ท่าทางแบบนั้นทำให้ปรินทร์ถึงกับถอนหายใจ มือเท้าเอวด้วยความเอือมระอา “ตกลงมาทำไม” “มาหาหมอ” “ป่วย?” รู้ว่าประโยคนี้เพื่อนไม่ได้กวน เพราะเวลาวริทธราป่วยแล้วมาหาเขามักจะพูดคำนี้เสมอ ปรินทร์กวาดสายตาสำรวจสีหน้าซีดเซียวของคนบนโซฟา “อืม” “อาการ” “หัวปวดเหมือนจะระเบิด จาม มีน้ำมูก” หลังจากได้คำตอบ ปรินทร์ก็เดินวกกลับไปที่รถ ไม่นานก็กลับมาพร้อมอุปกรณ์สำหรับการตรวจเบื้องต้น เขาวางของลงก่อนบอกเสียงเรียบ “ลุกมานั่งดีๆ” วริทธราก็ยอมทำแต่โดยดี ขณะตรวจก็มิวายถามเรื่องหนึ่ง “คือที่สุสานตากฝน?” “นิดหน่อย” วริทธราตอบเสียงอู้อี้ แม้ว่าสถานที่ที่ทำให้ตากฝนจนป่วยจริงๆ ไม่ใช่ที่สุสาน ไม่นานคุณหมอก็วางอุปกรณ์ลง “เดี๋ยวจัดยาให้” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ “ขอบใจ” ปรินทร์กำลังจะไปจัดยาให้ตามที่บอกไว้ แต่แล้วก็ต้องหันมามองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ซึ่งเหมือนกำลังมุ่งตรงไปที่หนึ่ง

