4
เที่ยวจนลืม
เพลินเพลงกับบัณชิตาเต้นอยู่ท่ามกลาง แสง สี เสียงที่พวกเธอทั้งสองคุ้นเคย แม้ว่าเพลินเพลงจะเป็นสาวแม่หม้ายลูกหนึ่งแต่เธอก็ยังคงออกมาเที่ยวกลางคืนได้อยู่บ่อยครั้งเพราะลูกสาวของเธออยู่กับแม่ของเธอ ทำให้เธอมีเวลาได้เปิดหูเปิดตาอยู่บ่อย ๆ (ไม่น่าจะเปิดหู เปิดตาน่าจะเปิดทั้งตัวมากกว่า)
“นี่แกวันนี้ทำไมผู้ชายมีแต่งานดี ๆ ทั้งนั้นเลย อยากได้กลับบ้านสักคนจังเลย” บัณชิตาพูดขึ้นพลางกวาดสายตาของเธอไปรอบ ๆ ร้านแต่เป้าหมายของเธอคือหนุ่ม ๆ รุ่นน้องที่มาเที่ยวในวันนี้
“อย่างแกคนเดียวมันจะพอหรือไง อย่างน้อยมันต้องสองคนหรือเปล่าคะ แม่สาวคนสวย” เพลินเพลงพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเพื่อนอย่างอารมณ์ดี
“แกนี่มันรู้ทัน ฉันจริง ๆ เลยนะ เพื่อนรัก ว่าแต่เมื่อไรแกจะกล้าเปิดใจลองพร้อมกันสองคนอย่างฉันบ้าง ฉันอยากให้แกลองนะ มันแซ่บมากบอกเลย” บัณชิตาพูดขึ้นมาแล้วก็น้ำลายสอเพราะเธอลองหลายครั้งแล้วมันก็อร่อยทุกครั้ง
“ไม่เอาหรอกไม่กล้าอ่ะ ไม่รู้จะทำยังไง ปล่อยให้แกลองไปก่อนเลย” เพลินเพลงบอกกับเพื่อนของเธอแล้วก็มองหาเป้าหมายเช่นเดียวกันกับบัณชิตา
ทั้งสองนั่งดื่มไป ดื่มมา ก็ได้หนุ่มกลับบ้านจริง ๆ ด้วยโดยเฉพาะเพลินเพลงที่มีหนุ่มรุ่นน้องเดินเข้ามาทักทายแล้วก็ชวนเธอไปต่อโดยที่เธอไม่ได้ร้องขอ ส่วนบัณชิตานั้นได้หนุ่มติดไม้ติดมือแต่เธอได้แค่หนุ่มคนเดียวไม่ได้ถูกใจเธอเท่าไรแต่อย่างน้อยก็ได้หนึ่งคนดีกว่าไม่ได้เลยสักคน
“อือ อ่า ซี๊ด อ่า อืม” เสียงร้องครางกระเส่าของสองสาวที่เปิดห้องที่โรงแรมกันคนละห้องแล้วก็เริ่มบรรเลงเพลงสวาทกับหนุ่มอย่างเร่าร้อน เสียงร้องครางกระเส่าดังขึ้นมาไม่มีใครแพ้ใครเลย
ทั้งสองสาวบรรเลงเพลงรักกับหนุ่ม ๆ ของพวกเธออย่างเร่าร้อนเด็ดสะเด่ามาก ๆ จนเกือบเช้าของอีกวันโดยที่เพลินเพลงไม่รู้เลยว่าเธอกำลังจะโดยพายุลูกใหญ่พัดพาความเลวร้ายมาให้เธอ
เพลินเพลงตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบเก้าโมงเช้า ตอนนี้ชายหนุ่มที่เธอพกมาด้วยได้กลับไปแล้วตั้งแต่ตอนเช้าตรู่
“นี่เราเมาขนาดนี้เลยหรอเนี่ย” เพลินเพลงที่ตื่นขึ้นมางัวเงียมือควานหามือถือ เมื่อเธอหยิบมือถือขึ้นมาเห็นเวลาที่อยู่หน้าจอเธอก็ตกใจมาก ๆ เพราะมันใกล้เวลาที่เธอต้องไปทำงานแล้ว
“ชิบหายแล้ว วันนี้วันสำคัญซะด้วยต้องเข้าประชุมซะด้วย ตาย ๆ” เพลินเพลงรีบคว้าเสื้อผ้ามาใส่แล้วก็รีบวิ่งออกจากห้องด้วยความเร็ว
