ฉันนั่งนับวันแล้วนับวันอีกว่าเมื่อไหร่จะหมดหนี้ของเขาได้สักที จนกระทั่งมาถึงวันนี้เมื่ออีกไม่กี่วันฉันจะต้องไปเรียนแล้วแต่ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยสักนิด กะว่าจะไปขอพี่สงครามก็ไม่กล้า
ตอนนี้ฉันทำงานบ้านหมดทุกอย่างแล้วและพี่สงครามก็ยังไม่ตื่นเลยมานั่งเล่นที่สวนหลังบ้านของเขาต่อ แต่พอมานั่งได้ไม่นานก็มีเสียงรถที่ขับเข้ามาฉันจึงต้องเดินกลับเข้าไปในบ้านใหม่อีกครั้ง
"นํ้าค่ะพี่สงกรานต์"
"ไงเรา ได้ข่าวว่าเรียนที่เดียวกับพี่หนิแล้วอีกไม่กี่วันมหาลัยจะเปิดละนะเตรียมตัวยัง"
"ยังเลยค่ะ หนูยังไม่ได้บอกอะไรพี่สงครามเลยไม่รู้ว่าเขาจะว่ายังไง"
"ก็ขอสิ ลงมาแล้วนั่นไง"ฉันหันไปมองทางบันไดที่พี่เขาเดินลงมาและฟุบนั่งที่โซฟาประจำของเขา
"นั่งลง"ฉันพยักหน้าแล้วเดินลงไปนั่งที่พื้นข้างๆ เขาแต่ก็ถูกพี่สงครามจับข้อแขนไว้อย่างแน่นและจ้องมองมาอย่างนิ่งๆ
"นั่งข้างฉัน"
"ฉันเป็นคนใช้นะ จะไปนั่งโซฟาได้ไง"
"ฉันสั่ง!!"พี่สงครามพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่นิ่งและดุมากฉันจึงต้องยอมไปนั่งข้างๆ เขาแต่ก็มีเว้นระยะห่างออกมาบ้าง
ฉันลังเลใจเล็กน้อยว่าจะขอเขาดีไหม แต่ทว่าถ้าไม่พูดหรือบอกเขาไปฉันก็คงหมดโอกาสแน่ๆ ฉันวางแผนไว้แล้วว่าช่วงเช้าจะตื่นขึ้นมาทำความสะอาดบ้านทุกอย่างและรีบไปเรียน พอเลิกเรียนก็จะไปหางานทำเพื่อจะได้มีเงินได้ใช้จ่ายด้วย
"พี่สงครามคะ คือ....อีกไม่กี่วันหนูจะต้องไปเรียนแล้ว...."
"จะไปก็ไปฉันไม่ได้ล่ามโซ่ไว้หนิ"ฉันเอียงคอทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยเมื่อยังพูดไม่ทันจบแต่พี่เขาก็เอ่ยออกมาอย่างกวนๆ ฉัน
"งั้นหนูขอไปทำงานเสริมนะคะ หนูสัญญาค่ะว่าเช้ามาหนูจะทำความสะอาดบ้านทุกอย่าง พอถึงเวลาก็จะไปเรียน พอตกเย็นมาหนูจะไปหางานทำค่ะ"
"ตัวเท่าลูกหมา ฉันไม่ให้ทำ!"
