วริทธราพยักหน้าอีกรอบแล้วลุกเดินเข้าไปในพูลวิลลา ก่อนจะกลับออกมาพร้อมแก้วไวน์ เขาคว้าขวดไวน์เย็นๆ ในถังน้ำแข็งมารินลงในแก้ว แล้วปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศสงบๆ กระทั่งถูกตั้งคำถาม
“มึงพาวุ้นมาด้วยหรือเปล่า”
“มา อยู่ที่โรงแรม”
“มึงรู้ไหม มึงหนีบวุ้นไปแทบทุกที่”
“มันแปลก?” วริทธราเลิกคิ้วสูง
“แล้วไม่แปลก?” คทาธรถามคืน แล้วเอ่ยเสริมไปเพิ่มเติม “ปากบอกแก้แค้น เอาคืน แต่มึงกลับพาเขาไปทุกที เหมือนมึงเองก็มีความสุขที่ได้พาเขาไป” เป็นเวลากว่าสองปีเศษๆแล้ว ที่เขาเห็นว่าเพื่อนพาฉัตรริษาไปด้วยทุกทริป ไม่ว่าจะขึ้นเหนือ ลงใต้ ไปต่างประเทศ
“แล้วกูต้องปล่อยให้ตัวเองของขาด?” ผู้ชายก็มีเหตุผลอยู่ไม่กี่เรื่อง ที่เอาผู้หญิงสาวสวยไปไหนมาไหนด้วย “อีกอย่าง นั่นก็เชลยของกู มีค่ากับกูแค่เรื่องบนเตียง ก็ต้องพามาเอาเปล่าวะ”
“ในหัวมึงมีแต่เรื่องนี้หรือไง” นี่หรือคือเหตุผลของเพื่อน มันบัดซบสิ้นดี
วริทธราไม่สนใจถ้อยคำของเพื่อน ยังคงจิบไวน์ไปเรื่อยๆ อย่างสบายใจ ด้านคทาธรก็ได้แต่กลอกตาใส่ กระนั้นก็ไม่โต้เถียงอะไรด้วยอีก เพราะไม่อยากทำให้บรรยากาศเสีย
แต่ต่อจากนั้นไม่ถึงสิบห้านาที วริทธราก็ขยับตัวลุกขึ้นพร้อมกับคว้ากุญแจรถ
“มึงจะรีบไปไหน” ปกติเวลาสังสรรค์กันแบบนี้ พวกเขานั่งกันยันเช้าก็ยังมี “หรือเ****นจัด” เขาเอาคำพูดของเพื่อนเมื่อครู่มาย้อน
วริทธราส่ายหน้า แล้วเฉลยไป
“กูนัดซินไว้”
“เดี๋ยวนะไอ้พุ นี่มึงพาผู้หญิงสองคนมาเที่ยวที่เดียวกัน?” คทาธรตาโตมองหน้าเพื่อนอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่มันใช้หัวแม่เท้าคิดหรือไง
คนถูกถามพยักหน้าตอบ ไม่คิดปฏิเสธ
“บ้าไปแล้วหรือไง”
วริทธราไม่ได้สนใจคำเตือนของเพื่อนเลยสักนิด เขาเดินต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ
ชายหนุ่มกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ที่โรงแรม แถมยังฉีดน้ำหอมเสียหอมฟุ้ง ไม่คิดปลุกคนที่กำลังนอนหลับอยู่ กระทั่งเสียงโทรศัพท์ของตนดังขึ้น
“ผมกำลังออกไปครับซิน”
วริทธราตอบกลับปลายสายไปเสียงนุ่ม ก่อนลดโทรศัพท์ลงแล้วหย่อนมันลงกระเป๋ากางเกงสแล็กส์สีดำ จัดแต่งทรงผมอีกเล็กน้อย แล้วหมุนตัวไปอีกทาง ทำให้ร่างสูงได้เห็นว่าคนบนเตียงลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว และคงจะได้ยินสิ่งที่เขาเพิ่งพูดไป จึงเอ่ยอธิบาย
“ซินเขาอยากมาเที่ยว”
ฉัตรริษาถึงกับร้องเหอะในลำคอ แต่ก็ไม่ได้โวยวายหรือตัดพ้ออะไรออกไปด้วยไม่อยากทำให้ตัวเองดูอ่อนแอ
“ดึกๆ ผมจะกลับมา”
ว่าจบแล้วชายหนุ่มก็เดินไปคว้ากุญแจรถและกระเป๋าหนัง แต่ก่อนจะเดินพ้นประตูห้องนอนออกไป อยู่ๆ เจ้าตัวก็ถอยเท้ากลับมา แล้วย้ำเตือนบางสิ่ง
“กลับมาผมต้องเห็นวุ้น”
เขาเน้นหนักเพื่อให้เธอรู้สึกว่าเขาจริงจังกับมันแค่ไหน ฉัตรริษาเม้มปากแน่นอย่างข่มอารมณ์ ที่จริงแล้วความคิดนี้มันแล่นอยู่ในหัวของเธอเมื่อสักครู่
เธอ...กำลังคิดว่าถ้าเขาย่างกรายออกไปเมื่อไร เธอก็จะไป
เธอจะกลับกรุงเทพฯ มันไม่มีเหตุผลให้เธอต้องอยู่
“ที่เงียบคือ ไม่เข้าใจคำสั่งผม? หรือจะคิดต่อต้านผม”
กระทั่งตอนนี้หญิงสาวก็ยังเงียบ ไม่ได้ตอบรับใดๆ จนทำให้วริทธรายิ่งขุ่นเคือง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดคั้นและข่มขู่