“ด่าผม?” วริทธราถามเสียงห้วนทันทีที่ประตูห้องพักโรงแรมถูกผลักเข้ามา
ฉัตรริษาปรายตามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่กลางห้องพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือให้ดู หน้าจอสว่างโชว์ข้อความที่เป็นประเด็น
‘อย่าไปรักคนเลว’
ใกล้ๆ กันนั้นมีแก้วเหล้าที่พร่องไปมากแล้ว
“ถ้าคุณพุไม่ได้เลวก็ไม่ต้องรับค่ะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือนและเย็นชา ไม่ได้สนใจแววตาดุเข้มของเขา หากเขาไม่ได้เป็นอย่างเธอว่าก็ไม่จำเป็นต้องมาเดือดร้อน
หญิงสาวถอดรองเท้าตั้งใจจะตรงเข้าห้องนอนเพื่อเอาสัมภาระไปเก็บและอาบน้ำคลายความเหนื่อยล้าทั้งกายใจ วันนี้เธอซื้อของมาเต็มไม้เต็มมือจากบัตรเครดิตที่เขาโยนทิ้งไว้ให้เธอ
เขาร้ายมา เธอก็ร้ายกลับ
เขาให้ เธอก็ใช้
และวันนี้เธอถลุงเงินเขาไปเยอะทีเดียว
แต่ก็ใช่ว่าวริทธราจะยอมให้มันจบเท่านี้ “อย่าลืมว่าผมเป็นเจ้าชีวิตวุ้น และคุ้มกะลาหัววุ้นอยู่” จะบอกว่าขู่และทวงบุญคุณไปพร้อมกันก็ได้
“คงยังจำได้นะครับว่าเจ้าหนี้ของไอ้เมศมันเหี้ยมแค่ไหน” ถ้าไม่ได้เขา ไม่มีทางที่ฉัตรริษาจะรอดมาถึงทุกวันนี้ ป่านนี้สาวเจ้าคงจะถูกส่งขายซ่องไปแล้ว
ความจริงที่ถูกโยนใส่หน้าทำให้ฉัตรริษาไม่อาจตอบโต้อะไรได้ หญิงสาวเม้มปากและกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก อดไม่ได้ที่จะใจสั่น
จิรเมศนอกจากเป็นต้นเหตุให้ผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่งต้องตายแล้ว พี่ชายยังคดโกงและยืมหนี้ยืมสินจากพวกเจ้าหนี้นอกระบบอีกต่างหาก
“จำไม่ได้หรือไงว่าต้องชดใช้ให้ผม”
ตอนนั้นชีวิตเธอเหมือนถูกฉุดกระชากลงไปในเหวลึก
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย
“วุ้นไม่ลืม” เธอจำขึ้นใจเลย จึงสำนึกในบุญคุณและพยายามชดใช้ให้ แต่มันต้องไม่ใช่ในรูปแบบที่เขาพยายามจะยัดเยียดให้
“ดี งั้นก็เตือนตัวเองหน่อยว่าใครให้ชีวิตใหม่กับวุ้น” คำพูดนี้ทำให้ฉัตรริษารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เธอกำมือแน่นพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกอ่อนแอที่พุ่งขึ้นมาทันที
“ค่ะ” เมื่อพูดจบหญิงสาวก็ก้าวต่อ เดินเชิดหน้าผ่านชายหนุ่มไป เธอจะไม่ยอมให้เขาเห็นความอ่อนแอ แม้ทุกย่างก้าวจะรู้สึกหนักหน่วงเสียเหลือเกิน