“ตุ๊กตาแกตื่นหรือยัง ฉันกลับบ้านไปแต่งตัวก่อนนะ” เพลินเพลงกดโทรหาเพื่อนของเธอ ทันทีที่เพื่อนของเธอรับสายเธอก็พูดขึ้นมาแล้วก็วางสายไปในทันที เธอไม่รู้เลยว่าเพื่อนของเธอจะรับรู้หรือยังไม่รับรู้แต่ตอนนี้เธอต้องรีบที่สุดเท่าที่เธอจะรีบได้
บัณชิตาเองที่รับสายเพื่อนแล้วก็มองเห็นเวลาก็รีบไม่ต่างไปจากเพลินเพลง
“ว้าย ๆ ๆ กรี๊ด ๆ ๆ ต้องรีบแล้ว เราต้องไปแล้ว” บัณชิตาเองก็รีบแต่งตัวแล้วก็วิ่งออกจากห้องเพื่อกลับไปแต่งตัวเพื่อให้ทันเวลาไปทำงานเช่นกันกับเพื่อนของเธอ
เพลินเพลงเข้าประชุมช้าไป 10 นาทีส่วนบัณชิตานั้นไม่ทัน เธอเลยต้องลางานฉุกเฉินในทันที ส่วนเพลินเพลงนั้นทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องประชุมสายตาของวายุภัครมองมาที่เธออย่างตำหนิที่มาไม่ตรงเวลาในวันที่ประชุมอย่างนี้
“นี่ใช่มั้ย งานที่คุณรอคุณอิทธิพล” วายุภัครพูดกับหัวหน้าของเพลินเพลงที่ตอนนี้กำลังนั่งหน้าซีดเพราะการประชุมครั้งแรกลูกน้องของเขาก็มาสายตั้งแต่ครั้งแรกที่ประชุมคุยงานกับวายุภัครซึ่งเป็นบอสคนใหม่
“ใช่ครับบอส ทำไมมาช้าล่ะเพลินเพลงปกติไม่เคยมาสายอย่างนี้ไม่ใช่หรือไง” อิทธิพลพยายามพูดให้เพลินเพลงดูไม่แย่เกินไป
“ต้องขอโทษด้วยนะคะพอดีว่ารถติดไปนิดคะ พอดีมีอุบัติเหตุเล็กน้อยเลยทำให้มาสายไปหน่อยค่ะ” เพลินเพลงพูดขึ้นมาพร้อมกับเสียงหายใจที่แรงมาก ๆ เพราะเธอวิ่งมาที่ห้องประชุมด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“รถติดเพราะอุบัติเหตุหรือเพราะติดเด็กที่บาร์โฮสต์ถึงได้มาสายอย่างนี้” วายุภัครพูดขึ้นมาเพื่อแขวะเธอเพราะเธอเองก็เคยพูดให้กับเขาเช่นกันว่าเขาหล่อไม่สู้หนุ่มที่บาร์โฮสต์เพราะอย่างนั้นแล้วแปลว่าเธอต้องชอบไปเที่ยวที่บาร์โอสต์อย่างแน่นอน
เพลินเพลงได้แต่เงียบและเก็บความไม่ชอบใจไว้เพราะเขาคือเจ้านายส่วนเธอแค่พนักงานกินเงินเดือนจากเขาเท่านั้น
“งานล่ะเพลินเพลง” อิทธิพลเอ่ยถามเธอขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของวายุภัครยิ้ม ๆ เพราะเขารอตรวจงานที่เขาสั่งไปเมื่อวานก่อนและนัดให้ส่งวันนี้ซึ่งงานนี้เป็นความรับผิดชอบของเพลินเพลง
“งานอะไรคะ” เพลินเพลงพูดขึ้นมาเหมือนเธอไม่ได้รู้เรื่องงานที่อิทธิพลพูดถึงเลยสักนิด
“ก็งานที่พี่สั่งไปเมื่อสองวันที่แล้วและพี่ก็นัดส่งวันนี้ไง อย่าบอกนะว่าเพลงลืมงานที่พี่สั่ง” อิทธิพลหน้าซีดทันทีที่พูดจบเพราะสายตาที่วายุภัครมองมาที่เขาและเพลินเพลงมันเหมือนมีดคม ๆ ที่พร้อมทิ่มแทงเขาและเธอได้ตลอดเวลา