“คืนเงิน”
เป็นคำตอบที่แน่วแน่ น่าชื่นชม แต่คนได้ยินแค่นหัวเราะเสียงหยัน
“หึ เงินแสนนึงไม่ใช่พันนึง เธอจะหากี่วันไม่ทราบ ดูก็รู้ว่าเธอยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ จะทำงานอะไร ถ้าไม่ใช่งานที่พี่เธอพาไปเมื่อคืน”
กลีบปากอิ่มด้านล่างถูกกัด เห็นชัดว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้มั่นใจว่าจะทำได้
“เงินแสน คนอย่างฉันไม่มีปัญญาหามาคืนคุณได้ง่ายๆ ก็จริง แต่ฉันจะพยายาม นะคุณ ให้เวลาฉันหน่อย”
“แค่นอนกับฉัน มันยากนักหรือไง ฉันดูแย่ตรงไหนงั้นเหรอ”
สายตาของหญิงสาวเผลอมองสำรวจใบหน้าขาวที่คิ้วเข้ม จมูกโด่งสูง ปากได้รูปสีแดงจัดสุขภาพดี ลำคอแกร่ง บ่าหนา แผงอกกว้าง แขนแน่นกำยำ ผิวก็ขาวจัดกว่าเธอเสียอีก แล้วก็หน้าร้อนจัด เมื่อปลายนิ้วแกร่งไล้ข้างแก้มเธอจึงรู้ว่าตนเองลืมตัว
“เธอเองก็ดูอยากลองใช่ไหม มองฉันตาไม่กะพริบอย่างนี้”
“ไม่ใช่สักหน่อย”
ใบหน้าเล็กเมินหนีเขา แต่แก้มเนียนมีสีเรื่อขึ้น ทำให้คนเห็นยิ้มมุมปาก
“เขินฉันเหรอ”
ร่างสูงกำยำโน้มไปใกล้ จนใบหน้าขาวคมคายชิดหญิงสาว แล้วกระซิบข้างใบหูเล็ก
“ถึงไม่ค่อยชอบพวกไร้เดียงสาเท่าไร แต่ฉันยินดีเป็นคนแรกของเธอ อยากลองก็บอกกันได้”
คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกกับเสียงทุ้มต่ำข้างหูที่ทำเอาขนท้ายทอยลุกฮือ
“บอกว่าไม่อยากไง”
หญิงสาวผงะถอยหน้าตื่น พลางผลักอกหนาทันที แต่คนตัวโตกว่าแทบไม่ขยับเขยื้อน แถมเขายังกระตุกยิ้ม แววตากรุ้มกริ่มไม่น่าไว้ใจ
“หึ เอางั้นก็ได้”
ชายหนุ่มยืดกายขึ้นพร้อมกอดอกมองหญิงสาวด้วยสายตาหมายมาด มั่นใจว่าเจ้าตัวจะไม่มีทางหาเงินมาคืนตนได้ ทว่าลึกในใจ กฤตไม่ได้คิดล่วงเกินคนตรงหน้า เขาช่วยเพราะทนไม่ได้ที่เห็นอีกฝ่ายถูกทำร้าย และเขาไม่หลับนอนกับผู้หญิงที่ไม่เต็มใจแน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้น เงินหนึ่งแสนของเขาก็ควรได้รับสิ่งตอบแทน
“ฉันให้เวลาเธอ ต้องการเวลาเท่าไหร่ล่ะ”
ริมฝีปากอิ่มถูกเจ้าตัวเม้มอีกครั้ง กฤตมีเวลากวาดตามองดวงหน้าเล็กเนียนใสเงียบๆ ระหว่างหญิงสาวใช้ความคิด ใบหน้าแบบไทยสไตล์หวานกับรูปร่างบอบบางดูน่าทะนุถนอม หากก็แปลกที่ไม่ได้ดึงดูดให้เขาคิดลึกกับเจ้าตัว อาจเพราะรอยช้ำที่ราวเป็นตราประทับเตือนเขาว่า ผู้หญิงไม่ควรถูกทำร้ายเช่นนี้และเขาไม่อยากเป็นคนพรากความบริสุทธิ์สดใสของเธอ
“เอ่อ ฉันจะทยอยคืนให้ได้ไหม ยังไม่แน่ใจว่าจะครบเมื่อไหร่”
“ฉันไม่ใช่ธนาคารหรือสถานสงเคราะห์ เธอบอกจะคืน แต่ถ้าก้าวออกจากคอนโดฉันแล้วหายไปเลย ฉันก็เสียเงินเปล่าสิ”
“ฉันไม่หนีจริงๆ”
“ชื่ออะไร”
เขาถามขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย อีกฝ่ายเงียบไปชั่วอึดใจก็ตอบ
“มะนาว”
“ชื่อจริง นามสกุลด้วย บอกบ้านเลขที่บอกมาให้ครบ”
พร้อมสั่งกฤตก็คว้าข้อมือเล็กรั้งให้เดินตามเขาเข้าไปในห้อง
“อะไรเนี่ยคุณ”
หญิงสาวกลับมาตระหนกทั้งสะบัดทั้งแกะมือเขาไม่หยุด ทว่าชายหนุ่มไม่ตอบและไม่ปล่อยมือแต่หยิบโทรศัพท์มือถือของตนที่อยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงมากดอัด
“บอกมา”
“นิษฐา แรมจันทร์ บ้านเลขที่...”
