EP 1/2 บ่วงพิศวาส

1635 Words
“ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันจะผ่าตัดเอาซีสต์ออก ไม่มงไม่มีมันแล้วลูกอ่า” เวนิสาเปรยอย่างเจ็บปวด เธอมักมีไข้ในทุกครั้งที่รอบเดือนมา ใบหน้างดงามดูซูบซีดเสมอยามต้องตกอยู่ในภาวะนี้ “เอ้า...ไหนบอกไปคุยกับเขามาแล้วไม่ใช่เหรอ” กะเทยร่างยักษ์ร้องถามมาจากส่วนของครัว เจ๊หวานอายุมากกว่าสองสาวอยู่สองขวบปี ทว่าเรียนจบมาพร้อมๆ กัน “อือ...หนูคงบ้าไปแล้วเจ๊ แต่ว่า...เรื่องบ้านี่มันอยู่ในสายเลือดน่ะ ไม่มีใครบ้าได้เท่าหนูกับแม่แล้วมั้ง” “แล้วไง แกไปตกลงอะไรกับเขา” รวีกานต์ใคร่รู้ หนึ่งปีที่ผ่านมาเธอเฝ้ามองการกระทำของเพื่อนรักมาโดยตลอด อยากรู้เหลือเกินว่าถ้าเวนิสาทำกิ๊ฟท์สำเร็จ ลูกออกมาหน้าตาจะเป็นอย่างไร เวนิสายิ้มแหยๆ เสยผมยุ่งๆ ของตัวเองไปข้างหลัง เผยใบหน้างามแต่ซูบซีดให้เพื่อนรักได้ยล “ฉันบอกเขาว่า...อะแฮ่ม!พี่คะ ฉันไม่ได้ขอให้พี่แต่งงานกับฉัน หรือคบกับฉัน ไม่จำเป็นต้องรักฉันด้วย พี่แค่ทำยังไงก็ได้ ให้ฉันท้องก็พอ! โอเคนะ! แบบนี้แหละ ฉันบอกเขาแบบนี้ แหะๆ” “ยัยวี! ยัยบ้า! พูดอะไรออกไปเนี่ย” รวีกานต์ร้องว่าเพื่อนอย่างตื่นตะลึง คนอะไรจะใจกล้าหน้าด้านปานนั้น “โอ้คุณพระ! กะเทยกราบเลยขอบอก” เจ๊หวานเอ่ยสำทับคำพูดของรวีกานต์ แม่คุณหนูไฮโซอย่างเวนิสา ชอบทำอะไรเพี้ยนๆ แบบนี้แหละ “ก็ฉันเหนื่อยนี่ ไปให้หมอเอาเครื่องมือจิ้มตรงนั้นมาสามรอบแล้วนะ ไม่เห็นท้องสักที จะผ่าตัดแม่ก็ไม่ให้ผ่า แกกลัวว่าฉันจะเป็นอะไรไป แม่ฉันโอเว่อร์แค่ไหนก็รู้นี่นา ฉันไม่มีทางเลือก เลยว่าจะไปให้เขาปล้ำซะให้มันท้องๆ จะได้สมใจคุณนายแม่” “แกบ้าไปแล้วจริงๆ ยัยวี” “ใช่...ฉันรู้ แต่ว่า...ฉันก็ไม่คิดจะแต่งงานนี่นา โดนจิ้มๆ ให้ท้องสักทีก็ดีเหมือนกัน อยากรู้จริงๆ ว่ามันจะฟินแค่ไหน ฮ่าๆๆๆ” แม้ยามเจ็บไข้ได้ป่วยยังมีอารมณ์หัวเราะร่า การมองโลกในแง่ดีนั้น ติดตัวเวนิสามาตั้งแต่แบเบาะ ชีวิตของเธอสมบูรณ์แบบแม้ว่ามีเพียงแค่มารดาที่เลี้ยงเธอมา บ้านเธอร่ำรวย มีกิจการหลายอย่าง เธอใช้ชีวิตแบบสุขเกินสุขมาจนอายุจะสามสิบปีบริบูรณ์แล้ว “เฮอะ! เชื่อเขาเลย แกคงเป็นไข้ทับระดูจนสมองเบลอน่ะวี” รวีกานต์ค่อนขอด “ฮือ...ก็ฉันไม่รู้จะทำยังไงนี่นา อีกอย่าง...เจ้าของสเปิร์มน่ะ...หล่อวัวตายควายล้มอ่าแก เห็นแล้วอยากจะปล้ำ ฮ่าๆๆๆ” “อ๊าย...ชะนีขาหื่น เจ๊รับไม่ได้ หนูเป็นผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัวสิลูก” เจ๊หวานอบรม ขณะเดินถือถาดใส่จานไก่ทอดพร้อมชาเย็นในแก้วใสมาเสิร์ฟสาวๆ รวีกานต์ชูนิ้วโป้งเห็นด้วยในขณะที่เวนิสาเบะปากอย่างระอาเหลือ “สงวนมาสามสิบปี ไข่แดงยังอยู่ไม่โดนจิ้มสักที คนสวยเครียดค่ะเจ๊” เวนิสาคร่ำครวญ ความสมบูรณ์แบบเกินไปก็ทำให้ผู้ชายขยาด คงคิดกระมังว่าสวยๆ อย่างนี้คงมีแฟนแล้วเลยไม่มีใครกล้าจีบ พอออกจากมหาวิทยาลัยก็ไม่มีผู้ชายมาขายขนมจีบเลย ให้ตายสิ! “ว่าไปนั่น ฉันว่าอีกไม่นานแกคงเสร็จคุณนายแม่ โดนจับแต่งงานกับอีตาเจ้าของสเปิร์มชัวร์!” รวีกานต์เอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ “แหม...ถ้าเขายอมแต่งฉันก็แต่งนะแก คนนี้น่ะข้อยกเว้น อั๊ยยะ! คนอะไร หล่อ รวย ตัวสูงด้วย ปากน่าจูบอีกต่างหาก โอ๊ย...อยากจะพลีร่างให้เดี๋ยวนี้เลย” เวนิสาทำหน้าเคลิ้มฝัน สองเพื่อนรักส่ายหน้าทำท่าแขยง ก่อนจะหยิบน่องไก่ชิ้นหนึ่งยัดเข้าไปในปากชะนีสายหื่น “พูดซะอยากจะเห็นหน้าเลย บอกมาซิ เขาเป็นใคร” กะเทยร่างยักษ์ถามออกมา แต่เวนิสาส่ายหน้าพรืด “บอกไม่ได้ เดี๋ยวโดนฟ้อง แม่บอกว่าเขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เอาเรื่องบ้าๆ นี่ไปขอให้เขาช่วย ฉันต้องปิดเป็นความลับ ห้ามเปิดเผยว่าเขาเป็นใคร แต่ว่า...ถ้าเอ่ยชื่อออกไปใครๆ ก็คงรู้จัก เพราะเขาฮอทมาก!” “เฮ้อ...เกิดเป็นคนรวยนี่ดีจริงๆ ทำอะไรเพี้ยนๆ ได้หน้าตาเฉย เอานี่...ค่าบ้านงวดสุดท้าย ฉันเป็นไทแล้วโว้ย!” รวีกานต์โยนเงินปึกเล็กๆ ให้เพื่อนสาว ตอนสร้างบ้านหลังนี้เธอไม่มีเงินสักบาท เวนิสาช่วยออกให้ในส่วนของเธอ พอเรียนจบเธอก็ผ่อนคืนเจ้าหล่อน จนในที่สุดก็ครบจำนวนแล้ว “นี่...ฉันบอกว่าไม่ต้องคืนก็ได้ ฉันให้แกอยู่นี่ไปจนตายยังได้เลย” “ไม่ได้หรอก เพื่อนกันต้องหารสิ ฉันไม่ใช่เพื่อนกินนะ ที่เห็นเพื่อนรวยแล้วต้องเกาะ” “ฉันยอมให้แกกับเจ๊หวานเกาะอย่างยินยอมพร้อมใจเลย” แม่สาวสวยแต่โทรมยังไม่หยุดเอ่ยเย้า หยิบเอาเงินปึกนั้นใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเริ่มแทะน่องไก่ที่ถืออยู่ในมืออีกข้าง อาการปวดตุบๆ ยังคงมีอยู่ที่ท้องน้อย ได้แต่อดทนกับมันให้ถึงที่สุด “นี่...วันนี้ฉันเจอบอสใหญ่ด้วยนะ เขาคุยกับฉันแถมยังเอาร่มให้ยืมด้วย โอ๊ย...ใจนี่เต้นตุบๆ เลย” น่องไก่ในมือเวนิสาถูกวางลงเบาๆ คำว่า ‘บอสใหญ่’ ที่รวีกานต์เอ่ยอ้างทำเอาความอร่อยหมดจากไก่ชิ้นนี้ แม่แสงตะวันยามเช้า ในที่สุดก็ทำตามฝันได้สำเร็จสินะ “เล่ามาเดี๋ยวนี้นะตะวัน นั่นผู้ชายของเจ๊นะหนู” เจ๊หวานมีทวง ใครก็รู้ว่าบอสของรวีกานต์เนื้อหอมขนาดไหน แม้ว่าไม่มีใครได้มีโอกาสคบหาดูใจกับเขาอย่างจริงจังก็เถอะ “คือว่า...” แล้วรวีกานต์ก็เริ่มเล่าเรื่องตอนหัวค่ำให้เพื่อนๆ ฟัง เจ๊หวานฟังไปก็อายม้วน เขินแทนรวีกานต์ในสถานการณ์นั้น ในขณะที่เวนิสาต้องซ่อนความไม่สบายใจไว้ใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ฉันว่าบอสต้องปิ๊งหล่อนแน่เลย” “จริงหรือคะเจ๊ เขาจะชอบหนูจริงเหรอ” “จริงสิ แม่ดวงตะวันของเราสวยน้อยซะเมื่อไหร่ จริงไหมยัยวี” เวนิสาได้แต่พยักหน้ายิ้มๆ หากสวรรค์จะบันดาลให้ทั้งสองรักกันใครจะไปห้ามได้เล่า ความเจ็บปวดน่ะ คงไม่มากเกินกว่าจะแบกรับกระมัง เธอมั่นใจว่าไม่เคยคิดอยากแต่งงานหรือรักผู้ชายคนไหน แน่นอน นั่นเพราะเธอมีคนที่รักและอยากแต่งงานกับเขาแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ก็ตาม “เขาน่ะ ยังหล่อเหมือนสมัยก่อนเลยนะคะ ดูคมเข้มขึ้นด้วย เมื่อก่อนตอนที่อยู่มหา’ ลัย หนูกับยัยวีกรี๊ดเขามากเลย เขาเป็นเดือนมหาลัยที่ฮอทมากๆ เนอะวีเนอะ” “อือ...ฉันยังเคยเอาจดหมายรักของแกไปให้เขาด้วย น่าอายชะมัด เขาคงคิดว่าจดหมายนั่นเป็นของฉัน” เวนิสาเบะปากใส่ “ใช่ และนั่นทำให้เขาไม่เปิดอ่านแถมยังโยนทิ้งถังขยะให้ฉันต้องปวดใจเล่น” รวีกานต์เท้าความ เธอปลื้มศศินมากนะ ถึงขนาดที่ว่าพอเรียนจบก็สมัครไปทำงานที่บริษัทเขา และน่าดีใจนักที่เธอได้เข้าทำงานที่นั่นจริงๆ “แกเอาจริงหรือตะวัน ถ้าเขาชอบแกจริงๆ แกจะ...” “เซย์เยสไปเลยเถอะ คนที่สมบูรณ์เพียบพร้อมขนาดนั้นน่ะ” ยิ่งได้ยินเพื่อนรักเอ่ยเช่นนั้น เวนิสายิ่งสะเทือนใจ เอาเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดละ “อ้อ...แกมีมาการ็องเหลือๆ บ้างไหม แบ่งใส่กล่องให้ฉันหน่อยสิ ผูกโบสวยๆ ให้ด้วยนะ ฉันจะเอาไปขอบคุณเขาเรื่องร่มน่ะ” “หาทางอ่อยเขาละสิไม่ว่า” “โอ๊ยเจ๊! อย่าพูดเหมือนรู้ทันสิ เขาใจดีหนูก็อยากตอบแทนเขาบ้าง” “ทำไมหล่อนไม่ทำเองละยะ มาการ็องน่ะ” “แหม...เจ๊ก็พูดไป เจียวไข่ยังไหม้นี่ยังจะหวังให้หนูทำมาการ็องเหรอ แล้วหนูน่ะ มีเพื่อนรักอย่างยัยวีอยู่ทั้งคน ไม่ต้องสนอะไรอยู่แล้ว เนอะวีเนอะ” เวนิสาได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนรัก ความอึดอัดในอกเริ่มต้นเท่าเมล็ดงา ทว่าหนึ่งปีที่ผ่านมามันได้เติบโตจนเกือบเท่าแตงโมลูกใหญ่ๆ คงทำได้แค่เก็บกลืนความอึดอัดไว้ ไม่สามารถบอกใครได้เลย “เขาจะชอบกินเหรอ มาการ็องมันหวานนะ” ใช่...หวาน ศศินไม่ชอบกิน อย่างน้อยเขาก็เคยบอกแบบนั้นตอนพวกเธอนัดกินข้าวกันแบบพร้อมหน้าครอบครัว เขาดูไม่ปลื้มทุกสิ่งทุกอย่างยามมองมาที่เธอ เกลียดทุกเสียงที่เธอเอื้อนเอ่ยด้วย “เถอะน่า ฉันก็หาข้ออ้างไปอ่อยเขาเหมือนเจ๊หวานว่านั่นแหละ พรุ่งนี้ทำให้หน่อยนะ” รวีกานต์ย้ำอีก “อือ...จะลุกมาเตรียมให้แต่เช้าแล้วกัน” บอกเพื่อนแล้วแอบถอนหายใจ เกิดมาเป็นดาววีนัสช่างห่างไกลความสุขเรื่องความรักเสียนี่กระไร บางทีเธอก็อยากเป็นดวงตะวันบ้าง มันส่องแสงสว่างสดใสเหมือนเพื่อนสาวของเธอนี่อย่างไร
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD