บทที่ 2
ขยะแขยง
ไม่รู้เลยว่าผ่านไปกี่นาทีแล้วที่ร่างเล็กจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ฉัตรริษาเหม่อมองท้องฟ้าสีดำสนิท ไม่มีแสงดาว ไม่มีแม้แต่พระจันทร์ให้เห็น
ถ้าถามว่าเธอคิดอะไรอยู่ ในตอนนี้หัวสมองของหญิงสาวคิดแค่เรื่องเดียว คือความปรารถนาที่จะพาตัวเองออกไปให้พ้นจากสถานการณ์ที่ไม่น่าภิรมย์นี้
การมายืนมองท้องฟ้าผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ราวกับมองเห็นภาพสะท้อนตัวเองในกระจก ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามชดใช้ความผิดมาโดยตลอด แถมยังโง่งมไปรักเจ้าของเพนต์เฮาส์หลังนี้ ก่อนเสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลจะดังขึ้นเรียกให้ฉัตรริษาหลุดจากห้วงความคิด รู้แล้วว่าเจ้าของห้องนี้กลับมาแล้ว
เสียงฝีเท้าที่มุ่งตรงมาทางนี้ทำให้ฉัตรริษาขยับตัว เริ่มรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออกอีกครั้ง เธอยังไม่พร้อมเจอหน้าเขา
คงเพราะไม่อยากให้ใจพังไปมากกว่านี้
ฉัตรริษากำลังจะเดินเลี่ยงไปอีกห้อง แต่ถ้อยคำสั่งการก็ดังขึ้นเสียก่อน
“วันนี้ผมจะเอาวุ้น” เสียงนั้นเยือกเย็นและดุดัน ส่งผลให้ริมฝีปากของฉัตรริษาเม้มแน่น เห็นชัดเจนว่าในเวลานี้เขาอยู่ในรูปแบบไหน
“ไม่ใช่ว่าไปเอากับคุณซินมาแล้วหรือคะ” จะให้เธอคิดในแง่อื่นได้อย่างไร ในเมื่อเขาเปลี่ยนทั้งเสื้อและกางเกงใหม่ ราวกับเพิ่งอาบน้ำมา แม้แต่เส้นผมก็ยังดูชื้น ๆ
เธอไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงความเป็นจริงที่เห็นอยู่ตรงหน้าได้
“แล้วไง เอากับวุ้นอีกไม่ได้หรือครับ” คำพูดนั้นชัดเจน ตรงไปตรงมา ราวกับเป็นการประกาศให้เธอรู้ว่าเขาไม่สนใจความรู้สึกของเธอเลยสักนิด ความเย็นชาของเขาทำให้เธอสะอึก
“ค่ะ ไม่ได้”
“ทำไมครับ” คำถามทำให้เธอเม้มปากอีกรอบ เขายังจะกล้ามาถามอีกหรือว่าทำไม
“เพราะวุ้นขยะแขยง” การที่เธอต้องชดใช้ให้เขา ไม่ได้แปลว่าเธอจะต้องยอมทำเรื่องน่าอัปยศนี้
“มีสิทธิ์?” นอกจากจะถามด้วยน้ำเสียงหยันๆ แล้ว ชายหนุ่มยังเดินไปนั่งบนเตียงแล้วตบลงเบา ๆ เชิญชวนให้เธอเข้ามาหา “ส่งสายตาตัดพ้อไป ผมก็ไม่ใส่ใจมันอยู่ดี”
วริทธราเพียงแสยะยิ้มก่อนจะปลดเข็มขัดของตัวเองออก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเจือความเด็ดขาด “วันนี้ผมอยากได้ปากของวุ้น”
ฉัตรริษาไม่ขยับตัว นี่เขายังใช่คนอยู่หรือเปล่า ทำไมถึงใจมารได้มากถึงเพียงนี้ ด้านวริทธราก็รอจนในที่สุดทนไม่ไหว ขยับลุกขึ้นจะคว้าตัวของหญิงสาว
แต่ก็เหมือนสวรรค์จะยังเข้าข้างฉัตรริษาอยู่ เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นช่วยเอาไว้ วริทธราชะงัก และเมื่อมองชื่อบนหน้าจอ ใบหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนจะรับสายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
“ครับ ซิน” มันดูนุ่มนวลผิดกับการพูดกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ในตอนนี้ “ถึงแล้วครับ”
ฉัตรริษาแสยะยิ้มกับน้ำเสียงนั้น ก่อนจะรีบหันหลังพาตัวเองหนีออกจากเขาอย่างรวดเร็ว เธอก้าวเดินไว ๆ ไปยังห้องนอนชั้นล่าง พร้อมหยิบกุญแจสำรองติดมือมาด้วยโดยไม่รอช้า