ฉัตรนุดา
“เฮ้อ!! เหนื่อยจัง” ฉันบ่นพร้อมกับทิ้งตัวนั่งที่โซฟาอย่างเหนื่อยล้า วันนี้งานเยอะไปหน่อยไม่ค่อยได้หยุดพัก เล่นเอาเหนื่อยเป็นบ้าเลย
หลังจากนั่งพักจนหายเหนื่อย ฉันก็เดินเข้าครัวเพื่อไปหาอะไรกิน ซึ่งการอยู่คนเดียวมันก็ดีอย่างหนึ่งนะ เวลาเหนื่อยๆ หรือขี้เกียจก็แค่อุ่นอาหารแช่แข็งกินหรือไม่ก็โทรสั่งจากข้างล่าง แต่ส่วนใหญ่ฉันไม่ค่อยได้สั่งหรอก ฉันจะมีอาหารแช่แข็งไว้กินอยู่แล้ว มันสะดวกกว่าไม่เสียเวลารอ อยากกินตอนไหนก็ได้กิน
หลังจากกินข้าวเสร็จ ฉันก็นั่งให้อาหารย่อยโดยการดูทีวี ซึ่งชีวิตฉันจะวนเวียนอยู่แค่นี้แหละ เช้าตื่นไปทำงาน เย็นกลับมากินข้าวดูหนัง อาบน้ำนอน เช้าก็ไปทำงานเหมือนเดิม กับเพื่อนก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนด้วยกันเท่าไหร่ นานๆ ถึงจะนัดกันออกไปเที่ยว กินข้าวกันที
พอถึงเวลาที่ฉันตั้งใจไว้ ฉันก็ปิดไฟปิดทีวีเดินเข้าห้องนอนไปและนอน ดีที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดฉันเลยไม่ต้องรีบเท่าไหร่ แต่ฉันก็ชอบตื่นเช้าไปเดินตลาดหาของกินประจำ เลยเลือกจะเข้านอนก่อนเที่ยงคืนในวันหยุดแบบนี้
กึก กัก แกร็ก
ในตอนที่ฉันกำลังจะเคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียงเหมือนประตูห้องปิดดังมาจากข้างนอกจนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ฉันลุกขึ้นก่อนจะเปิดไฟในห้องนอนและเลือกจะเดินออกไปดูด้านนอกเพื่อความมั่นใจ ว่าเสียงที่ได้ยินมันไม่ใช่ของห้องฉัน ซึ่งฉันคิดว่ามันก็น่าจะไม่ใช่ห้องฉันหรอก แต่เพื่อความมั่นใจก็เลยลุกมาดูให้สบายใจดีกว่า
“ก็ไม่เห็นมีอะไร” ฉันเดินไปถึงประตูหน้าห้องก่อนจะลองบิดประตูดูก็ยังล๊อคเหมือนเดิม ไม่ได้มีร่องรอยการงัดแงะอะไร นั่นทำให้ฉันสบายใจขึ้น ก่อนจะหันตัวเพื่อเดินกลับเข้าห้องนอน
แต่...
“อื้ออ!!! อ่อย อ๊ะ” (ปล่อยนะ) พอฉันหันมาก็มีแรงพุ่งมาจากไหนก็ไม่รู้เข้ามาประชิดตัวฉันและปิดปากฉันไว้แน่นโดยไม่ได้ตั้งตัว ฉันพยายามดิ้นให้หลุด แต่แรงเขาเยอะมาก ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นผู้ชายแน่ๆ
แล้วเขาเข้ามาได้ยังไง เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมประตูห้องฉันมันยังล๊อคอยู่ล่ะ
ผู้ชายที่ล๊อคฉันไว้แน่นไม่ยอมปล่อยฉันให้เป็นอิสระ กลับกัน เขาใช้แรงที่มีมากกว่าฉัน ขืนตัวฉันให้เดินไปทางห้องนอน และฉันก็พยายามไม่เดินไปตามเขา แต่เขาแรงเยอะมากจริงๆ ฉันเอาชนะเขาไม่ได้เลย
“อื้อ! อ่อยอัน”(ปล่อยฉัน) ฉันพยายามดิ้นและพูดได้เพียงอู้อี้เท่านั้น เพราะว่ามือหนายังคงปิดปากฉันแน่นไม่คลาย
ปัง!
เสียงประตูห้องนอนปิดดังขึ้นหลังจากเขาพาฉันเข้ามาได้ ก่อนจะขืนฉันต่อไปที่เตียงนอนและ...
