วริทธราอุ้มเธอมาจนถึงเตียงนอน ก่อนจะหยิบเก้าอี้ไปตั้งในห้องน้ำ แล้วต่อสายไปยังล็อบบี จากนั้นจึงกลับมาอุ้มเธออีกรอบ พร้อมหยิบภาชนะมาหนึ่งใบ
“ยื่นขามา” เขาแตะขาเล็ก แต่เจ้าหล่อนกลับยกเท้าหนี
“วุ้นทำเอง” เธอไม่ต้องการพึ่งพาให้เขามาทวงบุญคุณไปมากกว่านี้
วริทธราเงยหน้ามามองด้วยสีหน้าดุกระด้างฉับไว
“วุ้นจะรับผิดชอบมันเอง” เธอย้ำ
ชายหนุ่มคำรามในลำคอกับความอวดดีของคนตรงหน้า เขาเห็นชัดเจนว่าเจ้าหล่อนเจ็บจนหน้าเบ้ แต่ก็ยังปากเก่งใส่เขาไม่เลิกรา ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองกลัวเลือดแทบขาดสติ
แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ปล่อยให้เป็นไปตามที่ใจของหญิงสาวปรารถนา มือหนาคว้าข้อเท้าของฉัตรริษามาจับไว้แน่น จนร่างเล็กต่อต้านไม่ได้ และกดเธอให้นิ่งด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะจัดการทำความสะอาดบาดแผลให้ด้วยความระมัดระวัง โชคดีที่บาดแผลไม่ใหญ่มากนัก
เมื่อล้างแผลเสร็จ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น คาดว่าพนักงานโรงแรมได้นำสิ่งที่เขาสั่งมาให้แล้ว ชายหนุ่มจึงเดินไปรับและกลับมาพร้อมอุปกรณ์ในมือ
เขาคว้าข้อเท้าเล็กไว้อีกครั้งแล้วจัดการใส่ยาให้อย่างเบามือ เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นก็ผละตัวออกมาเพื่อเก็บอุปกรณ์ ปิดท้ายด้วยการโยนยาแก้อักเสบไปให้
“อย่ามาเป็นไข้เด็ดขาด วุ้นยังต้องอยู่กับผมที่นี่อีกหลายวัน”
ที่แท้...ก็เพราะเหตุผลนี้ ทั้งที่คาดการณ์เหตุผลไว้แล้ว แต่มันก็อดเจ็บแปลบที่หัวใจไม่ได้
“แล้วอย่าหลงดีใจไป ผมทำเพราะวุ้นยังมีประโยชน์กับผม จนกว่าผมจะเจอไอ้เมศ วุ้นห้ามตาย”
เธอหลุบตาลง ซ่อนแววตาไหวระริกไว้ ก่อนจะสูดลมหายใจลึกพยายามข่มความรู้สึกในใจที่กำลังปั่นป่วนแล้วหยิบยานั้นมาใกล้ตัว โดยไม่พูดอะไรกลับไปอีก
เช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามากระทบเปลือกตาคู่กลมของฉัตรริษาทำให้เธอค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาประมาณหกโมงเช้า หลังจากที่เธอกินยาแก้อักเสบไปเมื่อคืนก็หลับไปอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวนั่งพิงหัวเตียงก่อนจะเห็นวริทธราออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่ในเสื้อฮาวายลายต้นปาล์มกับกางเกงขาสั้นสีขาว ดูก็รู้ว่ากำลังแต่งตัวออกไปไหนสักแห่ง
“ผมต้องพาซินออกไปดำน้ำ”
ฉัตรริษาไม่ได้เอ่ยตอบอะไร
“ผมสั่งอาหารให้แล้ว ยาอยู่ตรงนั้น”
หญิงสาวยังคงนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น ไม่มีแม้แต่การตอบรับ และไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำ เพราะเธอรู้ดีว่าทุกการกระทำนั้นไม่ได้มีความห่วงใยหรือจริงใจแทรกอยู่เลย
“ถ้าไม่ไหว โทร.บอกไอ้จิณ ผมจะบอกมันให้” เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