ริมฝีปากสีแดงระเรื่อเบะแล้วเบะอีก สองมือง่วนอยู่กับการเกาๆๆ และเกาในทุกส่วนที่ถูกยุงกัด เสียงรถเพิ่งแล่นออกไปจากรั้วบ้าน เวนิสาเดาว่าปานรพีเพิ่งจะกลับกระมัง คงจะกินอิ่มจนพุงกาง ในขณะที่เธอต้องซ่อนตัวอยู่บนนี้ทั้งที่หิวแสนหิว
แอ๊ด...
ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาช้าๆ ศศินเข้ามาพร้อมถาดบางอย่างในมือ
“พี่คะ...ฉันหิว...” บอกเขาเสียงออดอ้อน เอามือตบพุงน้อยๆ
ศศินมองแล้วระอาเหลือ และพอเห็นเนื้อตัวสาวเจ้าก็ยิ่งสงสัย
“นั่นรอยอะไร”
“ยุงค่ะ ยุงตัวผู้มันกัดน้อง พี่ขา...ทายาให้น้องหน่อย” ว่าแล้วยื่นตลับยาสีเขียวให้เขา ยาที่มีไว้เพื่อทาตุ่มแมลงสัตว์กัดต่อย
ศศินทำหน้าขยาด ส่ายหน้ารัวๆ
“ทำไมฉันต้องทาด้วยล่ะ นี่...มื้อค่ำของเธอ พ่อให้เอามาให้”
เขาวางถาดอาหารลง บนนั้นมีสลัดผลไม้จานโตกับน้ำเปล่า
เวนิสามองแล้วอยากจะร้องไห้
“แล้วแกงมัสมั่นละคะ”
“หมดแล้ว ปานรพีชอบ บอกว่าอร่อย คุณพ่อเลยให้เด็กห่อที่เหลือให้กลับเอาไปกินที่บ้าน”
“ได้ไง! โอ๊ย...อยากตาย ฉันจะกินแกงมัสมั่น จะกินๆๆๆ”
“เลิกดิ้นเป็นเด็กแล้วกินซะ” เขาสั่งเสียงเขียว
เวนิสาดึงถาดมาตักสลัดผลไม้คำโตเข้าปาก จากยำผลไม้กลายเป็นสลัดผลไม้ มันไม่เลวร้ายนักหรอก แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นข้าวสวยร้อนๆ กับแกงมัสมั่นน่องไก่อวบๆ คงจะฟินกว่านี้
ศศินนั่งลงข้างกัน มองคนที่ตักสลัดเข้าปากอย่างไม่เต็มใจก็นึกสงสาร หล่อนตั้งใจทำกับข้าวก็คงอยากกินสิ่งที่ตัวเองทำสินะ แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ มันหมดแล้ว
“อาการเธอเป็นยังไงบ้าง”
“ยังจิ้มไม่ได้ค่ะ รอไปอีกสามสี่วัน” ตอบแบบประชด ตักสลัดเข้าปากคำโตๆ
คนถามค้อนฟ้าค้อนลม ทั้งกลอกตามองบนอย่างอิดหนาระอาใจ
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น คิดไปได้นะ”
“แน่นอน ฉันคิดเรื่องนั้นตลอดเวลา คิดด้วยว่าจะอ่อยพี่ท่าไหนพี่ถึงจะตกหลุมพราง”
“หึๆ ไม่มีทางซะหรอก” เขาบอกยิ้มๆ หยิบตลับยามาแกะแล้วแตะเนื้อยาสีเขียวเข้มด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะแต้มลงบนรอยแดงบนท่อนขาของเวนิสาอย่างเบามือ
หญิงสาวมองไม่วางตา เขากำลังทายาให้เธอใช่ไหม ท่าทางที่อ่อนโยนนั่นเขาแกล้งหรือเปล่า ทำไมรู้สึกดีอย่างนี้ ความตั้งอกตั้งใจนั่นทำให้ใจเธอหวั่นไหวได้เลย
“ตรงนั้นด้วยสินะ น่องค่ะน่อง” ชี้บอกให้ศศินทายาที่น่องเรียวๆ ชุดนอนขาสั้นแบบเด็กสาวน่ารักหาได้มีความเซ็กซี่แต่กลับทำให้ชายหนุ่มใจเต้นแรง ผิวเนื้อหล่อนเรียบลื่น เย็นนิดๆ คงเพราะในห้องเปิดแอร์ต่ำเกินไป เขาแต้มยาไปเรื่อยๆ ตอนนี้สองขาเรียวของเวนิสาวางเกยบนท่อนขาของเขาเรียบร้อย
“อา...ดีจัง ผู้ชายคนนี้มือเบานะเนี่ย” เอ่ยยิ้มๆ ให้กับชายมือเบา เขาเลยตอบแทนเธอด้วยการโยนขาสองข้างของเธอออกจากตัก
ตุ้บ!
