เขาก้าวเท้าออกไปโดยไม่รอฟังคำตอบใดๆ ทว่าเมื่อไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวตามมาก็ต้องหันกลับไปมอง หญิงสาวยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“หรือว่าผมต้องอัญเชิญวุ้นกลับ”
คำพูดนั้นทำให้ฉัตรริษายิ่งเม้มปากแน่นกว่าเดิม แต่นาทีต่อมาก็เตือนตัวเองว่าอย่างไรก็ต้องกลับไปเผชิญความจริง ไม่มีทางที่จะหลีกหนีหรือหลีกเลี่ยงไปได้ตลอด
“ขอวุ้นไปบอกป้ามลกับเจ้าร็อคก่อน” เจ้าร็อคที่ว่าคือสุนัขพันทางที่จิรดนย์เลี้ยงไว้ ตอนมาถึงที่นี่มันก็วิ่งมาหาเจ้าของอย่างไว คลอเคลียตามประสา ดูน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย
“อย่าไปเข้าใกล้ไอ้ร็อค มันดุ” เขาไม่เคยถูกกับหมาของเพื่อนเลย เข้าใกล้มันทีไรโดนแยกเขี้ยวใส่ทุกที
ฉัตรริษามีความคิดเห็นตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เจ้าร็อคดูเป็นมิตรและน่ารักสำหรับเธอ อย่างไรหมาแมวก็เป็นเพื่อนยามเหงาได้ดี แต่ไม่ทันได้โต้แย้ง เสียงของจิรดนย์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“หมากูมันไม่ชอบแค่คนเลว” คนมาใหม่ว่าแล้วหันไปส่งยิ้มจริงใจให้หญิงสาว ยอมรับว่าจงใจพูดแดกดันเพื่อน ด้านคนฟังก็กัดฟันกรอด แววตามีความขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด
เขายังไม่ได้เอาเรื่องที่เพื่อนทำเกินหน้าที่ เพราะเขาให้เฝ้าของให้ ไม่ใช่ขโมยไปซ่อน จนต้องตามหาวุ่นวาย
นี่มันยังกล้ามาพูดให้กวนอารมณ์กันอีก
จิรดนย์ยักไหล่ ดูไม่สะทกสะท้านต่อคำพูดหรือสายตาที่ส่งมาทางเขา ก่อนจะพูดต่อหลังจากเห็นว่าฉัตรริษาเดินเลี่ยงไปหาสุมลในห้องครัว “หรือกูควรปล่อยมากัดคนเลวตอนนี้ดี วุ้นเขาจะได้เป็นอิสระ”
“ต้องการอะไรจากกูไอ้จิณ”
“กูก็แค่ทำให้วุ้นเขาหายใจสะดวก”
“ใส่ใจขนาดนี้คือมึงอยากได้?”
“ถ้าให้ กูก็ยินดีรับ” จิรดนย์ยียวน แม้จะไม่ได้คิดอกุศลแบบที่เพื่อนว่ามา เขาแค่เอ็นดูฉัตรริษาในฐานะน้องสาว “หนี้เขากูจะจ่ายให้หมด”
หนี้ไม่กี่ล้าน ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงอยู่แล้ว ซึ่งคิดว่าเพื่อนก็รู้ดี ถ้าให้เทียบความรวยในกลุ่ม เขาอยู่ที่หนึ่งมาตลอด
“อย่ามาทำเป็นคนดี”
จิรดนย์เหยียบปากตัวเองไว้ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจสวนกลับด้วยคำพูดที่หนักแน่น
“ก็กูคนดี ดีกว่ามึง”
วริทธราพูดไม่ออก เพราะมันคือความจริง
ด้านจิรดนย์ก็ยังไม่จบง่ายๆ สาธยายข้อดีของตนต่อ “กูไม่คิดแค้น ไม่ปากแข็ง ไม่หลอกตัวเอง”
“ไว้หมดประโยชน์ก่อนกูจะเขี่ยทิ้งให้” จบประโยควริทธราก็หมุนตัวเดินตามฉัตรริษาไป เพราะไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเพื่อนให้เสียเวลาจนต้องหงุดหงิดเพิ่ม