EP 3/2 ซ่อนรัก

974 Words
“ตกลงว่าได้เดตกับเขาจริงเหรอ” “อาฮะ” รวีกานต์พยักหน้ารับ หยิบแก้วเครื่องดื่มของตัวเองขึ้นจิบ อิ่มจนแทบกระดิกตัวไม่ได้ แต่ยังไม่หยุด ยังเหลือไอศกรีมอีกถ้วย เธอต้องยัดมันลงกระเพาะน้อย ก่อนที่มันจะละลาย ว่าแล้วก็... “อื้ม...อาหย่อยอีกแย้ว...” หนุ่มรุ่นร้องส่ายหน้าระอา ทว่ามีรอยยิ้ม “เลอะหมดแล้ว กินเลอะเป็นเด็กๆ ไปได้” เด็กน้อยเทคแคร์พี่สาวคนดีด้วยการเอื้อมมือข้ามโต๊ะไปเช็ดคราบไอศกรีมออกให้ สัมผัสเบาๆ ที่มุมปากทำให้รวีกานต์หัวใจเต้นแรง ช้อนไอศกรีมหลุดจากมือ จ้องมองเขาตาปริบๆ แต่อีกฝ่ายทำไม่รู้ไม่ชี้ “อะไรกัน อย่ามาหว่านเสน่ห์ใส่ฉันนะ ฉันอายุเยอะกว่านายตั้งห้าปีนะพ่อเด็กน้อย” “อา...อย่าพูดแทงใจดำแบบนั้นสิครับ ถ้าผมอายุเท่าตะวัน คิดหรือว่าตะวันจะลอยนวล ผมจะขายขนมจีบทุกวันเลย” เขาเอ่ยแล้วหยิบแก้วเบียร์ขึ้นจิบเท่ๆ คำพูดคำจาที่ไม่รู้พูดจริงหรือแค่ล้อเล่นทำให้รวีกานต์ไม่รู้จะเชื่อหรือไม่เชื่อดี “เชอะ...ฉันไม่สนนายหรอกย่ะ ฉันน่ะ มีเจ้าชายในดวงใจแล้ว” ว่าแล้วหัวเราะคิกๆ พออกพอใจ ดวงตาเหม่อมองเบื้องบน คล้ายตกอยู่ในภวังค์ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยสมองน้อยๆ ปลายภูมองค้อนพี่สาวคนสวย แก้วเบียร์ในมือถูกยกกระดกจนเกลี้ยง หน้าตาเริ่มบอกบุญไม่รับ ก็นะ...อุตส่าห์พามานั่งกินของอร่อยก็ยังมิวายพูดถึงผู้ชายคนอื่น น่าน้อยใจชะมัด “พอสวยหน่อยก็ได้เดตเลยนะ รู้งี้ไม่บอกให้ถอดแว่นหรอก นายนั่นน่ะ ไม่รู้จะชอบตะวันจริงหรือเปล่า ผมห่วงนะ รู้ไหม” “เถอะน่า เขาเป็นคนดี หน้าที่การงานใหญ่โต ไม่ต้องห่วงฉันหรอก นายเอาเวลาไปอ่านหนังสือเถอะ จะได้เรียนจบไวๆ อย่าห่วงฉัน โอเคนะ” บอกแล้วยิ้มเก๋ ปลายภูส่ายหน้า กวักมือเรียกบริกรให้เอาเบียร์มาอีกขวด “ไม่ได้ห่วงอย่างเดียวนะ หวงด้วย” วลีท้ายๆ เอ่ยเสียงแผ่วเกือบไม่ได้ยิน “ฮะ? เมื่อกี้ว่าอะไรนะ” “ปะ...เปล่า ก็ห่วงไง เป็นห่วงน่ะ เฮ้อ...แก่แล้วหูตึง” “อ๊าย...เด็กบ้า ฉันแก่ตรงไหน เมื่อกี้ยังชมว่าฉันสวยอยู่เลย นายนี่เปลี่ยนใจง่ายจริงๆ” “ช่างผมเถอะน่า งอนแล้ว เบื่อคนบ้าผู้ชาย” “นายภู!” คนสวยมีปราม เท้าสะเอวเอาเรื่องทั้งที่นั่งอยู่ ปลายภูแกว่งผ้าเช็ดปากในมือเล่น เป็นเชิงบอกว่าขอยกธงขาวยอมแพ้ แม่คนบ้าผู้ชายเลยได้ยอมสงบปากแล้วนั่งกินไอศกรีมของตัวเองต่อ รอเวลาที่เบียร์ของปลายภูหมดขวด จะได้กลับบ้านเสียที _________ คฤหาสน์ศิวเศขร เวลาทุ่มเศษๆ เวนิสาง่วนอยู่กับการจัดสำรับกับข้าวรอขึ้นโต๊ะ วันนี้มีกับข้าวหลายอย่าง มากเกินกว่าปกติเสียด้วย เธอมีความสุขที่ได้ทำอาหาร เป็นความสุขเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ มารดาของเธอมีธุรกิจหลายสิ่งอย่าง แต่เธอไม่มีหัวทางด้านนั้นมากนัก แม้เรียนจบบริหารมา แต่กลับไม่ค่อยได้ใช้ ไม่ได้นึกชอบ เรียนจบพอให้มารดาสบายใจเท่านั้น เวลาทั้งหมดที่ว่างเธอทุ่มเทให้กับการเรียนทำอาหาร ทั้งเบเกอรี่ จนในที่สุดก็เปิดโรงเรียนสอนทำอาหารของตัวเอง มีนักเรียนในคลาสพอสมควร มันทำให้เธอภูมิใจและมีความสุข “เอาละ ตักแกงมัสมั่นรอเสิร์ฟเลยนะ ฉันจะทำยำผลไม้อีกสักจานไว้ทานแก้เลี่ยน” บอกสาวใช้แล้วเอาผลไม้ที่มีทั้งหมดในตู้เย็นไปล้างในอ่าง ล้างไปฮัมเพลงไปอย่างอารมณ์ดี ไม่ได้รู้เลยว่าศศินมายืนซ้อนหลังอยู่ เหล่าสาวใช้ก็รู้งาน รีบปลีกตัวไปแม้ว่าเจ้านายไม่ได้สั่ง “โอย...เมื่อยจัง วันนี้ฉันคงหลับเป็นตายแน่ๆ” “อยู่บ้านเฉยๆ นี่เหนื่อยด้วยเหรอ” “เฮ้ย! พี่? มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” ถามแล้วเอียงหน้าขึ้นมอง ศศินยืนซ้อนหลังเธออยู่ ในระยะประชิดเสียด้วย ใกล้จนเธอรับรู้ถึงไออุ่นจากร่างเขา กลิ่นครีมอาบน้ำแบบเดียวกับที่เธอใช้ กรุ่นอยู่ทั่วร่างชาย เขาจะลูบไล้สบู่เหลวที่จุดใดบ้างนะ ซอกคอขาวๆ ท่อนแขนล่ำๆ แผงอกหนั่นแน่นนั่น หรือว่าต่ำลงไปกว่านั้น ต่ำกว่าใต้สะดือ โอ...นี่เธอกำลังคิดเรื่อง หื่นๆ อยู่ใช่ไหม “นี่...ดูทำหน้าทำตาเข้า อย่าคิดเรื่องอีโรติกกับฉันนะ นี่มันเวลามื้อค่ำ” “โอ๊ย...รู้ทันอีกละ เบื่อ...” แม้บอกว่าเบื่อแต่ริมฝีปากคลี่ยิ้มขบขัน “ทำอะไรอีกล่ะ อาหารเต็มโต๊ะแล้ว พ่อเริ่มกินแล้วด้วย สงสัยจะหิว” “ว่าจะทำยำผลไม้อีกสักจานค่ะ มีแต่แกงกะทิกับผัดๆ ทอดๆ เดี๋ยวจะเลี่ยนเอา” ว่าแล้วจับตะกร้าผลไม้ขึ้นมาถือไว้ แต่คนที่ยืนซ้อนหลังอยู่ไม่ยอมขยับ “ขยับสิพี่ ฮั่นแน่...รู้หรอกน่าว่าอยากอยู่ใกล้ๆ รอคืนนี้สิคะพี่ขา...” “อา...พูดเองเออเอง” เอ่ยออกมาแก้เขิน ขยับออกจากเวนิสา เฝ้ามองแม่คนตัวบางจับมีดหั่นผลไม้อย่างทึ่งๆ หล่อนทำทุกอย่างเร็วมาก ปอกหั่นผลไม้หลายชนิดในเวลาไม่กี่นาที จังหวะนั้นเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้านก็แว่วเข้าหู ไม่รู้ใครมาเอาค่ำป่านนี้ “อ้อ...เมื่อกี้แม่เธอโทรมา” “เอ้า แล้วทำไมไม่เอามือถือฉันลงมาด้วยล่ะ” ศศินมองค้อนแม่คนที่บ่นเขาอยู่ แต่เวนิสาหาได้กริ่งเกรง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD