บทที่ 4
เฉือนหัวใจ
บ่ายโมงพอดิบพอดีที่เสียงกระดิ่งของร้านดังขึ้น ซึ่งทำให้ทั้งนารีและฉัตรริษาวางมือจากงานที่ทำ แล้วรีบกระวีกระวาดไปต้อนรับลูกค้า
“ร้านเลิฟอีสยินดีต้อนรับค่ะ” นารีไปต้อนรับลูกค้าเป็นคนแรก เจ้าตัวโปรยยิ้มหวานพร้อมยกมือขึ้นไหว้อย่างสุภาพเพื่อแสดงความเคารพและสร้างความประทับใจ
“ผมอยากจะให้ทางร้านดูแลเรื่องการ์ดงานหมั้นให้ครับ”
“ทางร้านเรายินดีให้บริการค่ะ เชิญคุณลูกค้านั่งก่อนนะคะ” นารีเชื้อเชิญแล้วพาชายหนุ่มที่ควงคู่มากับสาวสวยไปที่โซฟารับรอง
ส่วนฉัตรริษาเมื่อได้เห็นหน้าลูกค้าที่เพิ่งเข้ามาก็ถึงกับยืนขาตายตัวชาไปในทันที
เพราะผู้ชายที่กำลังเดินผ่านหน้าไปคือ วริทธรา
นี่เขากำลังทำอะไรกัน ทำไมถึงพาว่าที่คู่หมั้นมาร้านที่เธอทำงานอยู่
เขาจงใจให้เธอเจ็บไปมากกว่านี้ หรือมีเหตุผลใดซ่อนอยู่กันแน่
ฉัตรริษากัดกลีบปากแน่น
“น้องวุ้นไปเอาน้ำมาให้ลูกค้านะ” นารีหันไปบอกเสียงหวานกับรุ่นน้อง ก่อนคิ้วจะขมวดเล็กน้อย เพราะน้องสาวกลับยืนนิ่ง และดูเหมือนจะไม่ได้ยินสิ่งที่เธอบอกไป จึงหันไปยิ้มให้ลูกค้าอีกรอบแล้วขยับตัวไปสะกิด
“น้องวุ้น”
“คะ”
“ไปเอาน้ำให้ลูกค้าทีค่ะ”
“อ้อ ค่ะ”
หลังจากน้องสาวขานรับ นารีก็เร่งเดินไปสอบถามเกี่ยวกับคอนเซปต์ที่ลูกค้าต้องการ พร้อมกับคว้าตัวอย่างงานที่เด่นๆ ของร้านติดมือไปด้วย
“คุณลูกค้าอยากได้คอนเซปต์แบบไหนแจ้งทางร้านได้เลยนะคะ หรือจะดูตัวอย่างของทางเราก่อนก็ได้ค่ะ” เจ้าหล่อนนำเรฟงานไปวางไว้ตรงหน้าลูกค้ารายที่สองของวันนี้
‘เลิฟอีส สร้างความรักในแบบที่เป็นคุณ’
“สโลแกนดีจังค่ะ” ซินเหยามองสโลแกนบนหน้าปกแล้วเอ่ยชมอย่างประทับใจ เพราะผู้หญิงเราทุกคนย่อมต้องการความรักในแบบที่เป็นตัวเรากันอยู่แล้ว และมันไม่ควรต้องฝืนอะไร
เธอเองก็อยากได้แบบนั้น และดูเหมือนเธอจะได้มันแล้วด้วย
สาวเจ้าหันไปยิ้มให้กับคนข้างกาย ซึ่งก็ยิ้มคืนส่งมาให้ เป็นจังหวะที่ฉัตรริษาเดินมาเห็นพอดี กระนั้นก็ไม่ได้คิดถอยหนี การเผชิญหน้าคือสิ่งที่สมควรที่สุด แต่เธอขอรวบรวมกำลังก่อน
การต้องทนมองภาพบาดตาบาดใจมันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับคนที่กำลังพยายามเลิกรัก
ต่อให้เธอจะยอมรับความจริงแล้วก็ตาม
สักสองนาทีต่อมา ฉัตรริษาจึงค่อยเดินออกไป นำขนมและน้ำไปเสิร์ฟก่อนจะทิ้งกายนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงกันข้ามกับร่างสูง พลันเห็นแววตาร้ายกาจส่งมาจากเขา
ซินเหยาเองก็มองมาด้วย เพียงแววตาต่างกันเท่านั้น
“เราเจอกันที่ทำงานของพุใช่ไหมคะ”
“ค่ะ”
“รู้จักกับพุหรือคะ” น้ำเสียงที่ซินเหยาใช้ถามยังคงนุ่มนวล
ฉัตรริษากำลังจะอ้าปากตอบออกไป แต่ทว่าวริทธรากลับชิงให้คำตอบแทนเธอ แถมคำตอบนั้นก็ทำให้เธออยากจะหัวเราะออกมา
“เด็กข้างบ้านน่ะครับ” เด็กข้างบ้านที่เขาให้ขึ้นขย่มแทบทุกวันน่ะหรือ
เขารีบชิงตอบก่อนขนาดนี้ คงกลัวว่าเธอจะเผลอบอกสิ่งที่เขาไม่ต้องการ
“อ้อ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“ค่ะ”
นารีที่ได้ยินก็ตาวาวขึ้นด้วยความยินดี เพราะงานนี้คงจะดีลสำเร็จอย่างง่ายดาย ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าลูกค้าจะเปลี่ยนใจหรือเปล่า แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมน้องสาวถึงไม่ได้บอกก่อนว่าจะแนะนำลูกค้าเข้ามา
“มีแบบไหนอยากแนะนำไหมคะ”
“ไม่ทราบว่าคุณซินชอบโทนไหนคะ” นารีถามเพิ่มเติมอย่างเป็นกันเองมากขึ้น หลังจากทราบชื่อเล่นของทางลูกค้าคนสวยแล้ว
“พุชอบโทนสีเรียบๆ ใช่ไหม” ซินเหยาหันไปถามคนข้างกาย เพราะเธอไม่อยากเอาแค่ความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้ง จึงชอบสอบถามเขาก่อนเสมอ
“ครับ”
“ถ้าชอบแบบเรียบ แนะนำเป็นเรฟนี้เลยค่ะ” นารีนำเสนองานออกแบบที่เมื่อโพสต์ลงเพจร้านแล้วมีคนมาถูกใจและสอบถามราคากันมากที่สุด
“พุถูกใจไหมคะ”
“ผมให้สิทธิ์ซินตัดสินใจทั้งหมดครับ”
ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่ความหมายในประโยคนั้นทำให้ซินเหยายิ้มกว้างด้วยความพอใจ เธอรู้สึกมั่นใจว่าคนที่เธอเลือกในครั้งนี้คงไม่ผิดพลาด
“ขอบคุณนะคะ”