บทที่7
บาดแผล
ฉัตรริษาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองนั่งตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว แต่สิ่งที่แน่ชัดคือมันสบายใจมากกว่าการทนอยู่ในห้องเดียวกับวริทธรา
หญิงสาวนั่งอยู่บนชายหาดหน้าโรงแรม สายตามองตรงไปที่ท้องทะเล แสงจันทร์ยามค่ำคืนสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับชวนให้ใจสงบ เธอหลับตาลงชั่วครู่ แล้วลืมตาขึ้นมาใหม่ แต่แววตานั้นยังคงมีแต่ความเศร้า ทั้งที่อยากจะกำจัดความอ่อนแอออกไปให้หมด เธอรู้ว่าการสู้รบตบมือกับวริทธราต้องใช้พลังใจจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้พลังใจของเธอแทบจะเป็นศูนย์
ที่สำคัญ ตอนนี้ก็ยังหาทางออกที่จะหลุดพ้นไปเจอแสงสว่างไม่ได้เลย
เงินสี่ล้านมันไม่ใช่น้อยๆ แถมครอบครัวคนมีประวัติอย่างเธอไม่มีทางที่ใครจะกล้าให้ยืม แม้แต่ธนาคารก็ยังไม่มีหวัง
แต่เธอจะพยายามให้ถึงที่สุด
หญิงสาวมองตรงไปยังท้องทะเลลึก ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นอย่างดูเลื่อนลอยนิดๆ สองเท้าก้าวช้าๆ ไปยังท้องทะเลเบื้องหน้า ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“ตายไป ผมจะเอาน้องวุ้นมาแทน” เขายืนอยู่ตรงนั้น วริทธรากอดอกแน่น ดวงตาคมกริบจับจ้องการกระทำของเธออย่างไม่ละสายตา ราวกับกำลังพยายามอ่านทุกความคิดในหัวเธอ
“อย่ามายุ่งกับยัยหว้า” เธอหันมาตอบอย่างเร็วไว ไม่มีทางให้น้องสาวต้องมาเดินในวังวนนี้ แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความโกรธที่ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว
วริทธราไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะแค่นยิ้มร้ายกาจ จนฉัตรริษาหนาวไปทั้งกาย
ร่างสูงรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเป็นต่อ จึงหมุนตัวกลับทำเป็นไม่สนใจคนที่ก้าวเท้าตามมา
เธอต้องคุยให้รู้เรื่อง แววตาครั้งนี้ของเขามันไม่น่าไว้ใจ นี่เขากำลังมีแผนอะไร
ที่สำคัญเธอไม่ได้ที่จะคิดสั้น เมื่อครู่เพียงแค่ต้องการให้เท้าแตะน้ำทะเลมากกว่านี้ ให้ความเย็นพัดพาความทุกข์ใจออกไป แต่ในจังหวะที่รีบตามไปนั้นเธอไม่ทันระวัง จึงทำให้เกิดเรื่องขึ้น
“โอ๊ย!”
ฉัตรริษาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดที่แล่นปราดเข้ามาอย่างฉับพลัน หลังเผลอเหยียบลงไปบนเศษเปลือกหอย
เมื่อยกเท้าขึ้นดู ก็เห็นเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากบาดแผลเล็กๆ บนฝ่าเท้าของเธอ
วริทธราหันขวับกลับมาอย่างเร็วไวก่อนจะรีบเดินมาใกล้
“ถ้าไม่งี่เง่ามันจะเป็นแบบนี้ไหม” ดวงตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกระแทกลมหายใจหนัก แล้วตัดสินใจทำบางสิ่ง
หญิงสาวตกใจ ริมฝีปากอ้าขึ้นเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายกลับไม่มีเสียงใดหลุดออกมา มีเพียงลมหายใจที่สะดุด
แม้อยากจะต่อต้าน แต่มันก็คงเปล่าประโยชน์