บทนำ

1106 Words
พู่กลิ่นกำลังสงสัยว่าสามีนอกใจ... เพราะไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาเป็นบ้าอะไร? จู่ ๆ ถึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากฝ่าเท้าเป็นหลังเท้าอะไรเทือกนั้น คิดดูเถอะ ว่าคนที่ปกติหน้าตึงราวกับฉีดโบทอกซ์ ถมึงทึงทุกวี่ทุกวัน แต่เหตุใดวันนี้ถึงได้ยิ้มออกมาอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยิ้มแบบมีความสุขมาก... มากกว่าตอนที่อยู่กับเธอด้วยซ้ำ ซึ่งมันจะไม่เกิดความสงสัย จนถึงขั้นคิดเลยเถิดว่าเป็นการนอกใจหรอก ถ้าคนที่เขายืนเคียงข้างไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น คนที่มีรูปร่างเพรียวสูง หน้าตาสวยงาม แม้ว่าตอนนี้หญิงสาวจะอยู่ในชุดสูทสีขาวอย่างเป็นทางการ และรวบผมจนหน้าตึง ก็ไม่ได้ทำให้เธอดูแก่หรือแข็งทื่อจนไม่น่าเข้าใกล้ แต่มันกลับทำให้สวยสง่า น่ามอง ยิ่งดูดีเข้าไปใหญ่เมื่อเธอหัวเราะขบขัน และพูดจาฉะฉานอย่างคนที่มีความมั่นใจ เรียกได้ว่ามีเสน่ห์เหลือล้น ดูแล้วไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมสามีของพู่กลิ่นถึงได้มีหน้าตาชื่นบานขนาดนั้น “ทีกับเมียละหน้าตึงทั้งวัน” หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง ระหว่างยืนทื่ออยู่กลางโถง ของบริษัททนายและที่ปรึกษากฎหมายยักษ์ใหญ่ที่สามีทำงาน กำลังมองเข้าไปยังส่วนที่ถูกจัดเป็นร้านกาแฟ มีโต๊ะและเก้าอี้เรียงรายให้นั่ง ในขณะที่ในมือมีกล่องกับข้าวที่บรรจุไปด้วยอาหารว่าง จากตอนแรกตั้งใจจะเอามาให้ดี ๆ เพราะเมื่อเช้าเขาลืมหยิบติดมือ ก็เปลี่ยนใจ... พู่กลิ่นอยากเดินเข้าไป แล้วเอาไอ้ของบ้าพวกนี้ฟาดหัวเขาให้ตายเลยต่างหาก! จะเอาให้เดี้ยง กล้าดีอย่างไรมาทำให้เมียรักเสียใจ เขาก็รู้ว่าเธอขี้หึงขนาดไหน... ยังกล้าไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่นอีกนะ ต้องเจอดี หมอนี่ต้องเจอสักป้าบสองป้าบ! “คุณมาที่นี่ทำไม” แต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้นแหละ เพราะยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน คนที่มีสี่ตาก็มองเห็นเธอก่อน... แข้งขาที่ยาวกว่า แน่นอนว่ามันทำให้เขาก้าวฉับไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวพู่กลิ่นแล้วละ นอกจากจะไม่ได้เข้าไปเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนั้นไม่พอ เธอยังต้องหลบออกมาราวกับเป็นเมียน้อย เมื่อคนเป็นสามีลากร่างอวบอัดออกไปคุยนอกบริษัท ด้วยสีหน้าที่หงุดหงิด คิ้วเข้มนั้นแทบกลายเป็นโบรักสีดำ “ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้มาที่นี่” ชวินทร์เอ่ยถามภรรยาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ในขณะที่ถูลู่ถูกังพร้อมกับใช้สายตาภายใต้กรอบแว่นของตัวเองมองหารถตู้คันหรูของที่บ้าน คันที่พู่กลิ่นใช้เป็นประจำ เมื่อเจอแล้วก็ลากอีก พาหญิงสาวก้าวฉับไปตรงนั้น... ก่อนจะรีบปล่อยมือออกจากเรียวแขนของคนที่เป็นภรรยา ในแบบที่พู่กลิ่นเรียกว่าเป็นการสะบัด ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ ทำเหมือนเธอเป็นของร้อนที่แตะต้องไม่ได้ “เอาของกินมาให้ไง” บอกตรง ๆ ว่าเสียใจ อยากตะโกนใส่หน้าเขาด้วยซ้ำ... แต่ก็พยายามทำเสียงสดใสยามที่ยื่นกระเป๋าอาหารไปตรงหน้า หากแต่ชวินทร์กลับตอบรับด้วยการถอนหายใจ ใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้มเมื่อครู่หงิกงอราวกับยักษ์ยามเมื่อมองเห็นพู่กลิ่นอยู่ในสายตา “ที่ผมไม่หยิบออกมา แปลว่าไม่ต้องการ... แค่นี้ไม่เข้าใจเหรอ” “ก็พู่คิดว่าชาลืม เห็นบอกว่าจะกลับดึก ก็เลยกลัวว่าจะหิวไง” “ผมโตแล้ว เรื่องปากท้องแค่นี้ผมดูแลตัวเองได้” ชายหนุ่มยังแสดงท่าทีหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด “ผมไม่ได้อยู่ในที่ทุรกันดารนะพู่ แล้วผมบอกตั้งกี่ครั้งว่าที่นี่มีโรงอาหาร มีของกินให้ คุณจะวุ่นวายอะไรนักหนา” ดูเถอะ ดูเขาพูด... พู่กลิ่นหน้าเสียทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น มือที่ถือของอยู่ลดลงข้างตัว และแทนที่ท่าทางเสียใจของเธอมันจะทำให้เขาสำนึก แต่สามีบังเกิดเกล้ากลับคว้ามันไปจากมือของเธอ ในลักษณะที่เรียกว่ากระชาก ก่อนที่จะเปิดประตูรถตู้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว พอมันอ้ากว้างก็โยนกล่องข้าวเข้าไปในนั้น “ห้ามพาคุณพู่มาที่นี่อีกนะจอม” จากนั้นก็หันไปสั่งการกับคนรถด้วยน้ำเสียงจริงจัง และปิดท้ายด้วยการพูดกับเธอ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแย่กว่าตอนที่เขาคุยกับจอมเสียอีก “ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามในที่ทำงาน และนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะคุยกันเรื่องนี้ หวังว่าคุณจะเข้าใจ” มือเล็กกำหมัดแน่น ไม่พอใจ แต่ถึงอย่างนั้นคนเป็นเจ้าของก็ยอมพยักหน้ายอมรับ แต่ปากของเธอมันไวกว่าสมองเสียทุกครั้ง “มีคนอื่นซ่อนไว้หรือไง ถึงให้พู่มาที่นี่ไม่ได้” ร่างสูงในชุดสูทเนื้อดีกำลังจะเดินจากไป หากขายาวก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินน้ำเสียงประชดประชันถามขึ้นมา และเช่นเคย เมื่ออยู่กับพู่กลิ่นเขาต้องถอนหายใจระงับอารมณ์เป็นล้านครั้ง เพื่อตอบคำถามงี่เง่าในสิ่งที่เธอต้องการทราบ หากแต่คราวนี้ชายหนุ่มไม่ได้ตอบด้วยการใช้เสียง แต่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชูนิ้วนางข้างซ้ายให้ดู ในระยะประชิดแบบที่เกือบจะทิ่มหน้า ปรากฏให้เห็นแหวนเงินเกลี้ยงเกลาที่มีเพชรเล็กๆ ประดับอยู่ด้านใน พู่กลิ่นก็ได้แต่ยักไหล่ หญิงสาวแอบเบ้ปากตอนที่เขาเดินจากไป ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถด้วยท่าทางที่หงอยเหงา ทั้งที่สามียังใส่แหวนแต่งงาน เป็นการป่าวประกาศว่ามีเมียเป็นตัวเป็นตน แต่ไม่รู้ทำไม พู่กลิ่นถึงไม่ค่อยพอใจ และหัวสมองก็ยังคิดไปต่าง ๆ นานา เมื่อภาพที่เห็นในวันนี้มันทำให้คิดมาก เพราะสำหรับเธอแล้ว หากให้ย้อนเวลากลับไปเพื่อตามหารอยยิ้มเช่นนั้น ก็นับว่านาน... นานจนจำไม่ได้ ไม่รู้จริง ๆ ว่าครั้งสุดท้ายที่เขายิ้มให้เธอ มันเป็นตอนไหนระหว่างทางที่สองคนร่วมชีวิตกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD