“ไปเอาให้หน่อยสิคะ นะๆ ฉันยังไม่เสร็จงานในครัวเลย เผื่อแม่มีเรื่องด่วน ถ้าไม่โทรกลับฉันถูกสับเละเป็นโจ๊กแน่”
“ฉันเป็นคนใช้เธอตั้งแต่เมื่อไหร่”
“โธ่...คุณพี่ ทำเพื่อน้องนะคะ เดี๋ยวคืนนี้น้องจัดให้หลายๆ ท่า ฮ่าๆๆ”
“นี่! ยัยหื่น อย่ามาหื่นใกล้ฉันนะ ไปไกลๆ เลย!”
ศศินเผ่นแน่บออกนอกห้องครัว เวนิสากลั้นขำ การแกล้งศศินสามารถทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมาได้ ไม่รู้เขาจะกลัวอะไรนักหนา เธอเป็นผู้หญิงร่างบอบบาง กระไรเลยจะกล้าปล้ำผู้ชาย หึๆๆ
“คุณวีคะ คุณวี!”
“อะไร! อะไรคะพี่” ถามเอากับสาวใช้นางหนึ่งที่วิ่งหน้าตั้งเข้าครัวมา
“คุณปานรพีค่ะ คุณปานรพีมา!”
“หา!?”
“พี่ศศิน! พี่ศศินไปทำอะไรในครัวค้า รพีมาหาค่า!”
เสียงปานรพีดังมาก่อนตัว เวนิสาวางมีดในมือแทบไม่ทัน เธอแลหาที่หลบท่ามกลางหัวใจอันลุ้นระทึก สาวใช้นางนั้นก็เช่นกัน แต่ในครัวไม่มีที่พอจะหลบได้ สุดท้ายสาวใช้ก็เปิดประตูหลังให้เวนิสา หญิงสาวรีบเผ่นออกไป ไม่ได้รู้เลยว่าด้านนอกนั้นมีสภาพเช่นไร
“เอ้า? นี่เธอ...แล้วพี่ศศินล่ะ” ปานรพีถามเอากับสาวใช้ของบ้าน
“เอ่อ...คุณศศินเพิ่งเดินขึ้นไปข้างบนค่ะ เดี๋ยวคงลงมา” สาวใช้ตอบอึกอักมีพิรุธ
“เธอแปลกๆ นะเนี่ย คุณลุงก็ด้วย ทำตัวมีพิรุธกันทั้งบ้าน น่าสงสัยแฮะ”
“สงสัยอะไรหรือรพี”
ศศินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาถามแขก กวาดสายตามองทั่วห้องครัวไม่เจอเวนิสาก็ค่อยเบาใจ สาวใช้บุ้ยใบ้ไปที่ประตูหลัง ให้เขารู้ว่าเวนิสาซ่อนอยู่ตรงนั้น
“ปะ...เปล่า เปล่าค่ะ พี่มาแล้วหรือคะ”
นางเอกสาวยิ้มแป้น รีบเกาะแขนพี่ชายแจ
“มีธุระอะไรหรือเปล่ารพี”
“ไม่ค่า คิดถึงเลยแวะมา แต่ว่าตอนนี้หิวแล้ว ขอฝากท้องบ้านนี้สักมื้อนะคะพี่” สาวน้อยยิ้มค้าง เอาใจพี่ชายที่แอบปลื้ม ก่อนจะลากเขาไปทางห้องอาหาร จับจองเก้าอี้ตัวที่ว่างไว้เป็นของตัวเอง แล้วตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหารที่วันนี้อร่อยเป็นพิเศษ
ส่วนเวนิสา นอกจากหยาดฝนที่กำลังลงเม็ดโปรยปราย เธอยังได้เจอกับยุงตัวใหญ่ๆ ที่โจมตีไม่หยุดหย่อน ด้านหลังห้องครัวอยู่ใกล้กับกำแพงบ้าน ถัดจากกำแพงไปเป็นคลองน้ำคลำ จึงมียุงชุม เธอยืนตบยุงเปาะแปะ อยากจะร้องก็ร้องไม่ออก ต้องยืนรอจนสาวใช้มาเปิดประตูให้ แน่นอนว่าหน้าตาเนื้อตัวแดงเถือกเพราะถูกเกาจนผิวเห่อร้อนไปหมด
