ประตูห้องน้ำปิดลงแทนคำตอบที่ศศินควรได้รับ เขายืนอึ้งอยู่หน้าห้องน้ำ อะไรกันเล่า มีเลือดออกขนาดนั้นยังยืนแหกปากอยู่ได้ ไม่เจ็บไม่ปวดบ้างหรืออย่างไร!
“กรี๊ดดด!!!”
“อะไร! วีนัส! เกิดอะไรขึ้นฮะ!”
“เกิดเหตุฆาตกรรมในห้องน้ำ! เลือดโชกมาก ฮือออ...”
ศศินส่ายหัวระอา ทั้งถอนหายใจอย่างโล่งอก มั่นใจได้เลยว่าเวนิสายังอยู่รอดปลอดภัย ฟังจากเสียงกรีดร้องนั่นเถอะ
“ให้เรียกรถพยาบาลไหม”
“ประชดฉันเหรอ! ผู้ชายไม่เคยเข้าใจอะไรหรอกน่า”
“แน่นอน ถ้าเธอไม่เป็นอะไร งั้นฉันไปทำงานแล้วนะ อย่าลืมเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุด้วยล่ะ อย่าให้เหลือร่องรอย ไม่งั้นคืนนี้ฉันจะให้เธอนอนในนั้น โอเคนะ!”
ศศินร้องผ่านบานประตู เขาถอยออกมาจากตรงนั้น มายืนผูกเนกไทอยู่ข้างเตียง แล้วเสียงเปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น
หัวใจศศินเต้นรัว เวนิสาโผล่ส่วนศีรษะถึงหัวไหล่ขาวๆ ออกมา หน้าตาเต็มไปด้วยหยดน้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แต่หล่อนยังยิ้มทะเล้นน่าตี
“อย่าลืมทานมื้อเช้าก่อนไปทำงานน้า ขับรถดีๆ นะคะพี่”
ปัง...
ประตูปิดลงอีกครั้งหนึ่งแล้ว แต่ศศินยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจเต้นรัวไม่หยุด มือสองข้างจับเนกไทค้างไว้ อะไรของหล่อนกัน โผล่หน้าออกมาแบบนั้นได้ยังไง มันชวนให้เขาคิดถึงเรื่องอีโรติกนะนั่น แก้มขาวๆ ตาโตๆ ปากแดงน่าจูบกับไหล่เปลือยเซ็กซี่นั่นอีก
“อา...ไม่ๆๆ ฉันต้องสงบจิตสงบใจไม่ฟุ้งซ่าน แค่สามเดือนเอง แค่สามเดือนเท่านั้น ฉันต้องทนให้ได้สามเดือน แล้วแม่ตัวแสบก็จะหายไปจากชีวิตอย่างถาวร เพราะฉะนั้นจะคิดเรื่องอีโรติกกับหล่อนไม่ได้ ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!”
________
ศศินออกไปทำงานแล้ว เวนิสาอยู่โยงเฝ้าบ้าน คุณหนูไฮโซไม่มีคลาสสอน เธอจึงเข้าครัว ทำขนมไว้เพื่อวันพรุ่งนี้ ปกติแล้วครัวของบ้านศิวเศขร ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบ เตาอบแทบไม่เคยได้ใช้เพราะเจ้าบ้านจะรับประทานอาหารที่บ้านแทบนับครั้งได้ พอเวนิสาเข้ามาทำให้มันรก จึงเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่ชวนให้เจ้าบ้านพลอยครึกครื้นไปด้วย
ท่านวศินยืนยิ้มอยู่หน้าห้องครัว ท่านมีนัดออกรอบตีกอล์ฟกับสหายวัยเดียวกัน ได้ยินเสียงเวนิสาเจื้อยแจ้วในนี้เลยแวะมาดู แม่หนูยิ้มสวยกำลังง่วนอยู่กับการสั่งสาวใช้ให้เป็นลูกมือทำขนม กลิ่นหวานๆ ของนมเนยรวมถึงฝุ่นแป้งลอยฟุ้งไปทั่ว
“พี่...ร่อนเบาๆ หน่อยค่า เค้กจะได้เนียนๆ นะค้า”
คนสวยร้องขอตาปริบๆ สาวใช้สองนางที่เป็นลูกมือได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้ ก็ไม่เคยต้องมาจับเครื่องมือทำขนมนี่นา