"ทำไมล่ะคะ แล้วค่าเทอมหนูล่ะ หนูจะไปหาจากไหน แล้วค่ากินอีก"
"ฉันรับผิดชอบเธอเอง ยุ่งยากชะมัด"ฉันก้มหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะมีถุงอะไรบางอย่างยื่นมาให้กับฉัน พอเปิดออกมากลับพบโทรศัพท์มือถือที่ยังไม่ได้แกะกล่องเลยด้วยซํ้า
"เปลี่ยนซะ"
"พี่จะไม่หักเงินเดือนหนูใช่ไหมคะ"
"หึ หลงละสิท่า"พอพี่สงกรานต์พูดแค่นั้นเขาก็หัวเราะเบาๆ อยู่ตรงที่เดิมของเขา ส่วนฉันก็นั่งยุ่งเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือของตัวเองอยู่
"ไปเปลี่ยนชุดได้ละ ฉันจะพาไปซื้อของ"ฉันพยักหน้าเป็นการตอบกลับก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องเพื่อสวมใส่เสื้อผ้า ทั้งตู้แทบจะไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ที่ใส่เลยด้วยซํ้าฉันจึงเดินไปอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดใหม่เพราะชุดเก่ามีแต่กลิ่นของเหยื่อเต็มไปหมด
ฉันมองดูตัวเองผ่านกระจกที่เปรียบเสมือนตอนเมื่อก่อนกับตอนนี้ฉันตกตํ่าไปมากหลายเท่าตัว จากคุณหนูกลายมาเป็นคนใช้จนได้
ฉันเดินออกไปหาพี่สงครามและพี่สงกรานต์ที่กำลังนั่งคุยอะไรบางอย่างอยู่ก่อนที่จะมองฉันด้วยสายตาบางอย่างที่จ้องมองมา
"ไม่อยากไป?"
"ทั้งตู้ก็มีแค่นี้แหละค่ะ"เขาพยักหน้าและเดินนำฉันไปที่รถของเขา วันนี้ฉันรู้สึกประหม่าเล็กเมื่อได้ออกมาเปิดโลกกว้างอีกครั้ง
พวกเรามาถึงที่ห้างในเวลาไม่นานนักโดยพี่สงครามเดินนำหน้าส่วนฉันเดินตามหลังเขาไปและมีบอดี้การ์ดที่เดินตามมาด้วยติดๆ
พอเดินไปได้ไม่นานฉันก็เจอเข้ากับเพื่อนของฉัน และนั่นคือกีตาร์ที่กำลังเดินออกมาจากห้างเช่นกัน ฉันหยุดเดินและมองพวกเขาที่กำลังยืนจ้องมองฉันอยู่ก่อนที่ต้าจะวิ่งเข้ามาสวมกอดฉัน
โดยตอนนี้ฉันตกเป็นเป้าสายของของพี่สงครามและบอดี้การ์ดของเขาที่จ้องมองมาอย่างนิ่งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
"แกเป็นไงบ้าง ฉันเป็นห่วงแทบแย่"
"รีบไปได้แล้ว!"
"เดี๋ยว!! นี่ใครวะ แกไม่มีพี่น้องแล้วไม่ใช่หรอเฌอ"ฉันยังคงนิ่งและไม่รู้ว่าจะบอกเพื่อนว่ายังไงดี ก่อนที่พี่สงครามจะดึงฉันเข้าไปแนบชิดติดตัวเขาไว้
"เฌอเอม!"
"เขาเป็น.....เจ้านายฉันอ่ะ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง ไปก่อนนะต้า"
เขาลากฉันให้เดินไปตามเขาติดๆ โดยที่คนตัวสูงก้าวขายาวมากจนฉันแทบจะล้มอยู่แล้วรอมล่อกับขาที่ยาวของเขา
"พี่คะ พี่ เดินช้าๆ หน่อยสิคะ"
"เตี้ย"
"นี่!! ฉันไม่ได้เตี้ยนะ"ฉันทำหน้ามุ่ยอีกครั้งก่อนที่สายตาของพี่สงครามจะจ้องมองฉันเช่นกัน พี่เขาค่อยๆ ก้มตัวลงมาใกล้ฉันเอามากๆ จนฉันต้องถอยหลังไปและเผยรอยยิ้มให้กับเขา
"จะพาหนูไปไหนคะ"
"ฉันอยากจูบ"
"ตรงนี้เปิดเผยเกินไปนะคะ อีกอย่าง.....พี่จูบหนูก่อนที่จะมาตั้งหลายครั้งแล้วนะคะ"ฉันเอ่ยปากบอกเขาก่อนที่จะมุ่งตรงเดินเข้าไปที่ร้านเครื่องสำอาง
พอซื้อของตามที่ฉันต้องการเสร็จพวกเราก็พากันมากินข้าวกันในร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งฉันให้พี่เขาเป็นคนจัดการและนั่งดูข่าวในมือถือแทน ซึ่งข่าวนั้นก็เป็นข่าวของครอบครัวฉันที่เวลาผ่านไปแล้วแต่ทว่าคนที่รุมด่าก็ยังไม่ยอมหยุดกันเลย
พวกเขาหาว่าฉันแต่ก่อนเป็นพวกหยิ่งผยอง ดีแต่ปากและชอบใช้แต่กำลังผู้คนต่างขุดนิสัยแย่ๆ ของฉันออกมาจนโลกออนไลน์โจมตีฉันอย่างหนัก
"จะเก็บหรือจะให้ฉันทิ้ง"ฉันเหงยหน้าขึ้นไปมองพี่เขาที่กอดอกนั่งจ้องหน้าฉันอยู่ฝ่ายตรงข้ามอย่างหน้าตาที่ไม่สู้ดีนัก ฉันยอมเก็บมือถือในกระเป๋าและเป็นเวลาเดียวกันกับที่อาหารมาถึงพอดี
"เป็นอะไร แคร์คำพูดพวกนั้นมากรึไง"
"ก็ต้องแคร์สิคะ ฉันโดนไล่ออกและโดนนำตัวไปส่งที่ต่างประเทศเพื่อไปปรับนิสัยจากโรงเรียนเก่ามา พอมาโรงเรียนใหม่ฉันก็ปรับตัวเข้ากับทุกคนได้ดีมากแล้วด้วย และคิดว่า ....ข่าวนั้นจะหายไป แต่ไม่เลยมันกลับโดนขุดมาอีกแล้ว ฉันมันแย่เอง"ฉันเผลอตัดพ้อไปกับเขาเมื่อทนจากข่าวนั้นไม่ได้จริงๆ
เมื่อก่อนตอนมัธยมต้นฉันเป็นเด็กนิสัยเกเรคนหนึ่งโดยมีอำนาจจากเงินของพ่อและแม่ที่ได้จากบริษัท ฉันไม่เกรงกลัวใครทั้งนั้น ตบตีและดูถูกคนเป็นว่าเล่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำพรํ่าเพรื่อถ้าใครไม่มายุ่งหรือมาแซะฉันก่อนฉันก็ไม่มีทางทำแบบนี้หรอก
จนมาเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น เมื่อฉันดันโดนใส่ร้ายว่าไปกลั่นแกล้งเด็กใหม่ที่พึ่งเข้ามาจนเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นฉันไม่ได้ทำอะไรเลยทั้งนั้น
แต่ความผิดทุกอย่างกลับโยนมาหาฉันและพอเรื่องเข้าถึง ผอ.ทุกอย่างมันกลับแย่ลงเพราะนี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ฉันมีปัญหาแบบนี้จึงทำให้ ผอ. ไล่ฉันออกทันที ฉันถูกพ่อกับแม่ให้พาตัวส่งไปที่ต่างประเทศที่คล้ายกับโรงเรียนดัดสันดานคนและเข้ารับการอบรมในต่างประเทศ1ปีเต็ม กว่าจะได้กลับมาที่บ้านและได้เข้าไปโรงเรียนใหม่ฉันต้องปรับตัวเยอะพอสมควร แถมกลายเป็นคนละคนเลยด้วยซํ้า
"กินข้าว"
"ค่ะ"ฉันฝืนยิ้มและนั่งกินข้าวไปจนหมด ตลอดการเดินทางกลับบ้านฉันเอาแต่เงียบและไม่พูดอะไรออกมาเลยด้วยซํ้าเพราะเอาแต่คิดถึงเรื่องในตอนนั้น รวมถึงการถูกทรมานในนั้น ฉันกลับมาถึงก็เข้าไปที่ห้องนอนทันทีและพยายามข่มตาให้นอนหลับไปในที่สุด