ห่างออกไปไม่เท่าไร ดวงตาคมกล้าของบุรุษผู้หนึ่งจ้องมองสตรีที่คุ้นตา ทั้งขุ่นเคืองไม่น้อยเมื่อมั่นใจว่าหล่อนคือใคร มีคนมาส่งแถมขับรถเสียหรู คงเป็นคู่เดตของหล่อนสินะ แล้วนั่น...ยังจะพารอยยิ้มหวานมาถากถางหัวใจเขาอีก
รวีกานต์เดินมาที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ เธอยกมือเคาะผนังกระจกเพื่อเรียกคนข้างใน
กึกๆๆ
เสียงเคาะกระจกดังขึ้นที่ด้านนอก ปลายภูละมือจากแก้วกาแฟที่เพิ่งเสิร์ฟให้ลูกค้า มาจ้องคนที่ยืนยิ้มแป้นรออยู่ ใบหน้างามช่างแต่งแต้มด้วยความสุขจนน่าหมั่นไส้ หล่อนโบกมือให้ แต่เขาไม่เล่นด้วย ทำเมินแล้วเดินหนีไปยังโต๊ะประจำของหล่อน รวีกานต์เดินเข้าประตูร้านมา
“นี่...เป็นอะไร ฉันยิ้มให้ทำไมทำหน้าบึ้งล่ะ”
“ไม่ได้เป็นอะไรครับ แค่หมั่นไส้น่ะ”
“หมั่นไส้? ใคร...ฉันเหรอ” ถามเขาอย่างงงๆ
“ใช่มั้ง” บุรุษร่างสูงตอบแบบพาลนิดๆ ผ้ากันเปื้อนถูกถอดทิ้งทันทีที่รวีกานต์นั่งลงตรงข้าม
“ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“งั้นเหรอ ไปเดตมาละสิ”
คนสวยยิ้มหวาน “รู้ได้ไง”
“เห็นรถมาส่ง รถยุโรปด้วย คงแพงน่าดู”
หญิงสาวพยักหน้า ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“ได้นั่งรถหรูคงถูกใจสินะ”
“อาฮะ...เบาะนี่นิ้ม...นิ่ม!” บอกแล้วทำหน้าเคลิ้มฝัน สองมือยกขึ้นกุมกันไว้ระดับอก
ใบหน้าที่บึ้งอยู่แต่เดิมของปลายภูยิ่งเพิ่มระดับความไม่น่ามอง สองแขนยกกอดอกแน่นๆ
“ว่าแต่วันนี้มีของฟรีกินไหมอ่า คอแห้ง...มัวแต่คุยจ้อบนรถจนไม่ได้ดื่มน้ำเลย”
ชายหนุ่มส่ายหน้าดิก “ไม่มี”
“อะไรกัน มาทุกทีก็มีนี่นา” เธอเถียง
“ก็วันนี้ไม่มี ไปเดตมาไม่ใช่เหรอ ไม่มีอะไรให้กินหรือไง”
“เอ๊ะภู จะหาเรื่องกันใช่ไหม ไม่กินของฟรีก็ได้ วันนี้ผู้ชายเลี้ยงทั้งวัน มีตังค์ย่ะ!” ว่าแล้วก็ลุกไปสั่งเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์ เธอสั่งมอคค่าปั่นเพราะตอนนี้ยังไม่ค่ำมากนัก ยังพอทนฤทธิ์คาเฟอีนไหว กำลังจะยื่นเงินให้พนักงาน มือขาวๆ ของคนขี้โมโหก็ยื่นมาแตะมือเธอหน้าตาเฉย “อะไรอีกล่ะ”
“แก้วนี้เดี๋ยวผมจ่ายเอง” เขาสั่งพนักงานที่เคาน์เตอร์ก่อนจะดึงเอาธนบัตรสีแดงออกจากมือของรวีกานต์แล้วสอดมันลงในกระเป๋าถือของหล่อนเช่นเดิม
“ทำอะไรเนี่ย รวยหรือไง ฉันจ่ายเองได้ เก็บตังค์ของนายไว้จ่ายค่าหน่วยกิตเถอะ”
“ทำไม? ผมเลี้ยงนี่ไม่เหมือนผู้ชายคนนั้นเลี้ยงเหรอ ใช่สินะ ผมไม่รวยเหมือนเขานี่นา” ประชดแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม
รวีกานต์รอจนได้แก้วมอคค่าปั่นมาถือไว้ ก่อนจะเดินกลับมาหาพ่อเด็กน้อย วันนี้เขาเป็นอะไรนะ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไม่เหมือนนายภูผู้น่ารักของเธอเลย
“วันนี้นายแปลกๆ นะ”
“ผมหึง!”
พรวด!
