บทที่ 6
เธอต้องเจียมตัว
“นี่เพื่อนๆ ผมครับ” หลังจากพาซินเหยาไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนแล้ว วริทธราก็พาหญิงสาวมายังสถานที่นัดพบของเขาและเพื่อนๆ เพราะอยากให้เธอได้รู้จักกลุ่มเพื่อนสนิทของเขา
“ไนน์ แล้วก็ไอ้กลางครับ” เขาแนะนำเสียงเข้ม
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ซินค่ะ” เจ้าหล่อนแนะนำตัวเสียงหวาน พร้อมด้วยรอยยิ้มอ่อนละมุน
ทั้งสองคนยิ้มตอบกลับอย่างเป็นมิตรพร้อมกับทักทายคืน ซึ่งหนึ่งในสี่คนนี้เคยเจอกับซินเหยาแล้ว นั่นคือคทาธร
“สวัสดีครับ”
คทาธรเป็นฝ่ายขยับตัวลุกขึ้นเพื่อเปิดทางให้หญิงสาวได้นั่ง ซึ่งเจ้าหล่อนก็ยิ้มขอบคุณไปอีกหนึ่งหน จากนั้นจึงเริ่มสนทนากัน กระทั่งเกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมา สองคนสุดท้ายในงานปาร์ตี้นี้ก็ปรากฏตัวขึ้น
จิรดนย์และธาวินเลิกคิ้วเมื่อเห็นหญิงสาวข้างกายของวริทธราแต่ก็เข้าไปทักทายตามมารยาท ก่อนจะถอยออกมาจิบเบียร์กันที่ริมระเบียง
สักพักวริทธราก็เดินตามออกมา ทิ้งให้ซินเหยาได้ใช้เวลาอยู่กับสาวสวยที่นทีพามา ซึ่งดูเหมือนสองสาวจะเข้ากันได้ดี
“พามาแนะนำแบบนี้คือจริงจัง?” จิรดนย์เอ่ยถามก่อนจะยกเบียร์เย็นๆ ขึ้นจิบอีกหน แล้วรอฟังคำตอบของเพื่อน
“ผู้หญิงแบบซินกูควรเอาเล่นๆ?” วริทธราตอบกลับด้วยคำถามพลางสบตาจิรดนย์แน่วแน่
“เขาเป็นเพชร กูไม่ควรคว้าไว้รึไง” ซินเหยาเหมาะสมกับเขาทุกประการ ไม่ว่าจะหน้าตา ฐานะ แม้แต่ระดับการศึกษา กิริยามารยาทก็ดีที่หนึ่ง
“แล้วรัก?” ความเหมาะสมจะไปมีประโยชน์อะไร หากไม่ได้มีความรักประกอบอยู่ด้วย ปัจจุบันไม่เหมือนสมัยก่อนแล้วที่จะคลุมถุงชนแล้วอยู่ด้วยกันยืด
“กำลังจะรัก” วริทธราตอบก่อนหันไปมองซินเหยา แววตามีประกายบางอย่าง ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อ ทั้งสองคนก็ต้องหันไปให้ความสนใจกับเสียงของคทาธรที่กำลังเดินลิ่วๆ เข้ามา
“ไอ้พุ แคปชันนี้น้องวุ้นหมายถึงมึงหรือเปล่าวะ” คทาธรโชว์หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กำลังเปิดโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่างเฟซบุ๊กให้เพื่อนได้ดู
‘ให้รักตัวเอง อย่าไปรักคนเลว’
จิรดนย์ที่ยืนอยู่ข้างกันมองดูโพสต์ของฉัตรริษาก่อนจะยกยิ้มมุมปาก
“มึงยังต้องถามอีกเหรอไอ้กลาง คนเหี้ยในชีวิตวุ้นตอนนี้ก็คงมีแค่มันคนเดียว” เรื่องนี้เดายากเสียที่ไหน
ด้านคทาธรก็พยักหน้าเห็นด้วย
“เออ จริงว่ะ”
วริทธรากัดกรามแน่นเมื่ออ่านข้อความบนหน้าจอ หงุดหงิดกับทั้งข้อความและการเย้ยหยันของเพื่อน ด้านคทาธรและจิรดนย์ก็ทำแค่ไหวไหล่อย่างไม่แคร์ จึงเป็นวริทธราที่ทนไม่ไหว แล้วชิงเดินหนีกลับไปหาว่าที่คู่หมั้น