“โอ๊ย...ขอถอนคำพูด” บอกอย่างเคืองๆ ยื่นจานสลัดใส่มือเขา
“อะไรอีกล่ะ”
“อิ่มแล้ว”
“ก็เอาลงไปเก็บสิ”
“ไม่ ใครเอามาก็เอาลงไปสิ ฉันจะทายา เห็นไหม ลายพร้อยไปทั้งตัวแล้ว” เธอชี้ให้เขาดูรอยแดงที่เกลื่อนไปทั่วตัว
ศศินได้แต่เม้มปากแน่นๆ ทำใจกับความเยอะของแม่ตัวดี เขาเอาถาดอาหารลงไปเก็บข้างล่าง กลับขึ้นมาอีกทีแม่ตัวดีก็นอนขดอยู่บนโซฟาตาปริบๆ
“บ้านหลังใหญ่โต แต่ผ้าห่มสักผืนก็ไม่มี”
ศศินเหล่มอง รอดูว่าแม่ตัวดีต้องการสิ่งกันแน่
“พรุ่งนี้จะบอกสาวใช้ให้”
“คืนนี้น้องคงต้องนอนหนาว เป็นหญิงสาวผู้น่าเวทนา” เอ่ยไปเรื่อยๆ นอนตะแคงคู้เข่าบนเก้าอี้ตัวยาว สองมือประกบกันแล้วสอดไว้ระหว่างแก้มกับผิวเบาะนุ่มๆ
ติ๊ดๆๆๆ
เสียงรีโมตแอร์ถูกกด
“ฉันเปิดแอร์ที่สามสิบองศา ตอนนี้ผ้านวมคงไม่จำเป็น”
ฟึ่บๆๆ
เสียงเขาสลัดผ้านวมออกจากกาย แอร์ที่อุณหภูมิสามสิบองศา เดินออกไปรับลมที่ระเบียงคงเย็นกว่า
“เฮ้อ...ไม่ได้ผลแฮะ” คนสวยบ่นอุบ
ศศินทำเป็นหยิบหนังสือเล่มเมื่อวานมาอ่าน อมยิ้มให้กับตัวหนังสือบนกระดาษที่ไม่ได้มีมุกตลกใดๆ
“ไม่ได้ผลหรอกน่า ถอดใจแล้วหอบเสื้อผ้ากลับบ้านไปเลย”
“เชอะ! จริงๆ เลย ผู้ชายอะไร หญิงอ่อยยังทำเมิน โอ๊ย...อยากยกมดลูกให้กะเทย!”
ศศินนึกขำกับวาจาที่อีกฝ่ายคร่ำครวญ หล่อนพลิกกายไปมาบนโซฟาที่ไม่ได้กว้างมากนัก ดูท่าว่ารอบเดือนของหล่อนคงอาการทุเลามากแล้ว คงไม่มีการเกิดเหตุฆาตกรรมใดๆ ในห้องนี้อีก
“เอ่อ...พี่คะ”
“อะไร”
“วันเสาร์นี้พี่มีเดตเหรอ”
“อาฮะ รู้ได้ไง” หนังสือในมือถูกพับเก็บ เวนิสารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร
“รวีกานต์น่ะ เป็นเพื่อนของฉันเอง เพื่อนรักด้วย”
“หา!?” ศศินยิ่งกว่าตื่นตกใจ นี่รวีกานต์เป็นเพื่อนของเวนิสาหรอกหรือ “โอ...ตายแล้ว ฉันกำลังจะเดตกับเพื่อนรักของคนที่กำลังจะเป็นแม่ของลูกฉัน”
และใช่ มันช่างเป็นเรื่องบ้าบอที่ศศินไม่คิดว่าจะแบกรับไหว
“พี่อย่าคิดอะไรมากเลยค่ะ พี่ไม่ได้รักฉัน ไม่ต้องลำบากใจอะไรหรอก”
“เธอพูดบ้าอะไรเนี่ย! นั่นเพื่อนเธอนะ ดูก็รู้ว่ารวีกานต์น่ะ...ชอบฉัน”
“ค่ะ ชอบมาก ตะวันชอบพี่มาก”
“ไม่ได้ ฉันจะยกเลิกเดต”
“ทำแบบนั้นไม่ได้นะ ตะวันรอวันนั้นมานานแล้ว ไปเดตเถอะนะคะ ฉันขอร้อง”
ศศินกุมขมับ ยังมีสตรีที่ประหลาดกว่าเวนิสาอีกไหม หล่อนช่างคิดตื้นๆ มีปัญหาให้ต้องแก้อีกเป็นกระบุงหากเขาไปตามนัดเดตที่บอกรวีกานต์เอาไว้