แค่กๆ แค่กๆ
รวีกานต์สำลักมอคค่าปั่นหน้าแดงเถือก เขาพูดอะไรออกมาละนั่น
แม้เคืองสาวเจ้าที่สำลักหน้าแดงตอนได้ยินคำสารภาพของตน แต่มือกลับช่วยดึงกระดาษทิชชู่ไปซับปากซับหน้าให้หล่อน รวีกานต์ไม่ยอมรับความจริงเอาเสียเลย หล่อนทำเป็นไม่สนว่าเขารู้สึกยังไง ทำเป็นมองไม่เห็นสิ่งที่เขาทำให้แม้ว่ารู้อยู่เต็มอก
“ถึงกับสำลักเลย มันน่ารังเกียจมากเหรอ”
“ปะ...เปล่า ฉันก็แค่ชอบแบบเดิมมากกว่า บอกแล้วไงว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อน แบบพี่น้องมันเหนียวแน่นกว่าความสัมพันธ์แบบอื่น”
“แล้วทำไมกับเจ้านายของตะวันถึงอยากมีความสัมพันธ์แบบคนรักกับเขาล่ะ เป็นผมไม่ได้เหรอ”
ความเงียบคือคำตอบที่ปลายภูได้รับ เขาจ้องรวีกานต์ไม่กะพริบตา ทว่าหล่อนไม่หวั่นไหว ไม่มีแกล้งเออออให้เขาได้ดีใจเล่นๆ
“ถ้าผมรวย ตะวันจะรักผมไหม”
“นายก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้”
“ผมจะทำงานเก็บเงิน สักวันผมจะขอตะวันแต่งงาน”
“นายภู...” รวีกานต์ชักหนักใจขึ้นมา มันเริ่มจะเลยเถิดแล้ว ความรู้สึกของเขาไม่ควรเป็นแบบนี้เลย เธอจะทำอย่างไรดีนะ จะทำอย่างไรดี “ฉันรักเขา รักมาก ฉันคงรักใครไม่ได้อีก” ตัดสินใจบอกออกไปแบบนั้น ด้วยไม่อยากให้เขาฝังใจว่ารักเธอ เขายังมีโอกาสพบเจอคนอีกมาก การปิดหัวใจก็เหมือนปิดโอกาสดีๆ ที่จะเข้ามา เหมือนเธออย่างไรเล่า เพราะปลื้มปริ่มอยู่กับรุ่นพี่ที่ชื่อศศิน เธอจึงไม่เคยชายตามองใครเลย ผู้ชายหนึ่งเดียวที่เธอสนิทด้วยมีแค่นายภู เด็กเสิร์ฟที่ร้านกาแฟเท่านั้น
“คนเราเปลี่ยนกันได้ ถ้าผมทำอะไรต่อจากนี้ไป ก็อย่าหวั่นไหวแล้วกัน”
ดวงตาคู่สวยของรวีกานต์ หรี่มองคนตรงข้ามอย่างใคร่รู้
“นายคิดจะทำอะไรกันแน่” ถามแล้วดูดมอคค่าปั่นอึกใหญ่ มีหยดกาแฟรสหวานเคลือบทาริมฝีปาก
“ไม่ได้คิด แต่ทำเลย...”
ครืด...
เสียงขาเก้าอี้เลื่อนครืดๆ ไปด้านหลัง เมื่อเขาลุกขึ้น ก่อจะโน้มใบหน้าลงมาหารวีกานต์แล้วมอบจุมพิตให้หล่อน เขาจูบซับเอามอคค่าปั่นรสอร่อยพร้อมกับการดูดดึงริมฝีปาก ขยับมันช้าๆ ขบเม้มเอารสหวานที่แม้แต่รสมอคค่าแสนกลมกล่อมก็มิอาจเทียบเทียม
ลูกค้าในร้านรวมถึงพนักงานทุกคนต่างจ้องมองมาที่คนทั้งสองเป็นตาเดียว บ้างยกมือปิดปาก บ้างทำตาโตอย่างตื่นตะลึง
“อื้อ...ปะ...ปล่อย ปล่อยนะ!” เธอผลักเขาออกสุดแรง เขาเสียหลักนั่งลงยังเก้าอี้ตัวเดิม “ทำบ้าอะไรของนายฮะ!” ตะคอกถามแล้วเหลียวมองรอบร้าน ทุกคนต่างจ้องมองมาที่เธอ ให้ตายเถอะ เธออายนะ!
รวีกานต์ทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายก็ลุกจากไปด้วยความรวดเร็ว ส่วนปลายภูยังนั่งนิ่งอยู่กับที่ อย่างน้อยแก้มเขาก็ไม่ได้รู้สึกชา หล่อนไม่ได้ตบเขา แค่เดินออกจากร้านไป นี่เขายังพอมีหวังใช่ไหม
“พรุ่งนี้เจอกันครับตะวัน หนีผมไม่พ้นหรอกน่า หึๆๆ”