เจ้าตัวตอบเขามาอย่างฉะฉาน ยืนยันว่าตนไม่คิดหนี แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็เหมือนจะยังไม่เชื่อใจ
“เรียนที่ไหน เบอร์มือถือด้วย”
เธอสูดหายใจเข้าลึกพลางเม้มปาก แต่สุดท้ายก็บอกมหาวิทยาลัยที่ตนเรียนอยู่ปีสองออกไปตามด้วยเบอร์โทรศัพท์
ใบหน้าขาวคมคายพยักรับอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเฉยสนิท
“ไปล้างหน้าล้างตาซะ ขี้ตาเต็มไปหมด”
มือเล็กสะบัดอย่างแรง ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็ยอมปล่อยโดยดี พลางยิ้มมุมปากเมื่ออีกฝ่ายจับแก้มและขยี้ตาตัวเอง หากยังส่งสายตาขุ่นเคืองใส่เขาก่อนเดินกระแทกเท้าไปเข้าห้องน้ำด้านนอกห้องนอน
ครู่หนึ่งร่างบอบบางก็ออกมาจากห้องน้ำ โดยชายหนุ่มนั่งเอนหลังบนโซฟาและใส่เสื้อยืดสีขาวเรียบร้อยแล้ว
“ปวดเมื่อยเนื้อตัวบ้างไหม ให้ฉันพาไปหาหมอไหม”
“ไม่เป็นไร ไม่อยากเป็นหนี้คุณอีก”
“อืม ก็จริงนะ”
แม้จะพูดอย่างนั้นหากรู้สึกกังวลว่าเจ้าตัวน่าจะเจ็บไม่น้อยเพราะมีบางช่วงก็กุมหน้าท้องตัวเอง แถมใบหน้าก็บวมชัดเจน
“เธอพักที่นี่ก่อนได้นะ กลับไปตอนนี้ไม่แน่ อาจจะ...”
“ฉันจะไปพักห้องเพื่อน”
คนที่ไม่เคยง้อใครพยักหน้าราวไม่แยแสนัก แต่ก็ยังไม่ปล่อยอีกฝ่ายไปง่ายๆ
“ฉันไปส่ง”
“ไม่ต้อง...”
“จะออกไปหาอะไรกินอยู่พอดี อีกอย่างเผื่อเธอเป็นลมกลางทาง รถเฉี่ยวชนขึ้นมา เมื่อไหร่ฉันจะได้เงินคืน แล้วฉันก็ควรรู้ว่าห้องเพื่อนเธออยู่ที่ไหนด้วย เธอเงียบหายไป ตามที่บ้านที่มหา’ ลัยไม่เจอ จะได้ตามกับเพื่อนของเธอ”
คนถูกดักทางเอาไว้หมดอดถลึงตาใส่เขาไม่ได้ ทว่าชายหนุ่มยักไหล่ เข้าลุกขึ้นยืน เดินไปหยิบกุญแจแล้วพยักหน้าให้คนตัวเล็ก อีกฝ่ายจึงจำใจต้องเม้มริมฝีปากแล้วก้าวตามเขา เพราะว่ากันตามจริง ร่างกายเธอกำลังร้าวระบมเลยทีเดียว ออกไปจากที่นี่โดยที่เงินก็ไม่มีติดตัวสักบาท เดินไปเรื่อยๆ ก็คงเป็นลมล้มพับอย่างที่เขาว่า
สามวันมานี้นิษฐาขออยู่หอพักของเพื่อนสนิทที่พักใกล้มหาวิทยาลัยร่วมกับเพื่อนนักศึกษาอีกคน เธอเกรงใจเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้นอย่างเอมอรกับเพื่อนของอีกฝ่ายจึงคิดว่าต้องกลับบ้านเมื่อดีขึ้น แต่เอมอรก็เป็นห่วง ยังไม่อยากให้กลับ
“กลับไป ไอ้พี่บ้ามันก็ได้ตบตีบังคับไปขายให้นายมันอีก”
“ฉันคิดว่าพอจะเอาตัวรอดได้”
“จะรอดได้สักกี่วันกันเชียว”
เอมอรพูดในสิ่งที่นิษฐาก็ไม่มั่นใจในตัวเองเช่นกัน ทำเอาหญิงสาวถอนหายใจ ก่อนจะบอกในสิ่งที่ตั้งใจเอาใจ
“ฉันจะไปสมัครทำงานพาร์ททามแบบยี่สิบสี่ชั่วโมง”
“จะไหวเหรอ เช้าก็ยังต้องเรียนอีก”
“ว่าจะหาแถวนี้น่ะ อาจจะต้องขอแวบมาอาบน้ำที่นี่แล้วก็งีบสักแป๊บ แต่เอาจริงๆ ฉันเกรงใจบุ๋มนะ”
เพื่อนสนิทเข้าใจดี แต่ก็ตบไหล่เจ้าตัว
“ฉันจะพูดกับบุ๋มให้ ตอนนี้ต้องหาทางแก้ปัญหาไปก่อน อะไรๆ ดีขึ้นค่อยขยับขยายก็แล้วกัน”
“ขอบใจนะเอม”
อยู่ๆ ก็น้ำตารื้นขึ้นมา จนต้องกะพริบตาถี่ เอมอรจึงขยับเข้ามาโอบไหล่ ขณะที่นิษฐาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองไว้
“เราพึ่งพากันมานาน ฉันลำบากแกก็ช่วย ไม่เคยทิ้ง แล้วฉันจะทิ้งแกได้ยังไง”
เอมอรอยู่กับยายและอาศัยเงินกู้ยืมของรัฐบาลเรียนตั้งแต่มัธยม ต้องแบ่งปันเงินมาซื้ออาหารสำหรับตนเองกับยายเสมอ ทั้งสองอยู่ในชุมชนเดียวกันซึ่งเป็นย่านชุมชนแออัด บางครั้งเห็นว่าเพื่อนไม่มีเงินซื้อขนมนิษฐาก็ซื้อให้อีกฝ่ายด้วย แม้ตนเองจะไม่ได้มีเงินใช้มากเท่าไรเช่นกัน
นิษฐาอาศัยอยู่กับครอบครัวของผู้เป็นป้าซึ่งมีสามีกับลูกชาย มารดาแท้ๆ พาเธอมาฝากไว้ตั้งแต่อายุสามขวบและยังส่งเงินมาให้ทุกเดือนสำหรับค่าใช้จ่ายรวมถึงค่าเทอม แต่พักหลังมานี้นับแต่เธอเข้ามหาวิทยาลัย ป้านิดาของเธอก็มักบอกว่ามารดาส่งเงินมาไม่พอค่าใช้จ่ายของเธอ ต้องกระเบียดกระเสียรเงินของป้ากับสามีมาให้เธอด้วย การที่เธอมาอาศัยอยู่ด้วยทำให้คนในบ้านต้องพลอยลำบาก
ธนาพี่ชายซึ่งเป็นลูกของป้าจึงบอกกับมารดาให้เธอไปทำงานในผับที่เขาทำอยู่ได้ ซึ่งท่านก็เห็นด้วย
‘เออ ก็ดีนะ ทำงานแค่ตอนกลางคืนไม่กี่ชั่วโมง กลับบ้านมานอนก็ตื่นไปเรียนได้’
‘ช่าย อยู่ด้วยกัน มันก็ต้องช่วยแบ่งเบาภาระกันสิวะ’
ทนงสามีของป้าสำทับ
นับวันนิษฐายิ่งลำบากใจ แต่เพราะคำพูดของมารดาที่จำได้เลือนรางทำให้เธอยังเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งท่านจะกลับมา
‘รอแม่อยู่กับป้าที่นี่นะมะนาว แม่จะหาเงินให้ได้เยอะๆ แล้วมารับมะนาวไปอยู่ด้วย’
ความจริงเธอเคยอยากติดต่อไปหามารดา เพราะตนโตพอที่จะช่วยท่านทำงานได้อยู่บ้าง เช่นงานพาร์ททาม แต่เคยถามกับป้าแล้วอีกฝ่ายกลับบอกว่ามารดาเปลี่ยนเบอร์ ติดต่อไม่ได้ แต่ยังมีเงินเข้าบัญชีในทุกเดือน นั่นทำให้นิษฐาเริ่มหวั่นใจ
เธอไม่เคยรู้ว่าจำนวนเงินที่มารดาให้มาคือเท่าไร เพราะโอนเข้าบัญชีของป้า เนื่องจากตอนเธอมาอยู่ด้วยยังเด็กมาก ป้าอ้างว่าติดต่อมารดาไม่ได้จึงเปลี่ยนเลขบัญชีไม่ได้แม้เธอจะโตและสามารถทำธุรกรรมกับทางธนาคารเองได้แล้ว
นิษฐาพยายามไม่คิดมากและตั้งใจจะทำงาน รอเวลาว่าสักวันหนึ่งมารดาจะกลับมา
“ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็บอกนะนาว ออกมาอยู่กับฉันก่อนสักพัก ช่วยจ่ายค่าหอหารสามก็ได้”
เอมอรไม่วางใจเท่าไรนัก เพราะถึงขนาดลงมือทำร้ายร่างกายเพื่อนของเธออย่างนี้ หมายความว่าอีกฝ่ายต้องการเอาตัวนิษฐาไปทำงานที่ผับนั่นให้ได้
นิษฐารับปากเพื่อนแต่เธอยังมีความหวังเล็กๆ รอมารดาของตน
======