“ซื้อกินดีไหมหนูวี ลุงละสงสารสาวใช้จริงๆ หึๆๆ”
“โธ่...คุณลุง ทำเองสิคะอร่อยกว่า แล้วก็...จะไปซื้อทำไมในเมื่อมีเชฟอยู่ในบ้านทั้งคน” ว่าแล้วยิ้มหวาน รีบนำเค้กที่ใส่กล่องไว้เอามาให้เจ้าบ้านผู้ใจดี
“อะไรกันละนี่”
“ก็คุณลุงมีนัดกับเพื่อนไม่ใช่หรือคะ ของฝากค่ะ ถือซะว่าช่วยโฆษณาร้านขนมของวีนะคะ”
วศินยิ้มละไม โดนอ้อนตาปริบๆ ขนาดนี้ ท่านคงปฏิเสธได้ยากแล้วล่ะ
“ขอบใจนะลูก มีหนูวีอยู่ในบ้านนี่ดีจริง เหมือนบ้านเป็นบ้านจริงๆ สักที”
“แหม...ไม่ต้องพูดถึงขนาดนั้นก็ได้ แค่นี้ก็หอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่กับพี่ศศินแล้วค่า ฮ่าๆๆ”
คนใจง่ายว่าแล้วหัวเราะร่า ไม่ห่วงสวย บุรุษสูงวัยพลอยหัวเราะไปด้วย ท่านโบกมือลาเมื่อนาฬิกาบอกว่าท่านกำลังจะสาย
เวนิสากลับมาง่วนกับการทำเค้กต่อ เธอหยุดสอนสองวันเพราะหนึ่งคือช่วงนี้เป็นวันแดงเดือด สองคือเธออยากไปที่ที่หนึ่งที่ไม่ได้ไปมาสักพักแล้ว แต่ก่อนไปก็ต้องทำขนมเค้กเยอะหน่อย เพราะคนที่ตั้งหน้าตั้งตารอกินมีมากเหลือเกิน
“วันนี้ฝากด้วยนะคะพี่ เรามาเริ่มอบขนมเค้กกันเถอะค่า”
เวนิสาประกาศลั่นครัว แล้วต่อจากนั้น ตั้งแต่เก้าโมงเศษๆ จนถึงบ่ายสามโมง เนื้อตัวของสามสาวก็กรุ่นไปด้วยฝุ่นแป้งและกลิ่นนมเนย ขนมเค้กสิบกว่ากล่องถูกตั้งเรียงกันเป็นตั้งบนโต๊ะกว้างกลางห้องครัว เวนิสาปาดเหงื่อเบาๆ ยิ้มให้กับความสำเร็จเล็กๆ ที่ทำให้เธอมีความสุข เธอยังอบเค้กเผื่อสมาชิกทุกคนในบ้านด้วย
“อย่าลืมเอาเค้กไปแบ่งกันกินนะคะพี่ ถ้าไม่พอมาแบ่งไปอีกได้เลยค่า”
“ค่ะ คุณวี” สาวใช้นางหนึ่งรับคำ
“อ้อ...ขออะไรอย่างได้ไหมคะ” เวนิสาร้องขอ สาวใช้ทำหน้างงๆ
“คือ...ถ้าวันไหนมีแขกมาบ้าน ช่วยมาบอกฉันก่อน แล้วก็...ห้ามบอกใครว่าฉันมาอยู่ที่นี่นะคะ โดยเฉพาะคนบ้านสุรสุนธร เข้าใจไหมคะ”
เธอสั่งความมั่นเหมาะ ด้วยรู้ว่าบ้านศิวเศขรสนิทกับบ้านสุรสุนธร และมันคงไม่ดีแน่หากคนบ้านนั้นรู้ว่าเธอมาพักอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะนางเอกสาวขาวีนนามว่าปานรพี
สาวใช้รับคำพร้อมพยักหน้า เวนิสาจึงค่อยเบาใจ เธอกลับขึ้นมาอาบน้ำล้างตัว เบาใจนิดหน่อยเมื่อรู้ว่าความรุนแรงของรอบเดือนได้ลดระดับลงแล้ว
“อา...ค่อยยังชั่ว กลัวว่าจะเกิดเหตุฆาตกรรมในห้องนี้อีกรอบซะแล้ว” ว่าขำๆ แล้วหยิบชุดออกมาแต่งสวย ศศินคงจะกลับถึงบ้านตอนค่ำๆ วันนี้เหนื่อยจากการทำขนมมาทั้งวัน ขอเปิดแอร์เย็นๆ แล้วหลับสักงีบเถอะ
แล้วเวนิสาก็ปีนขึ้นเตียงของศศินราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไม่สนแม้ว่าดวงตะวันเลื่อนลงต่ำเต็มที และด้วยความเพลียสะสม ทำให้เธอหลับสนิทภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที