บทที่ 5
ร้ายเกินคน
หลังจากที่เขาพาซินเหยามาเย้ยหยันกันในวันนั้นฉัตรริษาก็พยายามบอกตัวเองอยู่เสมอว่าต้องมูฟออน ที่สำคัญเจ็บแล้วต้องจำ
หญิงสาวพยายามไม่แสดงออก บอกตัวเองให้ไม่รู้สึก แต่ผ่านมาเกือบสามวันแล้ว เธอรู้สึกว่ามันเหนื่อยไม่ใช่น้อยแต่เชื่อว่าบนโลกนี้จะยังมีคนที่ใจดีกับเธออยู่บ้าง
โชคดีที่เมื่อคืนเขาไม่ได้กลับมา
เช้านี้ฉัตรริษาออกไปเดินเล่นที่สวนหย่อมใกล้ๆ ก่อนจะกลับมาที่ห้องเพื่อทำอาหาร และเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อทำงานที่ค้างอยู่อีกนิดหน่อย
สักช่วงเที่ยงๆ เธอก็พักสายตาไปหยิบผลไม้มากิน แล้วกลับมาหน้าโน้ตบุ๊กอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวกดเข้าไปยังเว็บไซต์หางาน เพราะเธออยากได้งานพิเศษเพิ่ม
เธอจะพยายามทำทุกทางให้ตัวเองหลุดพ้นจากวังวนนี้
ต่อจากนั้นไม่ถึงยี่สิบนาที เสียงดิจิทัลดอร์ล็อกก็ดังขึ้น ก่อนเจ้าของห้องนี้จะโผล่หน้ามาให้เห็น
ฉัตรริษาไม่ได้แสดงอาการใดๆ สาวเจ้าเหลือบมองแค่แวบเดียวแล้วหันมาสนใจหน้าจอโน้ตบุ๊กของตนต่อ
แต่ชั่วครู่ต่อมาหญิงสาวก็ถูกตั้งคำถาม
“ทำไมยังไม่ไปเตรียมตัว”
ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่เขาเคยบอกไว้แล้ว บ่ายสองโมงตรงล้อจะหมุน แต่เหตุใดฉัตรริษายังนั่งเฉยอยู่
“เพราะวุ้นจะไม่ไปค่ะ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่เรายังต้องไปด้วยกันอีกค่ะ”
เขาควรยกเลิก หรือไม่ก็หนีบคนของเขาไปแทนเธอสิ
“ผมไม่ใช่คนผิดคำพูด สัญญาคือสัญญา”
สัญญาวันนั้นที่อยู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมา ขณะที่เธอกำลังดูคลิปของยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวคนหนึ่ง ซึ่งถ่ายทอดโชว์กระบองไฟและภาพพระอาทิตย์ตกดินที่พัทยา
คงเพราะเธอดูมันมากกว่าหนึ่งรอบ
เขามองดูเธอเงียบ ๆ ก่อนเอ่ยขึ้น “งั้นอีกสามเดือนผมจะพาไป”
“งั้นก็ช่วยสัญญาหน่อยค่ะว่าจะปล่อยวุ้นไป”
นี่คือสิ่งที่เธออยากได้จากเขามากที่สุด แต่คำตอบของวริทธรากลับเป็นเพียงการยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ราวกับว่าเขาไม่มีวันจะให้คำสัญญานั้น
“วุ้นไม่รู้หรอกค่ะว่าตอนนี้พี่เมศจะเป็นยังไง แต่ให้วุ้นชดใช้ด้วยวิธีอื่นเถอะค่ะ” เธอยอมทนมาตลอดเกือบสามปี นับตั้งแต่เกิดความผิดพลาดที่เธอไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขได้ ถึงเวลาที่เธอต้องหลุดพ้นจากวังวนนี้แล้ว แต่ความผิดนั้นเธอจะระลึกถึงไปตลอดชีวิต ไม่มีวันลืมเลือน
“ทำไงดีล่ะครับ ผมสะดวกวิธีนี้”