วินาทีที่ตัดสินใจว่าหยุดแล้ว…..พอแล้ว แล้วหันหลังเดินออกมา ใจมันโคตรหวิวเลยนะ มือสั่น ใจสั่น หน้าชาไปหมดเลยอ่ะ
ได้แต่บอกตัวเองว่า “พอเถอะ” ถึงยากหน่อย แต่เดินไปข้างหน้าเถอะ อย่าพยายามหันกลับไปมองแม้แต่เสี้ยววินาที ถ้ามัน
จะตาย ให้มันไปตายเอาข้างหน้า อย่ากลับไปตายที่เดิม อย่าเอาหัวใจไปผูกไว้ที่เท้าของใครอีก…...............
.
.
“พวกแกกินกันต่อเลย ฉันพายัยชากลับไปนอนที่คอนโดก่อน เดี๋ยวกลับมา”
ร่างระหงของอินทุอรพยุงร่างอ่อนยวบของเพื่อนรักอย่างพิชชาเอาไว้ พลางหันไปบอกเพื่อนๆที่เหลือในกลุ่ม ที่วันนี้มาฉลองเรียนจบ
มหาวิทยาลัยด้วยกันทั้งแก๊ง
แต่คนคออ่อนอย่างพิชชากินไปไม่นานก็เมาแอ๋ จนอินทุอรต้องหิ้วปีกกลับมาส่งที่คอนโดตนเองเสียก่อน
“ ฉันไม่เมานะปราง ฉันยังสนุกอยู่เลย” คนเมาพูดจาอ้อมๆแอ้มๆ
“ ไม่เมาอะไร เดินไม่ตรงแล้วเนี่ย เดี๋ยวคืนนี้แกไปนอนที่คอนโดฉันก่อน”
อินทุอรพูดขณะดันคนดื้อเข้าไปในรถคันงามของตน ก่อนจะพาขับไปส่งที่คอนโดหรูใจกลางเมือง
“ นี่คืนนี้แกจะให้ฉันนอนห้องแกเลยเหรอปราง” คนเมาแอ๋พูดแล้วก็หัวเราะคิกคัก
“ อืม…..แกเป็นเพื่อนสนิทของฉันนะชา แกช่วยเหลือฉันเรื่องเรียน ช่วยฉันทุกอย่าง ไม่มีแกฉันคงเรียนไม่จบแน่ แค่ให้แกมานอนห้อง
ฉันเรื่องเล็ก ต่อไปแกอยากมานอนเมื่อไหร่ก็ได้รู้ป่ะ เราเพื่อนกัน”
อินทุอรเป็นลูกสาวนักการเมืองมีชื่อ เป็นคุณหนูบ้านรวย ที่ยอมมาคบกับลูกชาวบ้านจนๆอย่างพิชชา ไม่นึกรังเกียจเลยว่าฐานะต่างกัน
แค่ไหน ข้อนี้ทำให้พิชชาซึ้งใจในตัวเพื่อนรักไม่น้อย
ไม่เกิน 30 นาที รถคันงานก็จอดสนิทใต้คอนโดหรูหราระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่ง
“ แกไม่ต้องขึ้นไปส่งฉันหรอก เดี๋ยวฉันขึ้นไปเอง” คนเมาแบมือยื่นไปขอคีย์การ์ดจากเพื่อนสาว
“ แน่ใจ?”
“ แน่ใจ”
“ นี่กี่นิ้ว ….?” อินทุอรยกนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว
“ 11 นิ้ว ….” ตอบแล้วก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี เพราะวันนี้เป็นวันดี เธอเรียนจบสักที ต่อไปจะได้ตั้งใจหางานทำ แม่จะได้ไม่ต้อง
ออกไปขายขนมตอนเช้าให้ลำบากเหมือนทุกวันนี้ ครอบครัวเธออาจจะมีความสุขขึ้น อย่างน้อยๆเธอก็ซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายในบ้าน
แบ่งเบามารดาได้ ส่วนพ่อจะเอาเงินที่ตัวเองหาไปลงที่บ่อน หรือที่ขวดเหล้าก็ตามใจ เธอชินแล้ว
“ เอาดีๆ….ฉันยกนิ้วกี่นิ้ว” อินทุอรถามย้ำ เพราะถ้าเมาเธอจะได้พาขึ้นไปส่ง
“ ล้อเล่นๆ 3 นิ้วค่ะคุณมะปราง”
อินทุอรแกล้งแยกเขี้ยวใส่คนเป็นเพื่อน ก่อนจะยื่นคีย์การ์ดใบหนึ่งส่งให้กับอีกฝ่าย
“ แล้วก็นอนเลยนะ ฉันมีคีย์การ์ดอีกใบ เดียวกลับมาฉันเปิดเข้าไปเอง ไม่ต้องห่วง”
“ โอเคค่ะคุณหนูมะปรางคนสวย…”
คนเมายิ้มรับ แล้วค่อยๆเปิดประตูลงจากรถไปช้าๆ หันมาโบกมือให้เพื่อนสาวแล้วถึงหันหลังเดินโซเซไม่ตรงนัก อินทุอรที่มองตามร่าง
บอบบางของเพื่อนรักถึงกับขำพรืด แล้วพูดออกมาเบาๆ
“ ไปให้ถึงห้องก็แล้วกันแม่คนเก่ง”
แล้วรถคันงานก็ขับออกจากคอนโดหรูของตน เพื่อกลับไปที่ผับอีกครั้ง
พิชชาก้มมองคีย์การ์ดในมือตัวเอง สลับกับเงยหน้าหรี่ตามองเลขห้องที่เรียงรายกันยาวเหยียด เธอเพ่งแล้วเพ่งอีก ก่อนจะส่งยิ้มมุมปาก
ออกมาเล็กๆ มือขาวแตะคีย์การ์ดลงที่ประตูหนึ่งที แล้วผลักเข้าไปโดยง่าย ราวกับประตูไม่ได้ล็อคยังไงยังงั้น
พอเปิดเข้าไปได้ เธอก็ทิ้งกระเป๋าสะพายของตนไว้บนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องโถงที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราบ่งบอกรสนิยม
ของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี
“ ไม่ยักรู้ว่ายัยปรางชอบอะไรแบบนี้ด้วย” พิชชาพึมพำเพราะมองการตกแต่งห้องโทนขาวดำ ดูไม่เหมือนอินทุอรคุณหนูแสนหวานที่เธอ
รู้จักเลยสักนิด
แต่เพราะความมึนเมาที่มีต้นเหตุมาจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ เลยทำให้พิชชาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ยกเว้นการพาตัวเองมาให้ถึง
เตียงกว้างๆ เธอถอดชุดตัวนอกออก เหลือเพียงเสื้อสายเดี่ยวตัวเล็กและกางเกงซับในขาสั้นเท่านั้น ก่อนจะทิ้งตัวนอนอยู่บนเตียงอุ่นๆ
ดึงพาห่มมาห่มกายขาว แล้วค่อยๆหลับไปอย่างรวดเร็ว
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ในกระแสความรู้สึกของพิชชา ที่เหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่กำลังคืบ
คลานมาประชิดกายเธอ
“ อื้อ!!…..มาแล้วเหรอ” พิชชาพึมพำ แต่เพราะร่างนั้นยิ่งขยับแนบชิดจนเหมือนว่าเวลานี้ร่างนั้นจะคล่อมอยู่บนตัวของเธอ และเหมือน
ว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นราวกับความฝัน หรือนี่จะเป็นความฝัน?
ริมฝีปากอุ่นร้อนประกบจูบริมฝีปากสีระเรื่อ มือหนาฟอนเฟ้นเนื้อตัวอุ่นขาวอย่างเอาแต่ใจ จู่ๆริมฝีปากสีระเรื่อของเธอก็ถูกจูบเหมือน
กำลังจะกระชากวิญญาณออกมาจากร่าง เขาสอดลิ้นร้ายกาจรัดรึงเรียวลิ้นน้อย ก่อนจะดูดและกวาดต้อนรสชาติหวานหอมจาก
โพรงปากของเธอ
“ อื้อ!!…..” ถึงจะเมาแต่พิชชาก็พอรู้ได้ว่าคนที่กำลังอยู่บนตัวเธอ ไม่ใช่อินทุอรแน่ๆ แต่เพราะถูกจู่โจมจาบจ้วงและลุกหนักจนคนอ่อน
ประสบการณ์ที่บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าไปด้วย ทำให้เวลานี้พิชชาไม่ได้ขัดขืนอีกฝ่ายนัก สัญชาตญาณดิบพาเธอล่องลอยไปกับ
สัมผัสดิบเถื่อนนั้นเช่นกัน
แสงไฟสลัวๆภายในห้องกว้าง ทำให้พิชชาเห็นใบหน้าคมคายหล่อเหลาของคนที่ขยับซุกไซ้อยู่บนกายเธอ ถึงจะเห็นไม่ชัดนัก ทว่าใบ
หน้าทรงเสน่ห์นั้นก็ทำให้หญิงสาวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ นี่เทวดาหรือผีบ้านผีเรือนนะ หล่อจัง…..
ริมฝีปากร้อนซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอระหง มือใหญ่สอดเข้าไปบีบเคล้นเนื้อนิ่มจนบราเซียตัวสวยหลุดออกมากองอยู่ที่พื้นตอนไหนไม่รู้
ทำให้สองมือของอีกฝ่ายขยับไปโกบกุมสองเต้าอวบอิ่มได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ เขาทั้งบีบทั้งเคล้นสร้างพายุอารมณ์พิศวาสในกายสาว
จนพลุ่งพล่าน มืออีกข้างฟอนเฟ้นลงมาที่ท้องน้อยเรียบเนียนก่อนจะเกาะเกี่ยวกางเกงซับตัวบางให้หล่นลงไปอยู่ที่ต้นขา วินาทีนั้น
หัวใจของพิชชากระตุกวูบและสั่นสะท้านไปทั้งตัว เพราะมือใหญ่กระชากแพนตี้ตัวจิ๋วออกจากกลางกายเธออย่างรวดเร็ว แล้วประกบ
ฝ่ามือร้อนลงมาแทนแพนตี้นั้น มือร้ายกาจเคล้นคลึงขยับนิ้วเข้าไประหว่างกลีบดอกไม้อันชุ่มฉ่ำที่เริ่มผลิตหยาดน้ำหวานออกมาตาม
สัญชาตญาณ
“ มะ….ไม่……อื้อออ” เธอเหมือนจะรวบรวมสติเพื่อร้องประท้วงการกระทำของอีกคน ทว่าเสียงร้องที่เปล่งออกไปกลับฟังดูหวานหู จน
คนตัวใหญ่หายใจถี่ๆ เขาขยับนิ้วเร่งจังหวะขึ้นลงแล้วค่อยๆส่งนิ้วเรียวยาวเข้าไปในช่องทางรักฉ่ำแฉะ ทั้งที่ริมฝีปากยังดูดดื่มจุมพิตจาก
ปากคู่สวยอย่างหื่นกระหาย
และไม่นานก็ย้ายลงมาอ้างับที่สองก้อนเนื้ออวบสลับกันไปมาทั้งสองข้าง จนคนใต้ร่างสั่นสะท้านแทบขาดใจ เวลานี้พิชชาอ่อนระทวย
ไปทั้งตัว จากที่ไร้สติเพราะน้ำเมา กลับมามีสติบ้างเล็กน้อย ขัดขืนตามสติสัมปชัญญะที่พอมี จนเวลานี้จากการปลุกเร้าของเขา เธอเอง
ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า เธออาจจูบตอบเขาไปบ้างแล้วก็ได้
ร่างสูงใหญ่บดกรามดังกรอด แล้วผละออกจากร่างอ่อนระทวยลึกไปหยิบเครื่องป้องกันที่หัวเตียง ก่อนจะนำมันมาสวมที่แกนกายใหญ่
พร้อมใช้งาน
พิชชาพยายามปรื้อตาขึ้นมองเขาเล็กน้อย จิตใต้สำนึกบอกเธอว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ควรเกิดขึ้น เธอต้องออกจากที่นี่ ทว่าเมื่อเธอ
พยายามจะลุกขี้นจากเตียง กลับถูกอีกฝ่ายลากขาให้กลับมาอยู่ในท่าที่เตรียมพร้อม สุดท้ายพิชชาก็ยากที่จะฝืนสัญชาตญาณดิบของ
เขาและอาจรวมถึงของตัวเองด้วย
เสียงเนื้อกระทบกันผสมปนเปกับเสียงครางระงมของคนทั้งสอง จนถึงวินาทีที่ทั้งคู่มุ่งสู่ปลายทางของสวรรค์
“ อ๊า!!…….”
ร่างสูงใหญ่ปลดปล่อยออกมาทุกหยาดหยด ขณะฟุบตัวลงนอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนกายขาวเปลือยเปล่า เสียงหัวใจที่เต้นแรงสลับกันไป
มา ค่อยๆกลับมาเต้นช้าลงจนสม่ำเสมอในที่สุด และพาทั้งคู่เคลิ้มหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน…..
………………………….
“ ไม่นะ!!!……”
ดวงตากลมโตเบิกโพลง เมื่อเวลาเช้าของอีกวันมาถึง แม้จะเลือนรางแต่พิชชาก็จำเรื่องราวได้ทุกอย่าง เธอทำอะไรลงไป……
หญิงสาวหันมองร่างกำยำสูงใหญ่ ที่มีเพียงผ้าห่มผืนหนึ่งปกคลุมไว้ครึ่งตัว เขานอนคว่ำหน้าแล้วหันเพียงเสี้ยวหน้าด้านหนึ่งมาทางเธอ
เวลานี้พิชชาบอกกับตัวเองว่า เวรแล้วไง…..เธอรู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่ได้ข่มขืนเธอ แต่ผู้ชายคนนี้มาอยู่ในห้องของเพื่อนเธอได้ยังไงกัน
มันเกิดอะไรขึ้น
ร่างบางรีบลุกออกจากเตียง แต่ก็ทำทุกอย่างเบาที่สุดเธอไม่ต้องการให้ผู้ชายแปลกหน้าที่เธอนอนด้วยเมื่อคืนตื่นมาตอนนี้ เธอหยิบชุด
เดิมมาใส่แบบลวกๆ เดินไปคว้ากระเป๋าถือของตัวเองอย่างรีบร้อน ก่อนจะเห็นคีย์การ์ดใบหนึ่งวางอยู่บนโซฟาข้างๆกระเป๋าของตัวเอง
“ 606!!!……” คีย์การ์ดในมือเธอคือ ห้อง 606 แต่เหมือนว่าห้องนี้จะเป็น……พิชชารีบยกมือขึ้นปิดปากแล้วเดินออกจากห้องนั้นทันที
ตอนนี้เธอรู้แล้วว่า ห้องนี้คือห้อง 609 เป็นเธอเองที่เข้าไปผิดห้อง
แย่แล้วพิชชา!!!….แกเสียซิงให้คนแปลกหน้าเนี่ยนะ…