3 ว่าที่บอสคนใหม่

1125 Words
3 ว่าที่บอสคนใหม่ วันนี้เป็นอีกวันที่เพลินเพลงต้องมาเตรียมห้องประชุมพร้อมกับเพื่อนของเธอ เพราะเธอมักจะได้รับมอบหมายอย่างนี้ทุกครั้งที่จะมีการประชุม ซึ่งเธอก็เบื่อ ๆ เพราะพวกส้มจี๊ดก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ต้องมาช่วยกันเตรียมห้องประชุมใหญ่ ที่บริษัทของเธอจะมีห้องประชุมใหญ่ไว้ประชุมคนทั้งบริษัทแล้วก็มีห้องประชุมเล็กสำหรับประชุมแผนกหรือประชุมกันไม่กี่คน ซึ่งถ้ามีการประชุมใหญ่พนักงานแต่ละแผนกต้องส่งตัวแทนมาเพื่อเตรียมห้องประชุมช่วยกันและแผนกของเพลินเพลงก็เป็นเธอกับเพื่อนรักของเธออย่างบัณชิตานั่นเองที่เป็นตัวแทนแผนกมาจัดเตรียมห้องประชุมขนาดใหญ่แห่งนี้ “นี่ทำไมเธอต้องมาจัดตรงที่ฉันจัดแล้วด้วย พอเธอมาจัดดอกไม้ที่ฉันจัดไว้ก็ไม่สวยเลยเห็นหรือเปล่า” ส้มจี๊ดที่เห็นเพลินเพลงที่กำลังตรวจความเรียบร้อยก็เดินเข้ามาต่อว่าเธอในทันที “นี่ส้มจี๊ดก่อนจะว่าอะไรใครควรพูดก่อนคิดหรือคิดก่อนพูดด้วยนะเพราะฉันไม่อยากมีเรื่องกับคนโง่ ๆ อย่างเธอ” เพลินเพลงพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเธออย่างรำคาญใจ “นี่แกว่าฉันโง่ใช่มั้ย” ส้มจี๊ดพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเธออย่างไม่พอใจ “แกอยากโง่ก็เรื่องของแกสิส้มจี๊ด” บัณชิตาพูดขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าเอือมระอา “นี่เลิกทะเลาะกันสักที ทำเสร็จแล้วก็แยกย้ายกันได้แล้ว” พี่หัวหน้าคนสวยที่ดูแลทุกอย่างในวันนี้ ซึ่งโชคดีมากที่หัวหน้าเดินเข้ามาเพราะไม่อย่างนั้นได้วางมวยกันอย่างแน่นอน “เห็นแกหัวหน้านะ ไม่อย่างนั้นแกสองคนได้โดนฝ่ามือของฉันฟาดไปที่หน้าแน่นอน” ส้มจี๊ดที่เดินผ่านเพลินเพลงพูดออกมาเบา ๆ แต่ก็ดังมากพอที่เพลินเพลงจะได้ยินที่เธอพูดแต่เพลินเพลงก็ได้แต่ปล่อยไปก่อนเพราะเธอก็ไม่อยากมีปัญหากับส้มจี๊ดในตอนนี้ บัณชิตาเองก็ได้แต่ห้ามใจไม่ให้หยุมหัวส้มจี๊ดกับเพื่อนของนางเพราะกวนบาทาเหลือเกิน ไม่ว่าทำอะไรก็ต้องคอยมาหาเรื่องอยู่ประจำ “ยัยส้มจี๊ดมันเป็นบ้าหรือเปล่า ทำไมมันชอบหาเรื่องเราอยู่เรื่อยเลย” บัณชิตาพูดขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าไม่สบอารมณ์ “ก็มันประสาทไง เราพูดไปมันก็หาเรื่องเราได้ทุกเรื่องอยู่ดี” เพลินเพลงบอกกับเพื่อนของเธอ “ก็จริงของแกเพราะตั้งแต่เรารู้จักมันมาก็ไม่มีวันไหนเลยที่มันไม่หาเรื่องเราสองคนเพื่อนของมันก็ด้วย” “ก็ช่างเถอะแกตอนนี้เราไปกินข้าวเที่ยงกันดีกว่า เดี๋ยวไม่ทันไปประชุมอีกไม่ถึงสองชั่วโมงเราก็ต้องเข้าไปในห้องประชุมใหญ่แล้ว” เพลินเพลงบอกกับเพื่อนแล้วทั้งสองคนก็ไปกินข้าวที่โรงอาหารที่บริษัทได้จัดไว้ให้ ฟีฟ่าที่มากินข้าวที่โรงอาหารเขาเห็นเพลินเพลงเขาก็มองอย่างไม่วางตา “ทำไมเราต้องใจเต้นเมื่อเห็นพี่คนนั้นด้วยเนี่ย” ฟีฟ่าสนใจในตัวของเพลินเพลงมาก ๆ “น้องผู้ชายคนนั้น ชื่ออะไรนะ เขามองแกอีกแล้วเพลง ฉันว่าน้องคนนั้นต้องชอบแกแน่ ๆ เลย” บัณชิตาพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเพื่อนแล้วก็ยิ้ม ๆ “อะไรของแกน้องมันก็มองไปอย่างนั้นแหละ ใครมันจะมาชอบแม่หม้ายลูกติดอย่างฉันกันคะเพื่อน ตอนนี้ฉันคิดว่าเราควรไปหาอาหารกินมากกว่าเพราะไส้ฉันจะขาดแล้วค่ะเพื่อน” เพลินเพลงเองก็รู้สึกว่าฟีฟ่าชอบแอบมองเธอแต่เธอก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาชอบตัวเอง “จ้า คุณเพื่อนแม่หม้ายลูกหนึ่ง” บัณชิตาพูดขึ้นมาแล้วก็จับมือของเพลินเพลงไปเลือกอาหารที่อยากกินในวันนี้ เมื่อถึงเวลาประชุมประธานบริษัทเดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมกับลูกชายสุดหล่อ รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาคมเข้ม “หล่ออ่ะ คนนี้หรอลูกชายท่านประธาน หล่อไม่มีที่ติเลยแก” ส้มจี๊ดพูดกับเพื่อนของเธออย่างให้ความสนใจ เธอสนใจในตัวของเขามาก ๆ นอกจากส้มจี๊ดแล้วพนักงานหลายคนก็ต่างให้ความสนใจลูกชายของท่านประธานคนนี้มาก ๆ ทั้งรูปร่างหน้าตา จัดได้ว่าเป็นขวัญใจของสาว ๆ ส่วนมากในยุคนี้แน่นอน แม้แต่เพลินเพลงเองก็ตกตะลึงในความหล่อของเขาแต่เธอแค่เก็บอาการไว้เท่านั้นเอง “วันนี้เรื่องที่ผมอยากมาบอกกับทุกคนก็คือ ผู้ชายคนนี้คือลูกชายของผม และต่อจากนี้ไปเขาคือท่านประธานคนใหม่ที่จะเข้ามาดูแลบริษัทต่อจากผม วันนี้ผมจึงจากพาเขามาแนะนำให้กับทุกคนรู้จัก” “สวัสดีครับ ผมคือวายุภัคร หวังว่าทุกคนมีความสุขที่ได้ร่วมงานกันนะครับ” วายุภัครพูดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มหวาน ๆ ให้กับทุกคน สาว ๆ ต่างพากันเขินอายให้กับรอยยิ้มหวาน ๆ หล่อ ๆ ของเขาเห็นจะมีแค่ผู้ชายแล้วก็เพลินเพลงเท่านั้นที่ไม่ได้มีความสุขกับรอยยิ้มนั้น เพลินเพลงเป็นอะไรไม่รู้แต่เธอรู้สึกว่าไม่ถูกชะตากับเขาทั้ง ๆ ที่โดยปกติแล้วเธอจะชอบคนหล่อประมาณนี้แต่กับเขาคนนี้เธอรู้สึกไม่โดนใจเลยสักนิด “นี่แกเป็นอะไรทำหน้าบึ้งตึง ไม่ได้ตื่นเต้นกับความหล่อของบอสคนใหม่เลยหรือไง” บัณชิตาพูดขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของเพื่อนยิ้ม ๆ “ก็ไม่ได้เป็นอะไรนะแล้วก็ไม่ได้ตื่นเต้นกับบอสคนใหม่อะไรนั่นด้วย ความหล่อก็งั้น ๆ แหละไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้น ผู้ชายในบาร์โฮสต์ก็หล่อกว่านี้มาก” เพลินเพลงพูดขึ้นมาแล้วก็เดินไปที่โต๊ะทำงานของเธอ “ผู้ชายในบาร์โฮสต์หล่อกว่าเราอย่างนั้นหรอ” วายุภัครที่ได้ยินสิ่งที่เพลินเพลงพูดเขาก็ไม่ชอบใจมาก ๆ ที่ได้ยินอย่างนั้นเพราะเธอเอาเขาไปเปรียบเทียบกับผู้ชายในบาร์โฮสต์ “กล้ามากนะ ยัยป้า” วายุภัครพูดขึ้นมาแล้วก็มองตามหลังของเพลินเพลงอย่างไม่ชอบใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD