“ปิดไฟด้วยสิ” เขาสั่ง
เวนิสาลุกไปปิดไฟดวงใหญ่ เหลือไว้เพียงไฟห้องน้ำ
“ปิดให้หมด”
“ไม่ ฉันนอนไม่หลับถ้าไม่มีแสงไฟ อีกอย่าง...วันนี้วันแดงเดือด ฉันต้องเข้าห้องน้ำบ่อยแน่ๆ พี่ก็นอนๆ ไปเถอะน่า” บ่นให้เขาอย่างนึกรำคาญ ผู้ชายอะไรจู้จี้ชะมัด มองคนนี่มองแค่ภายในนอกไม่ได้จริงๆ ไม่รู้เธอปลื้มเขาเข้าไปได้ยังไงนะ เจอเขาครั้งแรกเธอคงเมาขี้ตาจนเห็นซาตานเป็นเจ้าชาย
โอ๊ย...หงุดหงิดตัวเอง!
หญิงสาวพลิกซ้ายพลิกขวาอยู่หลายนาที แปลกที่ว่ามากแล้ว ที่นอนไม่ได้ดั่งใจยิ่งน่าหงุดหงิดกว่า สุดท้ายก็นอนไม่หลับ ลุกมานั่งแช็ตไลน์กับเพื่อนทั้งสอง แช็ตไปแช็ตมา อาการปวดท้องเมนส์ก็กำเริบ ต้องรีบหายามารับประทาน น่าตกใจที่มันเหลือติดกระปุกแค่เม็ดเดียวเท่านั้น แต่นี่วันที่สองแล้ว คงไม่ปวดเท่าวันแรกกระมัง
“พี่...หลับแล้วเหรอ” ถามเขาแต่ได้รับเพียงความเงียบ เธอจัดการปิดแช็ตไลน์เพราะนาฬิกาบอกว่าดึกมากแล้ว ศศินหลับง่ายเหลือเกิน เธอนอนลงบ้าง หนาวนิดหน่อยเพราะไม่มีผ้าห่ม แต่ช่างเถอะ เขานอนแล้ว และเธอไม่อยากเข้าไปรื้อข้าวของหาผ้านวมในห้องแต่งตัว เดี๋ยวเจ้าของห้องจะว่าเอา ทนๆ เอาหน่อย เดี๋ยวก็เช้าแล้ว
ทว่ายามปิดเปลือกตาเพื่อเข้าสู่นิทรา ความคิดถึงที่มีต่อมารดาก็วิ่งปราดเข้าสู่หัวใจ
“แม่ขา...คิดถึงจัง เฮ้อ...หนูทำอะไรอยู่นะ เราทำถูกแล้วใช่ไหมคะแม่” ถามคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วนอนมองฝ้าเพดานอย่างเหงาๆ ถ้าอยู่ที่บ้านคงได้นอนเมาธ์กับมารดาจนกว่าจะหลับกันไปข้าง คิดถึงจัง แต่ช่างเถอะ พรุ่งนี้ค่อยไปหาท่านก็ได้ “นอนได้แล้วแม่ดาวพระศุกร์ ฝันดีนะ” บอกฝันดีให้ตัวเองแล้วเข้าสู่การนิทราอันแสนสุข
และด้วยฤทธิ์ของยาแก้ปวดก็ทำให้หญิงสาวผล็อยหลับในเวลาต่อมา ทว่าเมื่อนาฬิกาตีบอกเวลาค่อนคืน ความเจ็บปวดเนื่องจากการมีรอบเดือนก็บุกเข้าโจมตี มือน้อยพยายามอย่างยิ่งในการกำกำปั้นเพื่อทุบเข้าที่สะเอวทางด้านหลัง วันนี้มันปวดลามจากตรงนั้น เธอลุกมานั่งดีๆ เหงื่อเริ่มซึมออกมาเมื่อความปวดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่งปวดอยู่หลายนาที หน้าตาบิดเบี้ยว ผมเผ้ายุ่งเหยิงแต่ไม่สนใจจะสาง นาทีนี้อยากได้ยาสักเม็ดมากกว่าหวีเสียอีก
เวนิสามองไปยังร่างของศศิน เขายังหลับอยู่ เธอฝืนสังขาร คลาน เข้าไปหาเพราะทรมานเกินกว่าจะเดินด้วยสองขา สองเข่าน้อยคลานเข้าไปช้าๆ สูดปากไปด้วยอย่างทรมาน เธอปืนขึ้นเตียงเขาไปครึ่งตัว ดึงผ้านวมเขาแรงๆ แต่เขาไม่ยอมตื่น
“พี่...พี่คะ ช่วยฉันด้วย โอย...” ร้องขออย่างทรมาน มือข้างหนึ่งดึงผ้านวมเขาแรงๆ ส่วนอีกมือกุมอยู่ที่หน้าท้อง ตอนนี้อาการปวดมันลามไปรอบเอวราวกับคาดเข็มขัดแห่งความเจ็บปวดไว้ก็มิปาน
“อือ...” เสียงเขาครางอืออา แต่ไม่ยอมตื่น
“พี่...ขอยา พี่ขา...ขอยา...แก้ปวด ได้ไหม” ร้องขอพลางดึงผ้านวมเขายิกๆ แก้มข้างหนึ่งแนบชิดกับผิวเตียง อ่อนแรงเพราะความทรมานจากการปวด
เปลือกตาของศศินขยับยุกยิก เหมือนจะได้ยินเสียงผู้หญิงขอความช่วยเหลือ ง่วงก็ง่วง แต่ใครจะมาขอความช่วยเหลือจากเขากันล่ะ นี่มันห้องส่วนตัวนะ
“พี่...ฮือ....พี่ขา พี่...ช่วย...ด้วย...”
