เวลานี้สี่ทุ่มแล้ว แต่เวนิสาคนงามยังเดินทอดน่องอยู่ริมสนาม ตากน้ำค้างยามค่ำคืนพร้อมกับชื่นชมพระจันทร์ดวงโต โชคดีฝนไม่ตก พระจันทร์เลยได้อวดโฉมงดงาม ก่อนกลับเข้ามาที่บ้านวันนี้ มีสายโทรเข้ามารายงานทั้งจากโรงเรียนสอนทำอาหารและจากร้านเบเกอรี่ว่ามีผู้ชายไปถามหาเธอ ก็พอจะรู้ละว่าเป็นศศิน แต่มันเรื่องอะไรต้องมาตามจิกเธอเล่า “อะแฮ่ม! จะนอนไหม ฉันจะล็อกประตู” เสียงห้วนดังมาจากข้างหลัง บุรุษในชุดเสื้อคลุมสีกรมท่าเดินวางมาดเคร่งขรึมเข้ามาถามไถ่ ใบหน้าเขาเหมือนไม่สบอารมณ์นัก คงมีบางเรื่องให้เคืองใจกระมัง หญิงสาวทำใจดีสู้เสือ อย่างน้อยเขาก็โทรหาเธอทั้งวัน ถือเสียว่าเขาเป็นฝ่ายง้อก่อนก็แล้วกัน “ขอสิบนาทีค่ะ” เขาพยักหน้าเออออ เดินมายืนข้างหล่อน ได้กลิ่นหอมละมุนจากร่างบางผสมกับกลิ่นความชื้นจากต้นไม้ใบหญ้า พอได้มองใบหน้านี้ชัดๆ ก็ราวกับว่าความขุ่นเคืองใจทั้งหมดทั้งมวลได้สูญสลายไป “เธอเล่นซ่อนแอบเหร