ตุบ!
ผู้ชายคนนั้นเหวี่ยงฉันขึ้นไปที่เตียงของฉันอย่างแรงจนฉันจุก
“อ๊ะ” ฉันร้องขึ้นด้วยความเจ็บ และรีบขยับตัวหนีเขาหลังจากได้สติ
แต่ก็ไม่ลืมมองหน้าเขาด้วย เพราะว่าห้องนอนของฉันตอนนี้เปิดโคมไฟไว้ ซึ่งความสว่างก็มากพอได้เห็นทุกอย่างในห้องนี้
“ไง สาวน้อย สวยกว่าในรูปอีกนะ” ร่างสูงตรงเอ่ยทักฉันขึ้นด้วยรอยยิ้มร้ายกาจที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา ซึ่งนั่นมันไม่ได้ทำให้ฉันหายกลัวลงได้เลยแม้แต่น้อย กลับกันแววตาของเขายิ่งทำให้ฉันกลัวมากขึ้นกว่าเดิม
“นะ...นายเป็นใคร ต้องการอะไร แล้วเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง” ฉันถามออกไปด้วยความกลัว แต่ก็อยากรู้ว่าเขาต้องการอะไร เผื่อจะคุยกันได้
“หึ! ต้องการเธอไง” ร่างสูงตรงหน้าตอบฉันกลับมา นั่นทำให้ฉันเบิกตากว้างกับคำตอบของเขา
อยากได้ฉันงั้นเหรอ ถึงเขาจะหล่อมากก็ตาม แต่ฉันไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้
“เราไม่เคยรู้จักกัน ฉันไม่เคยไปทำอะไรให้นาย อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” ฉันขอร้องเขาออกไปด้วยความกลัว และหวังว่าเขาจะเห็นใจฉันเหมือนกัน
“ใช่ เราไม่รู้จักกัน แต่เดี๋ยวก็ได้รู้จัก...”
“และเธอก็ไม่ได้ทำอะไรฉัน แต่เธอกลับไปทำคนอื่นเขาไว้น่ะสิ” ผู้ชายคนนั้นพูดขึ้น แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าฉันไปทำอะไรให้ใคร
“มีคนจ้างนายมาเหรอ” ฉันถามออกไป ถึงแม้หน้าตาและท่าทางของเขาจะดูไม่เหมือนลูกจ้าง หรือพวกคนรับจ้างทั่วไป แต่ฉันมั่นใจว่าต้องมีคนส่งเขามาแน่ๆ
“เก่งดีนี่ แบบนี้น่าจะใช้ความฉลาดของตัวเองมากว่าใช้ตัวเข้าแลกกับความสบายนะ” ผู้ชายคนนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง
“ใช้ตัวแลกความสบายเหรอ?” ฉันพูดกับตัวเองก่อนที่ในหัวจะคิดถึงใครบางคน ที่ฉันคิดว่าต้องเป็นเขาแน่ๆ
“ถ้าเธออยากสบายก็หาผู้ชายที่มันไม่มีครอบครัวสิ จะได้ไม่เดือดร้อนแบบนี้...”
“แต่ไม่เป็นไร นี่มันคงเป็นครั้งสุดท้ายของเธอ ที่จะได้ไปยุ่งกับผัวคนอื่น” ผู้ชายตรงหน้าพูดขึ้นอีกครั้ง
และครั้งนี้ฉันก็มั่นใจได้ทันที ว่าคนที่ส่งเขามาต้องเป็นคุณนวลอนงค์แน่ๆ เพราะว่าผู้ชายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตฉันมีอยู่คนเดียว นั่นคือคุณประสิทธิ์
“คุณนวลอนงค์จ้างนายมาใช่ไหม” ฉันถามเขาออกไป
“หึ! พูดถูกแบบนี้ แสดงว่าเป็นเมียน้อยผัวเขาจริงๆ สินะ” ผู้ชายตรงหน้าพูดขึ้นอีกครั้งด้วยรอยยิ้มเหี้ยมๆ
“นายกำลังเข้าใจฉันผิดนะ ปล่อยฉันไปเถอะ” ฉันพูดขอร้องออกไปทันที เพราะตอนนี้ฉันกลัวเหลือเกิน
แต่เขากลับไม่ได้สนใจสิ่งที่ฉันพูดเลย
“เลิกเสียเวลาได้แล้ว วันนี้ฉันจะทำให้เธอเลิกยุ่งกับผัวคนอื่นสักที”