ศศินลืมตาโพลงในแสงสลัว หัวใจเต้นรัวด้วยความตระหนก นั่นมันเสียงคนหรือเสียงผีกันล่ะ
“พี่ขา...”
“อ๊ากกก!!! หัวใจจะวาย! นึกว่าผี!” ศศินเอามือตบอกรัวๆ แม่สาวหัวฟูที่เกยอยู่บนเตียงเขาไปครึ่งตัวคือต้นเหตุ ให้ตายเถอะ! ใจหายหมด นึกว่าผีจริงๆ ยัยบ้านี่มาทำอะไรที่เตียงของเขากันล่ะ
“ฮือ...พี่ ฉันปวดท้อง”
เขาเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟ ต้องผ่อนลมหายใจเบาๆ กลัวว่าหล่อนจะเป็นผีจริงๆ “อะไรของเธอ นี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้วฮะ!”
คนสวยหน้าบูดเป็นนมค้างคืน
“ปวด...ท้อง...” ว่าแล้วเบะปากจะร้องไห้ ซบหน้าลงกับผิวเตียง “ยาแก้ปวด ขอ...” บอกเขาเสียงอู้อี้ แบมือขอยาประหนึ่งผีขอส่วนบุญ
ศศินส่ายหัวอย่างนึกรำคาญ “เรียกสาวใช้สิ”
คำตอบนั้นทำให้เวนิสาต้องเงยหน้าขึ้นมอง พ่อคนแล้งน้ำใจ ทำถึงขนาดนี้ยังจะให้เรียกสาวใช้อีกหรือ
“เขาคงนอนกันหมดแล้ว พี่ช่วยหายาให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ ได้โปรด...”
“โธ่เอ๊ย...น่ารำคาญจริงๆ”
เสียงบ่นมาพร้อมกับเสียงสลัดผ้านวมฟึ่บฟั่บ เวนิสาทำหน้าสำนึกผิด เธอไม่มีทางเลือกจริงๆ
ศศินหายไปราวห้านาทีก็กลับเข้ามาพร้อมยาและน้ำดื่มในแก้ว เขาส่งมันให้คนที่นั่งแหมะอยู่ข้างเตียง หล่อนกินยาแล้วคลานกลับไปนอนที่เดิม ขดขาเรียวๆ บนเก้าอี้ตัวยาวที่ไร้ผ้านวม
“อย่าเรียกฉันอีกนะ” เขาสั่งก่อนล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เวนิสาโบกมือหย็อยๆ หลับตาลงอย่างเพลียร่าง
ทว่ายี่สิบนาทีให้หลัง เธอก็ได้คลานมาสะกิดเขาอีกรอบหนึ่ง รอบนี้เหมือนศศินยังไม่หลับสนิทนัก เขาตื่นขึ้นในการเรียกครั้งที่สอง แน่นอนว่าหน้าตาบูดบึ้งยิ่งกว่าเดิม
“บอกมาเร็วๆ”
“ขอ...ถุงน้ำร้อนค่ะ ปวดหลังมาก” มนุษย์เมนส์ร้องขอเสียงเครือ คลานกลับไปนอนยังที่ทางของตน คราวนี้ศศินหายไปนาน แต่ก็กลับมาพร้อมกับถุงน้ำร้อน “ขอบคุณนะคะพี่”
“ถ้าอยากขอบคุณจริงๆ ก็อย่าเรียกฉันอีก พรุ่งนี้ฉันมีประชุมเช้าและฉันต้องนอนวันละห้าชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ” เขากล่าวเหมือนตำหนิเวนิสาอยู่ในที หญิงสาวรับคำหน้าจ๋อย รู้ว่าตัวเองเป็นภาระให้เจ้าของห้องมากมาย