ตอนที่ 5 ขุดข่าว

1464 Words
ฉันนั่งนับวันแล้วนับวันอีกว่าเมื่อไหร่จะหมดหนี้ของเขาได้สักที จนกระทั่งมาถึงวันนี้เมื่ออีกไม่กี่วันฉันจะต้องไปเรียนแล้วแต่ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยสักนิด กะว่าจะไปขอพี่สงครามก็ไม่กล้า ตอนนี้ฉันทำงานบ้านหมดทุกอย่างแล้วและพี่สงครามก็ยังไม่ตื่นเลยมานั่งเล่นที่สวนหลังบ้านของเขาต่อ แต่พอมานั่งได้ไม่นานก็มีเสียงรถที่ขับเข้ามาฉันจึงต้องเดินกลับเข้าไปในบ้านใหม่อีกครั้ง "นํ้าค่ะพี่สงกรานต์" "ไงเรา ได้ข่าวว่าเรียนที่เดียวกับพี่หนิแล้วอีกไม่กี่วันมหาลัยจะเปิดละนะเตรียมตัวยัง" "ยังเลยค่ะ หนูยังไม่ได้บอกอะไรพี่สงครามเลยไม่รู้ว่าเขาจะว่ายังไง" "ก็ขอสิ ลงมาแล้วนั่นไง"ฉันหันไปมองทางบันไดที่พี่เขาเดินลงมาและฟุบนั่งที่โซฟาประจำของเขา "นั่งลง"ฉันพยักหน้าแล้วเดินลงไปนั่งที่พื้นข้างๆ เขาแต่ก็ถูกพี่สงครามจับข้อแขนไว้อย่างแน่นและจ้องมองมาอย่างนิ่งๆ "นั่งข้างฉัน" "ฉันเป็นคนใช้นะ จะไปนั่งโซฟาได้ไง" "ฉันสั่ง!!"พี่สงครามพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่นิ่งและดุมากฉันจึงต้องยอมไปนั่งข้างๆ เขาแต่ก็มีเว้นระยะห่างออกมาบ้าง ฉันลังเลใจเล็กน้อยว่าจะขอเขาดีไหม แต่ทว่าถ้าไม่พูดหรือบอกเขาไปฉันก็คงหมดโอกาสแน่ๆ ฉันวางแผนไว้แล้วว่าช่วงเช้าจะตื่นขึ้นมาทำความสะอาดบ้านทุกอย่างและรีบไปเรียน พอเลิกเรียนก็จะไปหางานทำเพื่อจะได้มีเงินได้ใช้จ่ายด้วย "พี่สงครามคะ คือ....อีกไม่กี่วันหนูจะต้องไปเรียนแล้ว...." "จะไปก็ไปฉันไม่ได้ล่ามโซ่ไว้หนิ"ฉันเอียงคอทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยเมื่อยังพูดไม่ทันจบแต่พี่เขาก็เอ่ยออกมาอย่างกวนๆ ฉัน "งั้นหนูขอไปทำงานเสริมนะคะ หนูสัญญาค่ะว่าเช้ามาหนูจะทำความสะอาดบ้านทุกอย่าง พอถึงเวลาก็จะไปเรียน พอตกเย็นมาหนูจะไปหางานทำค่ะ" "ตัวเท่าลูกหมา ฉันไม่ให้ทำ!" "ทำไมล่ะคะ แล้วค่าเทอมหนูล่ะ หนูจะไปหาจากไหน แล้วค่ากินอีก" "ฉันรับผิดชอบเธอเอง ยุ่งยากชะมัด"ฉันก้มหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะมีถุงอะไรบางอย่างยื่นมาให้กับฉัน พอเปิดออกมากลับพบโทรศัพท์มือถือที่ยังไม่ได้แกะกล่องเลยด้วยซํ้า "เปลี่ยนซะ" "พี่จะไม่หักเงินเดือนหนูใช่ไหมคะ" "หึ หลงละสิท่า"พอพี่สงกรานต์พูดแค่นั้นเขาก็หัวเราะเบาๆ อยู่ตรงที่เดิมของเขา ส่วนฉันก็นั่งยุ่งเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือของตัวเองอยู่ "ไปเปลี่ยนชุดได้ละ ฉันจะพาไปซื้อของ"ฉันพยักหน้าเป็นการตอบกลับก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องเพื่อสวมใส่เสื้อผ้า ทั้งตู้แทบจะไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ที่ใส่เลยด้วยซํ้าฉันจึงเดินไปอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดใหม่เพราะชุดเก่ามีแต่กลิ่นของเหยื่อเต็มไปหมด ฉันมองดูตัวเองผ่านกระจกที่เปรียบเสมือนตอนเมื่อก่อนกับตอนนี้ฉันตกตํ่าไปมากหลายเท่าตัว จากคุณหนูกลายมาเป็นคนใช้จนได้ ฉันเดินออกไปหาพี่สงครามและพี่สงกรานต์ที่กำลังนั่งคุยอะไรบางอย่างอยู่ก่อนที่จะมองฉันด้วยสายตาบางอย่างที่จ้องมองมา "ไม่อยากไป?" "ทั้งตู้ก็มีแค่นี้แหละค่ะ"เขาพยักหน้าและเดินนำฉันไปที่รถของเขา วันนี้ฉันรู้สึกประหม่าเล็กเมื่อได้ออกมาเปิดโลกกว้างอีกครั้ง พวกเรามาถึงที่ห้างในเวลาไม่นานนักโดยพี่สงครามเดินนำหน้าส่วนฉันเดินตามหลังเขาไปและมีบอดี้การ์ดที่เดินตามมาด้วยติดๆ พอเดินไปได้ไม่นานฉันก็เจอเข้ากับเพื่อนของฉัน และนั่นคือกีตาร์ที่กำลังเดินออกมาจากห้างเช่นกัน ฉันหยุดเดินและมองพวกเขาที่กำลังยืนจ้องมองฉันอยู่ก่อนที่ต้าจะวิ่งเข้ามาสวมกอดฉัน โดยตอนนี้ฉันตกเป็นเป้าสายของของพี่สงครามและบอดี้การ์ดของเขาที่จ้องมองมาอย่างนิ่งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ "แกเป็นไงบ้าง ฉันเป็นห่วงแทบแย่" "รีบไปได้แล้ว!" "เดี๋ยว!! นี่ใครวะ แกไม่มีพี่น้องแล้วไม่ใช่หรอเฌอ"ฉันยังคงนิ่งและไม่รู้ว่าจะบอกเพื่อนว่ายังไงดี ก่อนที่พี่สงครามจะดึงฉันเข้าไปแนบชิดติดตัวเขาไว้ "เฌอเอม!" "เขาเป็น.....เจ้านายฉันอ่ะ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง ไปก่อนนะต้า" เขาลากฉันให้เดินไปตามเขาติดๆ โดยที่คนตัวสูงก้าวขายาวมากจนฉันแทบจะล้มอยู่แล้วรอมล่อกับขาที่ยาวของเขา "พี่คะ พี่ เดินช้าๆ หน่อยสิคะ" "เตี้ย" "นี่!! ฉันไม่ได้เตี้ยนะ"ฉันทำหน้ามุ่ยอีกครั้งก่อนที่สายตาของพี่สงครามจะจ้องมองฉันเช่นกัน พี่เขาค่อยๆ ก้มตัวลงมาใกล้ฉันเอามากๆ จนฉันต้องถอยหลังไปและเผยรอยยิ้มให้กับเขา "จะพาหนูไปไหนคะ" "ฉันอยากจูบ" "ตรงนี้เปิดเผยเกินไปนะคะ อีกอย่าง.....พี่จูบหนูก่อนที่จะมาตั้งหลายครั้งแล้วนะคะ"ฉันเอ่ยปากบอกเขาก่อนที่จะมุ่งตรงเดินเข้าไปที่ร้านเครื่องสำอาง พอซื้อของตามที่ฉันต้องการเสร็จพวกเราก็พากันมากินข้าวกันในร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งฉันให้พี่เขาเป็นคนจัดการและนั่งดูข่าวในมือถือแทน ซึ่งข่าวนั้นก็เป็นข่าวของครอบครัวฉันที่เวลาผ่านไปแล้วแต่ทว่าคนที่รุมด่าก็ยังไม่ยอมหยุดกันเลย พวกเขาหาว่าฉันแต่ก่อนเป็นพวกหยิ่งผยอง ดีแต่ปากและชอบใช้แต่กำลังผู้คนต่างขุดนิสัยแย่ๆ ของฉันออกมาจนโลกออนไลน์โจมตีฉันอย่างหนัก "จะเก็บหรือจะให้ฉันทิ้ง"ฉันเหงยหน้าขึ้นไปมองพี่เขาที่กอดอกนั่งจ้องหน้าฉันอยู่ฝ่ายตรงข้ามอย่างหน้าตาที่ไม่สู้ดีนัก ฉันยอมเก็บมือถือในกระเป๋าและเป็นเวลาเดียวกันกับที่อาหารมาถึงพอดี "เป็นอะไร แคร์คำพูดพวกนั้นมากรึไง" "ก็ต้องแคร์สิคะ ฉันโดนไล่ออกและโดนนำตัวไปส่งที่ต่างประเทศเพื่อไปปรับนิสัยจากโรงเรียนเก่ามา พอมาโรงเรียนใหม่ฉันก็ปรับตัวเข้ากับทุกคนได้ดีมากแล้วด้วย และคิดว่า ....ข่าวนั้นจะหายไป แต่ไม่เลยมันกลับโดนขุดมาอีกแล้ว ฉันมันแย่เอง"ฉันเผลอตัดพ้อไปกับเขาเมื่อทนจากข่าวนั้นไม่ได้จริงๆ เมื่อก่อนตอนมัธยมต้นฉันเป็นเด็กนิสัยเกเรคนหนึ่งโดยมีอำนาจจากเงินของพ่อและแม่ที่ได้จากบริษัท ฉันไม่เกรงกลัวใครทั้งนั้น ตบตีและดูถูกคนเป็นว่าเล่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำพรํ่าเพรื่อถ้าใครไม่มายุ่งหรือมาแซะฉันก่อนฉันก็ไม่มีทางทำแบบนี้หรอก จนมาเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น เมื่อฉันดันโดนใส่ร้ายว่าไปกลั่นแกล้งเด็กใหม่ที่พึ่งเข้ามาจนเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นฉันไม่ได้ทำอะไรเลยทั้งนั้น แต่ความผิดทุกอย่างกลับโยนมาหาฉันและพอเรื่องเข้าถึง ผอ.ทุกอย่างมันกลับแย่ลงเพราะนี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ฉันมีปัญหาแบบนี้จึงทำให้ ผอ. ไล่ฉันออกทันที ฉันถูกพ่อกับแม่ให้พาตัวส่งไปที่ต่างประเทศที่คล้ายกับโรงเรียนดัดสันดานคนและเข้ารับการอบรมในต่างประเทศ1ปีเต็ม กว่าจะได้กลับมาที่บ้านและได้เข้าไปโรงเรียนใหม่ฉันต้องปรับตัวเยอะพอสมควร แถมกลายเป็นคนละคนเลยด้วยซํ้า "กินข้าว" "ค่ะ"ฉันฝืนยิ้มและนั่งกินข้าวไปจนหมด ตลอดการเดินทางกลับบ้านฉันเอาแต่เงียบและไม่พูดอะไรออกมาเลยด้วยซํ้าเพราะเอาแต่คิดถึงเรื่องในตอนนั้น รวมถึงการถูกทรมานในนั้น ฉันกลับมาถึงก็เข้าไปที่ห้องนอนทันทีและพยายามข่มตาให้นอนหลับไปในที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD