EP 1/5 บ่วงพิศวาส

1487 Words
ณ ร้านอาหารอิตาเลี่ยนแห่งหนึ่ง ภายในโรงแรมที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากบริษัทศิวเศขรมากนัก รวีกานต์นั่งใจเต้นตึกๆ อยู่ต่อหน้าบิ๊กบอสผู้หล่อเหลา มีสาวๆ มากกว่าห้าโต๊ะจ้องมองมาทางนี้ แน่ล่ะ ทุกสายตามองมาที่เธอราวอยากจะฆ่า แต่รวีกานต์ไม่สนหรอกนะ เชิญอิจฉาให้อกแตกตาย วันนี้ศศินเป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น! “ไม่หิวหรือครับ” บุรุษผู้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ต่อหน้า เจ้าหล่อนยังไม่ยอมจับมีดขึ้นมาหั่นสเต๊กสักคำ “เอ่อ...ค่ะ หิวค่ะ ฉันแค่ไม่ชินกับความหรูน่ะ” เธอตอบตามจริง มองศศินแล้วหยิบมีดและส้อมตามเขา ค่อยๆ หั่นเนื้อคำเล็กๆ เขาปาก รสชาติของมันแทบจะละลายในปากเลยดีเทียว “โอ...อร่อย” ศศินมีรอยยิ้มบางๆ ไม่เคยเห็นกิริยาอันเปิดเผยของเหล่าสตรีมากนัก เพราะหากเจ้าหล่อนทั้งหลายได้มานั่งตรงหน้าเขาแล้วละก็ ส่วนมากจะสงวนท่าที จะทำทุกวิถีทางให้ดูสมบูรณ์แบบเพื่อคู่ควรกับเขา รวีกานต์เริ่มอร่อยกับอาหารในจานของตัวเอง เธอหั่นเนื้อชิ้นโตเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ ไม่ห่วงสวย “คงถูกปากนะครับ” เขาถามแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบอย่างมีมาด รวีกานต์เริ่มรู้ตัว ได้แต่ยิ้มแหยๆ ส่งให้ “ตายจริง นี่ฉันควรกินคำเล็กๆ แค่สองสามคำแล้วบอกว่าอิ่มใช่ไหมคะ ขอโทษนะคะบอส แต่ว่าสเต๊กมันอร่อยจริงๆ” ว่าแล้วหั่นสเต๊กเข้าปากอีกคำ ยังยิ้มได้ต่อหน้าบิ๊กบอสพ่อยอดดวงใจ “อาหารที่บริษัทจัดไว้ให้ ถูกปากแบบนี้ไหมครับ” “ค่ะ...ก็โอเค แต่ว่า...กินบ่อยๆ ก็เบื่อ เหมือนชินกับรสชาติแล้ว” เจ้าของบริษัทพยักหน้ารับฟัง เขารับประทานอาหารในจานตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ค่อยๆ ละเลียดทุกคำด้วยท่วงท่าอันน่ามอง “ถ้าเลือกได้อยากกินอะไรครับ” “อืม...อะไรก็ได้ค่ะ แค่อย่าทำซ้ำกันภายในหนึ่งอาทิตย์ก็พอ ฉันว่าถ้าร้านข้างนอกสัมปทานเข้ามาขายน่าจะดีนะคะ เราจะได้กินอะไรที่หลากหลายบ้าง ทุกวันนี้เป็นแม่ครัวของบริษัททำให้เลยจำเจไปหน่อย เหมือนทำๆ ให้มันผ่านวันนี้ไป” รวีกานต์อธิบาย จิ้มเนื้อคำสุดท้ายเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ศศินมองเพลิน เหมือนกำลังมองเด็กน้อยยามได้กินของอร่อยถูกใจ “แล้วสวัสดิการด้านอื่นๆ ดีไหมครับ” “ดีค่า ปีที่แล้วฉันได้โบนัสสมกับความเหนื่อยเลย มิเสียแรงที่อยู่ที่นี่มาตั้งเจ็ดแปดปี” ศศินประหลาดใจเมื่อได้รู้ รวีกานต์ทำงานที่บริษัทเขามาถึงแปดปีแล้วหรือ แสดงว่ายังมีอยู่สินะพนักงานที่รักองค์กร “ทำที่ฝ่ายบุคคลเป็นยังไงบ้างครับ” “ก็ดีค่ะ ยุ่งๆ หน่อยตอนเปิดรับพนักงานประจำปี ฉันสนุกกับงานนะคะ ทำตั้งแต่เป็นแค่พนักงานธรรมดา จนตอนนี้เป็นรองผู้จัดการแล้วค่ะ” คนสวยบอกแล้วยิ้ม เริ่มอิ่มขึ้นมา ศศินเองก็อิ่ม การได้คุยกับรวีกานต์ยอมรับว่าทำให้เขาเพลิดเพลิน หล่อนเป็นสตรีที่ไม่ได้มีจริต รู้สึกได้ถึงความจริงใจในทุกๆ คำที่หล่อนเอื้อนเอ่ย “พนักงานที่ขยันย่อมเติบโตในสายงานของตัวเอง แต่ผมรู้สึกดีนะ ที่มีพนักงานที่อยู่นานๆ แบบคุณ ทำให้รู้สึกว่าศิวเศขรเป็นบริษัทที่มั่นคง” “แน่นอนค่ะ มีคนอยากมาทำงานที่นี่เยอะนะคะ เงินเดือนสูง สวัสดิการเด่น แถมมีบอสหล่อด้วยนะคะขอบอก” ศศินกลั้นยิ้ม หล่อนช่างพูดออกมาได้ไม่ไว้ลายสักนิด “คุณรวีกานต์ดูเป็นคนเปิดเผยนะครับ” “เขาเรียกว่าจริงใจค่ะบอสขา...” บอกแล้วยิ้มสดใส เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดเท่าที่ศศินเคยพบเจอ “ว่าแต่...ฉันอุตส่าห์ออกตัวช่วยบอสขนาดนี้ บอสแค่เลี้ยงข้าวหรือคะ มันน้อยไปนะ...” คนสวยเริ่มทวงบุญคุณ ศศินอยากเอาความคิดเรื่องความจริงใจของหล่อนพับเก็บไว้เสีย รวีกานต์เองก็เจ้าเล่ห์ไม่น้อย “แล้ว...อยากได้อะไรละครับ” “ขอเดตดีๆ สักครั้งได้ไหมคะ” แม่แสงตะวันดวงน้อยทำใจกล้าหน้าด้าน ถ้าไม่ใจกล้าตอนนี้เธอคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว รู้ละว่าทำเหมือนมัดมือชกเขา แต่ว่า...นาทีนี้เธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสานสัมพันธ์กับบอสใหญ่ให้ได้! “ถ้าปฏิเสธสาวสวย คงถูกมองว่าไม่ใช่สุภาพบุรุษ คุณรวีกานต์นัดวันที่สะดวกมาเลยครับ ที่ไหนเมื่อไหร่” “คะ? นี่ยอมไปเดตจริงๆ เหรอ ว้าว...เหนือความคาดหมายแฮะ ความจริงบอสก็ดูแคร์ผู้คนรอบข้างนะคะ ทำไมถึงมีข่าวลือว่าคุณเป็นสุดหล่อจอมเย็นชาได้ล่ะ” “แค่ข่าวลือครับ ผมยิ่งกว่าจอมเย็นชาซะอีก พ่อชอบบอกว่าปากผมคมเหมือนกรรไกรโรง’ บาล” รวีกานต์อมยิ้ม นั่นคือมุกตลกใช่ไหม เขาเล่นมุกด้วยแฮะ “งั้น...บอสตกลงแล้วนะคะ ฉันจะรีบหาวันดีๆ เพื่อไปเดตกับบอส” “ผมจะรอครับ...” บอกแล้วแอบผ่อนลมหายใจเบาๆ เอาเถอะ เดตกับรวีกานต์ก็ดีกว่าพวกไฮโซลูกท่านหลานเธอทั้งหลายล่ะ หล่อนคุยสนุก มีรอยยิ้มสดใส และดูจริงใจที่สุดในจำนวนสตรีที่เขาเคยเดตด้วยละนะ _____________ กระเป๋าใบใหญ่ของเวนิสาวางอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าของศศินในห้องแต่งตัว หญิงสาวยืนมองห้องกว้างอย่างทึ่งๆ ห้องแต่งตัวของเขาประหนึ่งยกเอาร้านเสื้อบุรุษมาไว้ในนี้ เสื้อเชิ้ตกับสูทแขวนเรียงกันเป็นตับ กางเกงหลายสิบตัวพาดไว้กับไม้แขวนอย่างเป็นระเบียบ มีตู้ใบใหญ่ที่ทุกลิ้นชักถูกดึงออกมาเพื่อเผยให้เห็นเนกไทและถุงเท้าวางเรียงกันไว้เป็นชั้นๆ แสงไฟในห้องสีเหลืองนวล ยิ่งกว่าห้องแต่งตัวของนางโชว์เสียอีก เธอเปิดกระเป๋าของตัวเองอย่างเกร็งๆ พิจารณาว่าควรแขวนเสื้อผ้าไว้ที่ซอกใดหรือว่าตู้หลังใดดี “ตู้หลังสุดท้าย ขวาสุด ให้แค่เมตรเดียว” เสียงทุ้มของศศินเอ่ยขึ้น เขาเดินเช็ดผมแรงๆ ออกมาจากห้องน้ำ มีเสื้อคลุมสวมไว้หมิ่นเหม่ ผ้าเช็ดผมผืนน้อยถูกเหวี่ยงลงตะกร้าหน้าห้องน้ำนั้น ส่วนตัวเขาเดินผ่านหน้าเวนิสาไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบโลชั่นมาประพรมอย่างเช่นทุกวัน เวนิสารีบหันหลังให้ยามเห็นเจ้าของห้องเริ่มดึงเชือกเสื้อคลุมให้หลุดออก ศศินมองเหยียดๆ ดูหล่อนสิ ทำเป็นอายตอนมองเขา ตลกเสียจริง “ฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่นี่เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจมากสำหรับฉัน เธอน่ะ เป็นผู้หญิงที่ทุเรศสุดๆ ไปเลย” “ก็แค่...สามเดือนไม่ใช่หรือคะ พี่ก็ทนๆ เอาหน่อยแล้วกัน” “ฉัน เอา แน่ แต่ไม่ใช่วันนี้หรอก” คำว่า เอา แน่ ของศศินทำเอาเวนิสากลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ทำใจกล้าบ้าบิ่นขึ้นเตียงโดนจิ้มให้มันจบๆ ไปเถอะ จะได้ไม่ต้องมาทนฟังเขาดูถูกดูแคลน “ทำเป็นเล่นตัว ฉันก็ไม่ได้พิศวาสพี่นักหรอก หล่อแล้วไงล่ะ หล่อแล้วจะพูดอะไรก็ได้งั้นเหรอ ฉันก็ถูกบังคับมาเหมือนกันละน่า!” แม่ชะนีสายหื่นเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แค่ต้องมายืนอยู่ตรงนี้ก็อายแสนอาย ยังจะมาพูดให้เธอใจเสียอีก หญิงสาวหยิบเสื้อผ้าขึ้นแขวน ปากก็บ่นพึมพำให้พรพ่อยอดดวงใจของรวีกานต์ ก็จริงที่เธอเองก็ปลื้มเขาไม่น้อย แต่พอได้ยินวาจาคมกริบปานใบมีดนั้น ก็ชักจะปลื้มไม่ลง ทีกับคนอื่นทำมาดนิ่งสุขุม ติดเย็นชาด้วยซ้ำ ทีกับเธอนี่พร้อมจะเผากันให้ตายด้วยวาจานั่น น่าโมโห! “ทำไมต้องเป็นฉันด้วยก็ไม่รู้ น่าหงุดหงิดจริงๆ” เขาบ่นอย่างระอา “นี่! มีเซ็กซ์กับฉันนี่มันไม่น่ารื่นเริงใจเลยหรือไง ฉันไม่ดีตรงไหนฮะ!” เวนิสามีเคือง เขาพูดอย่างกับเธอหน้าตาน่าเกลียดจนกอดไม่ลง ศศินไม่พูด มองหล่อนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใช่...เวนิสาเป็นคนสวย หุ่นดี สมบูรณ์แบบเลยล่ะ และด้วยความสมบูรณ์แบบเกินไปมันทำให้เขาหงุดหงิด หล่อนคงมีหนุ่มๆ ดาหน้ามาจีบเป็นขบวน ทำไมไม่เลือกสักคนในกลุ่มคนพวกนั้น ทำไมต้องเป็นเขาด้วยก็ไม่รู้ “ฉันไม่มีอารมณ์ ไปอาบน้ำแล้วนอนซะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD