แล้วพอศศินแวบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว เวนิสาก็รีบวิ่งขึ้นบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า มีชุดว่ายน้ำติดมาด้วยแม้ว่าไม่เคยใส่ก็ตาม มันเป็นชุดแบบทูพีชสีแดงที่รวีกานต์ซื้อให้ตอนวันเกิดปีที่แล้ว มันสวยเซ็กซี่แต่มีหน้าที่แค่ใส่แล้วเดินเล่นชายหาด เธอจัดการสวมมันบนร่าง ลำบากนิดหน่อยเพราะตอนนี้เนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ พอสวมเสร็จก็รีบคว้าเอาเสื้อคลุมแล้วกลับลงมาที่ยิม เสียงแหวกสายธารของศศินดังมาให้ได้ยิน สองแขนเขาจ้วงน้ำ จ้วงเอาๆ อยู่ที่ปลายสุดของสระ ส่งสายน้ำแตกกระเซ็นราวกับฉลามหนุ่มผู้ปราดเปรียว ช่างน่ามองเสียนี่กระไร
“อา...สวรรค์ของชะนีไร้คู่ แขนขาวยาวน่าฟัด กล้ามท้องเป็นลอน ช่วงขาสุดเซ็กซี่ โอ๊ย...เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม...” เวนิสาเคลิ้มฝัน เดินไปตามแนวยาวของขอบสระพร้อมกับฉลามหนุ่มที่กำลังจ้วงน้ำในท่าผีเสื้อ เธอจัดการถอดเสื้อคลุมทิ้ง แล้วก็ได้ผล ศศินถึงกับหยุดการจ้วงแขน แล้วโผล่หน้าขึ้นมามองเธอ
“นี่! อย่าบอกนะว่าใส่ชุดนั้นมาจากบ้านน่ะ”
หญิงสาวกลอกตาเบาๆ หมายความว่าอย่างไร นี่หวงหรอ กลัวว่าคนอื่นจะเห็นเธอในชุดสุดเซ็กซี่ละสิ
“ใช่ค่ะ เปลี่ยนแล้วก็เดินโทงๆ ลงมา เย็นดี...” ว่าแล้วยิ้มซื่อๆ ศศินว่ายน้ำเข้ามาหา เธอเลยนั่งลงโดยหย่อนขาลงไปในสระ พวงแก้มเริ่มร้อนยามถูกสายตาบุรุษโลมเลีย ก็พอจะรู้ว่าหน้าอกคับบีมันก็ไม่ใช่เล็กๆ แถมถูกหุ้มห่ออย่างหมิ่นเหม่ คนมองก็คงอดมองไม่ได้
“นั่นเสื้อคลุม ไม่ต้องมาหลอก” เขาชี้ใส่เสื้อคลุมสีขาวของหล่อน “แล้วไง จะว่ายน้ำเหรอ”
คนถูกถามเอาแต่ยิ้ม ขยับเข้าไปหาศศินอีก จนขาขาวๆ แทบจะติดกับแขนเขา
“เชิญ...ฉันจะขึ้น”
หวืด!
“ว้าย!”
ตูม!
ในวินาทีที่ศศินปีนขึ้นขอบสระ เขาก็ดึงเวนิสาลงสระสุดแรง หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ร่างจมลงในน้ำแล้วทะลึ่งพรวดขึ้นมา
“พี่! อึก!”
ศศินไม่ได้หันมอง เดินไปหยิบเอาผ้าขนหนูมาเช็ดผมแรงๆ เวนิสายังดำผุดดำว่าย เขาเห็นทางหางตา
“ไม่ได้ผลหรอกน่า จะมาเล่นมุกจมน้ำกับฉันเหรอ ฝันไปเถอะ” เอ่ยอย่างไม่ไยดี ทั้งยักไหล่ใส่แม่คนเรื่องเยอะ
“พี่! ช่วยด้ว...”
เสียงร้องขอความช่วยเหลือไม่เป็นผลสำหรับคนฟัง ศศินทำเป็นไม่ใส่ใจ ยังเช็ดผมไปเรื่อยๆ ทว่าเมื่อเสียงนั้นเงียบหายกว่าห้านาที เขาก็ดึงผ้าบนศีรษะออก เวนิสาไม่ได้ดำผุดดำว่ายอีกแล้วเพราะตอนนี้ร่างหล่อนจมอยู่ก้นสระ!
“วี! วีนัส!”
ตูม!
ฉลามหนุ่มรีบกระโจนลงสระเพื่อช่วยแม่สาวโชคร้าย เขาคว้าร่างเวนิสาไว้ได้ พาหล่อนขึ้นมาปฐมพยาบาลเป็นการด่วน เขาตบหน้าหล่อนสองสามทีแต่หล่อนยังเงียบ ไร้การตอบรับใดๆ
“วี! วีนัส! ตอบฉันสิวี!”
สองมือแกร่งวางทับกันบนหน้าอกของสาวเจ้า ก่อนจะเริ่มกดเป็นจังหวะเพื่อทำ CPR เท่าที่รู้มา เขากดลงแรงๆ จนหน้าอกหล่อนยุบลงไป ทำอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ แต่หล่อนก็ยังไม่ฟื้น
“วี! ตื่นสิวี! อย่าเป็นอะไรไปนะ!”
คราวนี้เขาเปลี่ยนมาผายปอด สองมือจับจมูกและคางของหล่อนให้ตั้งขึ้น ก่อนอ้าปากอัดเอาลมเข้าไปข้างใน ทำอยู่อย่างนั้นอีกหลายสิบครั้ง แม่ตัวแสบจึงได้สำลักน้ำออกมาและได้สติ
พรวด!
“แค่กๆๆ แค่กๆ พะ...พี่...”
“ฟื้นแล้ว! โอ๊ย...ตกใจแทบแย่” ศศินถึงกับเหนื่อยหอบ จับเวนิสาให้ลุกนั่งแล้วกอดแน่นๆ โล่งอกที่หล่อนไม่เป็นอะไร ผิวเนื้อนอกชุดว่ายน้ำแบบทูพืชสัมผัสกับแผงอกเปล่าเปลือย มันแนบสนิทประหนึ่งแก้ผ้ากอดกันก็มิปาน
ศศินรู้สึกตัวก่อน รีบผลักหล่อนออกแล้วหาเสื้อคลุมมาสวมให้ เวนิสาตาแดงก่ำ มีหยดน้ำตาร่วงริน
“หยุดร้องนะ! จะร้องทำไม! ฉันจะเป็นบ้าตายเพราะเธอนี่แหละ”
เขาสาดซัดอารมณ์โกรธใส่เวนิสาเสียชุ่มโชก หล่อนไม่รู้หรอกว่าเขาห่วงแค่ไหน ทั้งกลัวว่าหล่อนจะตายจริงๆ
“ขอโทษ...ก็ฉันเรียกพี่แล้วแต่พี่ไม่มองนี่นา” เธอเถียง กระชับสาบเสื้อคลุมเข้าหากัน รู้สึกแสบในกะโหลกเพราะน้ำเข้าไปในโพรงจมูก
“บ้าหรือเปล่าฮะ! ว่ายน้ำไม่เป็นแล้วใส่ชุดว่ายน้ำมานี่ทำไม!”
เสียงตะคอกถามดังจนเวนิสาสะดุ้งเฮือก น้ำตาหยดแหมะ แต่อ้าปากตะโกนตอบดังๆ
“ใส่มา อ่อย ค่า! ฮือออ...”
คำตอบนั้นทำให้ศศินอึ้งยิ่งกว่า เอาสมองส่วนไหนคิดหนอเวนิสา เกือบตายเพราะอ่อยผู้ชายแล้วไหมล่ะ
“ฉันเกลียดเธอจริงๆ มีสมองบ้างไหมฮะ!” ด่าแล้วลุกไปหยิบเสื้อคลุมของตัวเอง
เวนิสานั่งสำนึกผิด แต่มันใช่ความผิดของเธอหรือ เธอถูกดึงลงไปเพราะเขาแท้ๆ
“ขึ้นบ้านสิ! จะนั่งสำออยอะไรอยู่ตรงนี้ ไม่หนาวหรือไง”
เสียงห้วนๆ ที่ร้องสั่งทำให้เวนิสาต้องฝืนกายลุกยืน เธอกลัวจนแข้งขาอ่อนแรง ต้องทรุดกายนั่งแหมะที่ขอบสระ
“อย่ามาแกล้ง ลุก!” เขาสั่งอีก แต่หญิงสาวไม่ยอมลุก
“ฉันไม่มีแรงเดิน ขาเปลี้ยไปหมดแล้ว” เธอบอก มือไม้ปาดน้ำตาอย่างงอนๆ