพยัคฆ์ร้ายและมนุษย์ต่างหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเล็กตะโกน
สิ่งมีชีวิตที่แสนอันตรายหันไปมองที่มาของเสียง ดวงตาของมันจดจ้องครู่หนึ่งจากนั้นก็เปลี่ยนทิศทางวิ่งไปหาสตรีตัวเล็กอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกใจของทุกคนยกเว้นคนที่มาพร้อมกันกับหญิงสาวอย่างเสี่ยวชิง
โฮกกกกกกกกก
!!
ร่างใหญ่โตที่ปกคลุมไปด้วยขนสีดำคล่อมเหนือร่างบอบบางของหญิงสาวก่อนที่มันจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้จากนั้นก็...
แผล็บ
??
สีหน้าที่ตื่นตะหนกของทุกคนเปลี่ยนเป็นมีคำถามและสับสนงงงวยกับสิ่งที่เห็น ภาพตรงหน้าไม่ได้เป็นฉากสยองขวัญอย่างการที่หญิงสาวถูกเจ้าสัตว์ร้ายขย้ำแต่กลับกลายเป็นว่าเสือตัวใหญ่แลบลิ้นเลียใบหน้างามด้วยท่าทางรักใคร่ไปเสียอย่างนั้น
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
"คิกๆ ไม่ได้เจอกันตั้งนานนึกว่าจะจำข้าไม่ได้แล้วเสียอีก" เสียงเล็กหัวเราะคิกคักเมื่อถูกเจ้าตัวใหญ่ใช้ลิ้นสากเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายเลียไปทั่วหน้าตน
มันส่งเสียงครางครือในลำคอคล้ายยามที่สุนัขเจอเจ้าของพยายามใช้หัวกลมๆ ถูไถกับมือเล็กที่ลูบมันอย่างเอ็นดู
"เอาล่ะๆ ข้ารู้ว่าเจ้าคิดถึงแต่ถอยออกไปก่อนข้าหนักนะ" มือขาวผลักหัวของเจ้าเสือหวงหวงออกห่างเมื่อมันทำท่าจะเข้ามาเลียหน้าอีกรอบ
"เด็กดีๆ เจ้ามาหาข้าสินะ" ฝ่ามือเล็กทั้งสองข้างขยี้ใบหูที่มีขนหนานุ่มอย่างมันเขี้ยว
โฮก!
มันคำรามตอบคล้ายรู้เรื่องแถมยังคลอเคลียกายสาวไม่ห่าง ก่อนหน้าที่จะออกจากป่าไปเจ้านี่ก็เดินมาส่งตนในป่าเขตนอกสงสัยคงจะรออยู่แถวนี้ตลอดไม่กลับเข้าป่าชั้นใน เมื่อได้กลิ่นตนเข้าจึงได้ออกมาหากระมัง
เหล่าบุรุษหนุ่มทั้งหลายมองหญิงสาวที่สนทนากับเสือดำตัวโตอย่างสนิทสนมด้วยสายตาประหลาดใจปนเหลือเชื่อ
ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าสตรีบอบบางจะมีความสามารถสื่อสารกับสัตว์ร้ายได้แถมมันยังดูเชื่องราวกับลูกแมวตัวน้อยอีกด้วย
"นี่..เจ้ารู้จักกับมันหรือ" ไท่หยางฮัวสือที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่นานเอ่ยขึ้น
ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มซีดเผือดเพราะเมื่อครู่พยายามใช้กำลังภายในหลบหลีกเสือตัวใหญ่ตรงหน้า
หูน่าหลันที่หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดคราบน้ำลายของเจ้าตัวโตพยักหน้า "เจ้าค่ะ เจ้านี่เป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของข้าเอง มันชื่อหวงหวง" หญิงสาวแนะนำ
กรรรรร
"เอ๊ะ หวงหวงอย่าเสียมารยาท นี่น่ะคือแขกของหุบเขาเราเจ้าห้ามขู่หรือทำอะไรพวกเขานะ" หูน่าหลันหันไปดุสัตว์เลี้ยงของตนจนมันทำหน้าหงอยหูลู่ลงที่ถูกต่อว่า
หงิงงงง
"..." สีหน้าของเหล่าคนที่ได้ต่อสู้กับพยัคฆ์ร้าย
สัตว์เลี้ยงตัวน้อย? สวรรค์! นี่มันตัวอันตรายต่างหาก! แล้วมีผู้ใดบ้างที่มีเสือตัวโตเป็นสัตว์เลี้ยง
นี่มันประหลาดเกินไปแล้ว..
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ปกติหวงหวงมิได้ทำร้ายคนมั่วซั่วนะ" หูน่าหลันถามพลางมองไปยังชายหนุ่มทั้งหลายอย่างขอคำตอบ
เจ้าตัวโตนี่นางเลี้ยงมันมาตั้งแต่ยังเล็กหากไม่ทำร้ายมันก่อนมันก็ไม่จู่โจมหรอก
"เอ่อ...เป็นพวกข้าที่ทำร้ายมันก่อนจริงๆ ขอรับ" หนึ่งในสี่สารภาพก่อนจะเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง
พวกตนได้ทำการเดินสำรวจอารักขาท่านอ๋องระหว่างชำระร่างกายรอบๆ ธารน้ำแล้วเดินไปเห็นว่ามีเจ้าสัตว์หน้าขนตัวโตนี่กำลังนอนซุ่มอยู่ในดงพุ่มไม้จึงได้ซัดมีดใส่มันจนเกิดการต่อสู้ระหว่างคนและสัตว์ขึ้น
ไม่คิดว่าพวกตนร่วมมือกันยังไม่สามารถเข้าใกล้มันได้เลย
หูน่าหลันร้องอ๋าพยักหน้าเข้าใจพร้อมกวาดสายตาดูชายทั้งสี่คร่าวๆ แม้ว่าคนของคุณชายฮัวจะลงมือทำร้ายสัตว์เลี้ยงของนางก่อนแต่ว่าดูจากสภาพแล้วคนที่ได้รับความเสียหายคือพวกเขา สัตว์เลี้ยงของนางแม้แต่รอยแผลเล็กน้อยก็ไม่มีให้เห็นด้วยซ้ำ
แน่ล่ะสิ หวงหวงของนางเป็นเจ้าป่าที่นี่เชียวนะ
"คุณชายฮัว ข้าจะไม่ขอโทษแทนสัตว์เลี้ยงของข้าหรอกนะเพราะคนของท่านทำร้ายมันก่อน" หูน่าหลันบอก
ซึ่งร่างสูงเองก็เข้าใจเท่าที่ฟังคนของตนเล่าเจ้าเสือตัวนี้มันเพียงแค่นอนหลับในพุ่มไม้เท่านั้นแต่พวกเขาลงมือกับมันก่อนมันจึงตอบโต้กลับ
"อืม ไม่เป็นไร"
"แต่เพราะพวกเขาได้รับบาดเจ็บเพราะมัน ฉะนั้นข้าจะรับผิดชอบบาดแผลของทุกคนเอง" เล็บหวงหวงคมจะตายโดนนิดเดียวก็เป็นแผลลึกแล้ว
"ไม่เป็นไรขอรับคุณหนู" บุรุษคนเดิมบอกปฏิเสธ บาดแผลแค่นี้พวกเขาทนได้ไม่ได้ถือว่าสาหัสอะไร
"ไม่ได้สิ" ร่างบางเอ่ยแย้งสีหน้าแสดงออกว่าไม่พอใจที่คนคุ้มกันของชายหนุ่มปฏิเสธ "เดี๋ยวกลับไปที่พักจะให้พี่เสี่ยวชิงต้มยาให้ รับรองได้ว่าดื่มแล้วแผลพวกท่านจะไม่เจ็บไม่ปวดแถมไม่อักเสบด้วย" หูน่าหลันอวดสรรพคุณยาวเหยียด
ชายหนุ่มเหลือบไปมองพระพักตร์ของผู้เป็นนายอย่างขอคำตอบก่อนจะได้รับการอนุญาตเป็นการพยักหน้าเบาๆ
"ถ้าเช่นนั้นพวกข้าต้องขอบคุณคุณหนูแล้ว" ทั้งหมดประสานมือขอบคุณหญิงสาว
"อื้อ เล็กน้อย ถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกเราก็กลับไปที่พักกันเถิด"
เมื่อทั้งหมดก็พากันกลับไปยังที่กระโจมที่พัก เสี่ยวชิงที่ได้รับคำสั่งก็ลงมือต้มยาในปริมาณที่เพียงพอสำหรับสี่ถ้วยแล้วจึงได้เรียกแต่ละคนมารับเอาไปดื่มจากนั้นก็ขอตัวกลับที่พักของตนที่ตั้งแยกจากเหล่าบุรุษทั้งหลายอีกฟาก
ภายในกระโจมหลังที่อยู่ห่างไกลสุด อ๋องหนุ่มซึ่งจัดการเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จก็นั่งอ่านสาสน์ที่ถูกส่งมาเงียบๆ คนเดียวจนกระทั่งเงาขององครักษ์ส่วนตัวปรากฏขึ้นที่หน้ากระโจม
"ท่านอ๋อง กระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ" หม่าอี้เถาองครักษ์คนที่สองเป็นฝ่ายมารายงานสถานการณ์ภายนอกให้ผู้เป็นนายรับทราบ
"มีอะไร"
"แม่นางเสี่ยวชิงได้แจกจ่ายยาให้ทุกคนเป็นที่เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"จงเหลียนเป็นเช่นไรกันบ้าง" เพราะองครักษ์คนสนิทพุ่งตัวมารับคมเล็บของพยัคฆ์ตัวนั้นแทนตนทำให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่
"บาดแผลค่อนข้างลึกถึงกับต้องเย็บพ่ะย่ะค่ะแต่ไม่ถึงกับเป็นอันตรายมาก แถมหลังจากดื่มยาของแม่นางเสี่ยวชิงประมาณหนึ่งเค่อเขาบอกว่าอาการเจ็บเหลือเพียงสองส่วนเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ" นี่เป็นเรื่องที่เขาอยากมารายงานให้ท่านอ๋องทราบมากที่สุด
ยาของลูกศิษย์หมดเทวดามหัศจรรย์ยิ่งนัก! คนที่ได้ดื่มต่างบอกว่าสามารถลดอาการเจ็บลงได้อย่างน่าทึ่ง ต่างจากยาทั่วไปจริงๆ
"อืม ดีแล้ว"
"ท่านอ๋อง คุณหนูน่าหลันมีของและเรื่องฝากมาทูลพระองค์พ่ะย่ะค่ะ"
คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างฉงน นางมีเรื่องอะไรมาให้ตน? "เอาเข้ามา"
เมื่อได้รับการอนุญาตร่างกำยำขององครักษ์หนุ่มก็เปิดเข้ามา ไท่หยางฮัวสือจึงได้เห็นว่าในมืออีกฝ่ายมีถ้วยใบเล็กมาติดมาด้วย
"นั่นถ้วยอะไร?" หากจมูกเขาได้กลิ่นไม่ผิดเหมือนจะเป็นถ้วยยา
"ทูลท่านอ๋องคุณหนูน่าหลันให้นำยาบำรุงร่างกายมาถวายพ่ะย่ะค่ะ นางกล่าวว่าดื่มแล้วจะบรรเทาความร้อนจากพิษในร่างกายพะรองค์ลงได้"
พระพักตร์หล่อเหลานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะรับมาดื่มรวดเดียวโดยที่ไม่เอ่ยอะไร
"แล้วนางฝากมาบอกเรื่องอะไร"
"คุณหนูน่าหลันบอกว่าคืนนี้ไม่ต้องให้ผู้ใดเฝ้ายามแล้วพ่ะย่ะค่ะ นางกล่าวว่าจะให้เจ้าเสือหวงหวงนั่นเฝ้าให้แทนที่นี่ไม่มีอันตรายใดๆ แล้ว"
อ๋องหนุ่มเงียบไปพร้อมคิดอะไรบางอย่างครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไป
"อืม ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถิด"
"พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง" กล่าวจบเงาของหม่าอี้เถาก็มลายหายไปบริเวณที่พักของอ๋องหนุ่มจึงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
มือหนายื่นกระดาษแผ่นเล็กทิ้งลงในกระถางให้เปลวไฟเผาไหม้ข้อความให้เป็นจุล ชายหนุ่มขบคิดเรื่องของหญิงสาวที่ตนได้รู้จักไม่นานด้วยความรู้สึกที่สับสน
หลายสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มันทำให้เขาทึ่งและประหลาดใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ที่ได้พบกันเขาเองก็มีความรู้สึกอยู่บ้างว่านางมิใช่สตรีธรรมดาแต่ไม่คิดว่านางจะมีความสามารถถึงขนาดนี้ ถึงกับรับรู้ถึงตัวตนเหล่าเงาได้แน่นอนแล้วว่านางเป็นวรยุทธแถมอาจจะมีฝีมือพอกันกับองครักษ์ของตนเลยก็ได้ถึงรู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นใช้วิชาลบเลือนจิต
ดูจากผู้ติดตามหญิงคนนั้นของนางและบุรุษอีกคนที่เขายังไม่เห็นหน้าแต่ก็สัมผัสได้ว่าแข็งแกร่งมากทีเดียว
นางบอกว่านางมาจากเผ่าหูทว่ารูปร่างหน้าตากลับเหมือนชาวต้าจิน แต่ทว่ากิริยาที่เปิดเผยท่าทางต่างๆ และน้ำเสียงก็เป็นอย่างคนเเผ่าหูจริงๆ
เนื่องจากตอนนี้เขายังไม่ได้ข้อมูลของนางเพิ่มจึงไม่ตัวตนที่แท้จริงของนาง แต่เขาเชื่อว่าด้วยความสามารถของหน่วยข่าวของตนอีกไม่นานก็คงได้รู้แน่
ดวงตาคู่คมหรี่ลงดูซับซ้อนยากคาดเดา