บทที่ 2 ขยะแขยง03

646 Words
ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ถึงแม้ว่าสถานการณ์โรคระบาดจะผ่านมาร่วมหนึ่งปีแล้ว แต่เศรษฐกิจกลับยังไม่ดีขึ้นเลย ส่งผลให้คนหนุ่มสาวหันมาจัดงานแต่งกันเองมากขึ้น เน้นประหยัดไว้ก่อน กระทบต่อหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องไม่น้อย ในวันนี้ฉัตรริษารับหน้าที่ดูแลร้าน ทว่าตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีลูกค้าเข้าร้านสักราย ส่วนนารีและวาริดาไปออกบูท ตอนนี้ทางไหนที่จะโฆษณาให้ทุกคนรู้จักร้านได้ก็ต้องพยายามทำ เธอเองก็พยายามออกแบบให้โดนใจลูกค้ามากที่สุด หลังจากเคลียร์ชิ้นงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้วในช่วงบ่าย หญิงสาวก็ละจากหน้าจอโน้ตบุ๊ก เพราะรู้สึกต้องการเติมคาเฟอีนเข้าร่างกาย เมื่อคืนกว่าจะหลับก็ปาไปตีสามแล้ว แม้ว่าหัวจะถึงหมอนแต่หัววัน ก็ใช่ว่า...จะนอนหลับ คงเป็นเพราะใจมันไม่สงบ เมื่อกลับมาที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง ก็พบว่ามีสายเรียกเข้าจากต่างประเทศ และรายชื่อที่ปรากฏนี้ก็ทำให้ฉัตรริษายิ้มออกมาได้นิดๆ “พี่วุ้น” นี่คือเสียงที่เติมเต็มกำลังใจและผลักดันให้เธอเดินไปข้างหน้า “ว่าไงยัยหว้า คิดถึงพี่หรือไง” “เอ่อ...ทางโน้นมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ” ครั้นได้ยินคำถามของน้องสาวก็ทำให้หัวคิ้วของฉัตรริษาขมวดมุ่น “ทำไมถามแบบนั้นล่ะ หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า” ผู้เป็นพี่สาวอดร้อนใจไม่ได้ เวลานี้ครอบครัวของเธอเหลือแค่เธอกับน้องสาวแล้ว ทั้งพ่อและแม่จากเธอไปหมดแล้ว พ่อเลี้ยงของเธอก็เสียไปหลายปีก่อน ก่อนที่จะเกิดเรื่องราว ส่วนพี่ชายต่างบิดานั้น ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร “วันนี้อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกหว้าไปพบ” ฉัตรลดาเล่าด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “บอกว่าทางครอบครัวคุณพุจะไม่ให้ทุนหว้าแล้ว” เธอเรียนต่อได้เพราะทุนของวริทธรา การมาเรียนหมอในต่างแดนมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไหนจะค่ากิน ค่าที่อยู่ ที่ผ่านมาเธอแทบจะไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องเงิน ใช้เงินแบบไหนก็ได้ เพราะที่บ้านมีฐานะ แต่แล้วเมื่อสามปีก่อนก็ถูกฉุดลงเหวลึก เธอไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายต่างสายเลือดจะเลือกเดินทางผิด และทำให้เกิดหายนะได้ คนฟังหน้าเปลี่ยนสีทันที ความขื่นขมพลันวิ่งเข้ามา เพราะมันจะมีสาเหตุอะไรได้อีกที่อยู่ๆ ทุนจะถูกยกเลิก นอกจากเขากำลังใช้มันมาเป็นเครื่องมือเพื่อขู่บังคับกัน ฉัตรริษาต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการระงับอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามา ด้วยไม่อยากให้น้องสาวต้องรับรู้ ลำพังแค่เรียนน้องก็เครียดมากแล้ว ที่สำคัญเธอสัญญากับผู้เป็นแม่ไว้แล้วว่าจะดูแลน้องให้ดี “น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เดี๋ยวพี่จะไปถามให้นะ” เธอกล่าวเบาๆ ทั้งที่ในใจรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ “ขอบคุณค่ะ” ได้ฟังพี่สาวบอกแบบนี้ ฉัตรลดาก็รู้สึกดีขึ้น “ว่าแต่พี่วุ้นสบายดีไหม” “สบายดีจ้ะ” ฉัตรริษาเลือกที่จะพูดปด เมื่อวานเธอว่าทุกข์แล้ว แต่ตอนนี้กลับทุกข์ยิ่งกว่า “คิดถึงพี่วุ้นนะ อดทนอีกนิดนะ หว้าใกล้จบแล้ว” ฉัตรลดายิ้มบางๆ เมื่อพูดถึงอนาคตที่ใกล้เข้ามา อีกแค่ปีเดียวเธอก็จะเรียนจบและเริ่มหางานทำ ตั้งใจว่าจะทดแทนคุณพี่สาวที่เสียสละเพื่อเธอมาตลอด “พี่ก็คิดถึง ตั้งใจเรียนนะ” “ค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD