บทที่ 3
เจ็บให้พอ
‘วุ้นอยากเจอคุณพุ’
เมสเซจถูกส่งไปตั้งแต่ช่วงห้าโมงครึ่งแล้ว แต่จนแล้วจนรอดข้อความก็ยังไม่ถูกเปิดอ่าน แถมคนที่เธอต้องการเจอหน้านั้นก็ยังไม่มีวี่แววจะกลับมา แม้เวลาจะปาเข้าไปสองทุ่มแล้ว ฉัตรริษาจิกเล็บกับฝ่ามือ พยายามมีสติ แต่ความกระวนกระวายกัดกร่อนใจจนเธอต้องคว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมากดโทร.ออก
แต่ผลลัพธ์ก็ยังเป็นเช่นเดิม วริทธราไม่ยอมรับสาย
เธอรู้ว่าการเงียบหายไปของเขาคืออีกหนึ่งวิธีที่เขาใช้บีบเธอให้ยอมแพ้ ฉัตรริษายิ้มสมเพชให้ตัวเอง รู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น แถมตอนนี้ความเข้มแข็งที่พยายามรักษาก็เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ฉัตรริษาพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากนัก เพราะเวลานี้มันแทบไม่มีน้ำตาให้ไหลแล้ว ชีวิตเธอช่วงสามปีที่ผ่านมา มันหนักหนากว่านี้มาก
แต่...มันไม่ได้เจ็บปวดมากแบบนี้
หญิงสาวเจ็บจนรู้สึกหายใจไม่ออกไปทุกขณะ ต้องทิ้งกายกับโซฟาตัวใหญ่อย่างหมดเรี่ยวแรง พยายามคิดหาหนทางแก้ปัญหาเท่าไรก็คิดไม่ออก
ถ้าไม่ได้ทุน น้องเธอก็อาจจะไม่ได้เรียนต่อ และเธอเองก็ไม่สามารถหาเงินก้อนนี้ได้ทันเพียงชั่วข้ามคืนหรอก
เขาฉลาดที่เลือกจัดการเธอในเวลาเส้นตาย
ฉัตรริษาเหม่อมองเพดานสีขาวอยู่หลายนาที และหลับไปในที่สุด มารู้ตัวอีกทีก็ตอนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆ ที่กำลังเป่ารดลงมาพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ โชยเข้ามาเตะจมูก
เมื่อลืมตาขึ้นมามองก็เจอกับสายตาที่ดูหยามหยัน
หญิงสาวเม้มปาก ชั่วนาทีเธอก็รับรู้ถึงการกระทำของวริทธรา เขากำลังก้มหน้าลงมาซุกคอเธอ ทั้งขบทั้งเม้มจนเต็มไปด้วยร่องรอย ก่อนเลื่อนขึ้นมาที่ริมฝีปาก มือหนาเลื่อนขึ้นจากสะโพกล้วงเข้ามาในชายเสื้อของเธอเพื่อบีบเค้นทรวงละมุน
เขารุกต้อนเธอทุกหนทาง แต่แล้วจู่ๆ ทุกการกระทำของเจ้าของห้องก็หยุดลง
แต่ไม่ใช่เพราะเห็นใจเธอ ทว่าเขาต้องการปล่อยคำพูดร้ายๆ ออกมา
“วันนี้ไม่ขัดขืนแล้ว”
“คุณพุก็รู้ว่าทำไม” หญิงสาวว่าเสียงสั่น เขายังจะทำให้เธอจนมุมไปถึงไหนกัน
ทันใดนั้นน้ำตาก็รื้นขึ้นมา ทั้งที่เมื่อสามชั่วโมงก่อนห้ามมันได้สำเร็จ แต่พอเห็นหน้าของเขาก็ไม่อาจหักห้ามความรู้สึกเสียใจไว้ได้อีกต่อไป
“อย่ามาเล่นบทนางเอก ผมไม่อิน”
ขนาดเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร วริทธราก็ยังคงร้ายกาจไม่เลิก
บทนางเอกอย่างนั้นหรือ ฉัตรริษาไม่เคยเล่นบทนั้น ทุกความเจ็บปวดที่เธอแสดงออกมาคือความเสียใจที่เธอเก็บกดไว้ รวมถึงความรู้สึกที่มองผู้ชายคนนี้ผิดไปมาก
หญิงสาวปาดน้ำตาทิ้ง แล้วหันมามองสบตา
“พอใจหรือยังคะ”
“ครับ” ชายหนุ่มขานรับ แล้วไหวไหล่เบาๆ “ลุกไปล้างหน้าล้างตาซะครับ แล้วค่อยกลับมาขึ้นเตียง”
วริทธราออกคำสั่งแล้วคลายพันธนาการให้ ฉัตรริษาจึงขยับตัวลุกแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำ หญิงสาวไปยืนมองตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่ พลางพึมพำบอกให้เข้มแข็ง ให้อดทนอีกนิด เธอจะหาทางออกของเรื่องนี้ในแบบที่ต้องการให้ได้
เธอจะไม่สร้างความเจ็บปวดกับลูกผู้หญิงด้วยกัน
ร่างเล็กล้างหน้าล้างตา แล้วสูดลมหายใจลึก เพราะตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับคนใจร้ายแล้ว
ฉัตรริษาหยิบถ้วยกาแฟอุ่นๆ ขึ้นมาจ่อริมฝีปากและจิบเบาๆ เช้านี้เธอต้องเติมกาแฟเป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นคงได้ฟุบหลับขณะทำงานแน่ เพราะกว่าวริทธราจะปล่อยให้เป็นอิสระก็ปาไปเกือบตีสามแล้ว
นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก็ทำให้หญิงสาวกัดกลีบปากล่าง
เขาบ้าเป็นที่สุด เขาไม่เคยใช้กำลัง แต่จงใจใช้ลีลาร้ายๆ ทำให้เธอจำยอม และหลอกล่อให้เธอทำตัวน่าอาย
ต้องการอะไรครับ
อือ
ตอบสิครับ วุ้นต้องการอะไร
วุ้น...ต้องการคุณพุ
จัดให้ครับ
แก้วเซรามิกถูกยกจิบอีกครั้ง กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟยังคงฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง พร้อมกับสลับกับการกัดครัวซองต์ที่ซื้อมาจากชั้นล่างของอาคาร
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ ยังไม่ได้ทันจะล้างแก้ว เสียงฝีเท้าก็ย่ำมาใกล้ ก่อนจะได้ยินประโยคสั่งการที่ร่างระหงไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
“ผมจะไปส่ง”
หญิงสาวหันไปมองพร้อมกับแววตาที่สะท้อนคำถาม และเหมือนวริทธราเองก็รับรู้ได้ จึงเอ่ยเฉลยมาในที่สุด
“วุ้นให้ความสุขกับผม ผมก็จะตอบแทนให้”
“ความสุขที่เกิดจากการไม่มีทางเลือกน่ะหรือคะ” ถึงแม้ว่าเขาจะทำให้เธอไปถึงฝั่งฝันไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ และไม่มีครั้งไหนที่รุนแรงก็ตาม
“วุ้นก็แฉะไม่ใช่หรือครับ” วริทธราลอยหน้าลอยตาถาม
“เมื่อก่อนคุณไม่ได้ใจร้ายขนาดนี้”
คงไม่มีใครจะไปตกหลุมรักคนเลวหรอก เขาเคยดี เธอถึงรัก วินาทีนี้ฉัตรริษาไม่แน่ใจแล้วว่า...ที่ผ่านมาการกระทำของเขามันคือกลลวงหรือเปล่า
“ถามจริงๆ เถอะค่ะ ที่ผ่านมา...”
“อย่าชวนทะเลาะ ไปเตรียมตัวซะครับ ผมไม่อยากรถติด”
แต่ฉัตรริษาก็คว้าข้อมือหนาไว้
“วุ้นอยากได้ความจริง กรุณาช่วยตอบให้ด้วยค่ะ” น้ำเสียงเธอหนักแน่นและจริงจัง
“อยากเจ็บ?”
“มันคงไม่มีอะไรเจ็บไปมากกว่านี้แล้วมั้งคะ” มันคงไม่มีผลอะไรกับใจเธอสักเท่าไรแล้ว และความจริงคือสิ่งที่เธออยากได้มากที่สุด
เมื่อเห็นแววตาที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป วริทธราก็ส่งเสียงเหอะออกมา เพราะเขาไม่ชอบความถือดี