ศศินมองออกไปนอกหน้าต่าง ความมืดมิดโรยตัวลงมาพร้อมกับหยาดพิรุณบางๆ เขานั่งตรงข้ามปานรพี หันหน้าไปทางประตูห้องอาหาร รู้สึกเป็นห่วงคนที่อยู่หลังบ้าน ฝนเริ่มตกแล้ว หล่อนจะเข้ามาหลบข้างในหรือยัง
“พี่ศศินกินแกงมัสมั่นสิคะ วันนี้แม่ครัวบ้านพี่ทำอร่อยจัง”
ปานรพีตักแกงใส่จานพี่ชาย ศศินพยักหน้ารับ รสมือของเวนิสาอร่อยพอตัว ไม่แปลกที่หล่อนสามารถเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารได้
“อร่อยก็ทานเยอะๆ นะรพี” ท่านวศินว่า มองลูกชายอย่างระแวง ศศินเอาแต่มองไปที่ประตูห้อง ไม่ได้ใส่ใจรับประทานอาหารสักเท่าไหร่
“ค่า...คุณลุง” ปานรพีรับคำแล้วตั้งหน้าตั้งตาจัดการอาหารในจานของตัวเอง
เวลาเดียวกันนั้น เวนิสาก็กลับเข้ามาในบ้าน หญิงสาวแอบมองอยู่ข้างประตูห้องอาหาร ศศินเห็นแวบๆ ใบหน้าหล่อนมีรอยแดงมากกว่าสามจุดที่เห็นเด่นชัด หล่อนกำลังจะเดินผ่านห้องอาหาร แต่กลัวว่าปานรพีจะเห็นเข้ากระมัง
“เอ่อ...รพี ตักผัดผักให้ลุงหน่อยได้ไหม”
ท่านวศินช่วยบุตรชายอีกแรง ท่านเองก็เห็นเวนิสาเช่นกัน
“ได้เลยค่าคุณลุง”
ศศินมองตรงไปที่ตาของเวนิสา ทำปากขมุบขมิบบอกให้รู้ว่าหล่อนควรไปเสียที
เวนิสาสองจิตสองใจ กลัวว่าปานรพีจะหันมาเห็นตัวเองเข้า แต่พอศศินให้สัญญาณก็วิ่งแจ้นผ่านประตูไป
ขวับ!
ปานรพีหันขวับ ทว่าไม่เจอสิ่งใดที่ประตูทางเข้า นอกจากความว่างเปล่า
“พี่ศศินมองอะไรคะ” นางเอกสาวตัวแสบถามพี่ชายอย่างฉงน
“ปะ...เปล่า เปล่านี่ ทานต่อเถอะ อาหารเย็นหมดแล้ว” บอกปานรพีอย่างนั้นแล้วแอบพรูลมออกจากปาก เขาสบตากับบิดาแวบหนึ่ง โล่งอกโล่งใจที่ในที่สุดปานรพีก็ไม่เห็นเวนิสา
----------
ทางด้านแม่ดาวพระศุกร์ผู้็มีชีวิตแสนรันทด พอขึ้นมาบนห้องได้ก็รีบอาบน้ำอาบท่า เนื้อตัวที่ถูกยุงกัดกำลังเห่อแดงได้ที่ คันจนไม่รู้จะเกาตรงไหนก่อน
“ฮือออ...ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย ฉันผิดตรงไหนกัน” ถามตัวเองแล้วร้องระงมทั้งที่ไม่มีน้ำตาสักหยด เนื้อตัวที่โผล่พ้นชุดนอนมีแต่รอยยุงกัดแดงเถือกไปหมด
โครก...คราก...
เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดแม่ดาวพระศุกร์ดวงน้อย นอกจากโดนยุงกัดจนลายพร้อย ท้องไส้ก็เริ่มโหยหาอาหาร ร่างกายของเธอกำลังต้องการอย่างอื่นบ้างนอกจากน้ำย่อยที่กำลังกัดกร่อนกระเพาะอยู่
“ป่านนี้คงพากันกินมื้อค่ำฝีมือเราสินะ แกงมัสมั่นของฉัน ปลาทอดตัวใหญ่ ผัดผักของโปรดด้วย โอย...อยากตาย...หิวโว้ย...”