ตอนที่ 1 เพราะเหตุบังเอิญ

2460 Words
“นั่นแกจะไปทำงานแล้วใช่ไหม” ประโยคถามทักฟังห้วนหูดังขึ้นทันทีที่หญิงสาวก้าวลงบันไดมาได้เพียงไม่กี่ขั้น... บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้สองชั้นซึ่งผ่านกาลเวลามาหลายสิบปี ทั้งยังไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควรสภาพของมันจึงค่อนข้างเก่าและทรุดโทรมอย่างเห็นชัด แน่นอนว่ารวมถึงเครื่องเรือนที่มีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นนั้นด้วย น้ำพริก คือหญิงสาววัยยี่สิบสามปีเจ้าของรูปร่างบอบบาง ทว่าทุกสัดส่วนปรากฏชัดเด่นตา... ผมยาวสีดำขลับถูกรวบมัดเป็นหางม้าเอาไว้ง่ายๆ เผยใบหน้านวลเกลี้ยงเกลาปราศจากเครื่องสำอางใดแตะแต้ม คิ้วเรียวได้รูปสวยอยู่เหนือดวงตาคู่ใหญ่ที่ประดับด้วยแพขนตาดกหนาเต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหา บางครั้งฉายแววหวานชื่น บางครั้งเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและหมองหม่นราวกับมีเรื่องราวมากมายหลายอย่างคั่งค้างอยู่ในนั้น จมูกเล็กๆ โด่งแต่พองามรับกับริมฝีปากอิ่มเต็มสีระเรื่อที่บัดนี้ถูกเจ้าตัวเม้มเอาไว้แน่น ขณะเธอหยิบรองเท้าผ้าใบคู่เก่งมาสวม เสียงเดิมยังลอยมาให้ได้ยิน... “เงินหมดแล้ว เอาไว้ให้ด้วยล่ะ” หญิงสาวค่อยเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของประโยคนั้นอย่างชั่งใจนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงแผ่วด้วยเกรงความรู้สึกอีกฝ่ายอยู่มากนั่นเอง... “เงินตั้งสามพัน... หนูให้เอาไว้เมื่อสองวันก่อนนี่เองไม่ใช่หรือจ๊ะ” “เอ๊ะ... นังนี่” เสียงนางเพลินพิศแหลมจี๊ดขึ้นทันที พลางนิ้วชี้อวบป้อมพุ่งแน่วมาอย่างเอาเรื่อง นางเพลินพิศ คนนี้คือผู้ที่เลี้ยงดูน้ำพริกมาตั้งแต่เกิด เพราะแม่จากไปตอนที่เธอลืมตาดูโลกได้เพียงไม่กี่วัน ส่วนพ่อนั้นไม่ต้องพูดถึง เขาทิ้งไปตั้งแต่เธอยังอยู่ในท้องแม่โน่นแน่ะ ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงอันสืบเนื่องมาจากตัวของน้ำพริกนั่นเอง ได้กลายเป็นภาระหนักอึ้งแสนสาหัสชนิดเลือดตาแทบกระเด็นสำหรับผู้เป็นน้าสาวเช่นนางเพลินพิศ แล้วเมื่อสามีของนางทิ้งไปอีกคนหนึ่งนั้น ดูเหมือนว่าความทุกข์ยากลำบากก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าทบทวี... เหล่านี้คือคำบอกเล่าจากปากน้าที่น้ำพริกจำได้ขึ้นใจ “เงินแค่สามพันแกจะให้ใช้ได้สักกี่วันกัน ฮ้ะ!” น้ำเสียงนางยังขุ่นข้น บอกถึงภาวะอารมณ์ที่อุ่นรุม และอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้คงถึงเดือดพล่าน หญิงสาวยืนนิ่งเงียบ ขณะเสียงบ่นดังรัวมาอีกชุดใหญ่... “บ้านนี้มันกี่ปากกี่ท้องแกไม่รู้รึไง ข้าวปลาที่ยัดเข้าไปทุกวันนั่นน่ะ รู้ไหมมื้อหนึ่งๆ มันกี่ร้อยบาท เดี๋ยวนี้อะไรๆ มันก็แพงหูดับตับไหม้ บ้าฉิบ...” แล้วก็อะไรต่อมิอะไรอีกตั้งมากมายหลายอย่างเท่าที่นางจะคิดออกมาได้... เป็นความจริงว่าข่าวสารบ้านเมืองตลอดไปจนถึงข่าวคราวเหล่าซุปตาร์ดาราดังทั้งหลายแหล่ นางเพลินพิศไม่เคยพลาดสักเรื่องเดียว แต่ก็รับรู้มาอย่างจริงบ้างไม่จริงบ้างตามประสา จนผู้คนทั่วทั้งละแวกต่างก็ให้สมญาแม่เพลินพิศนักเล่าข่าว แน่นอนว่าเป็นตำแหน่งที่นางน้อมรับด้วยความภาคภูมิใจเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด “น้า...” หญิงสาวเรียกเสียงแผ่ว ไม่กล้าสบนัยน์ตาขุ่นคลักที่จับจ้องอยู่เขม็ง “อีกตั้งหลายวันกว่าเงินเดือนจะออก ตอนนี้หนูเหลือติดกระเป๋าแค่พันห้าเท่านั้นจ้ะ” “จะแค่ไหนก็เอามาเถอะ ไม่แน่ว่าวันนี้ฉันอาจจะหาได้มากกว่าพันห้าเสียอีก” “นี่น้าคิดจะ...” “อะไร!” นางแทรกเสียงขึ้นทันทีโดยไม่ปล่อยหลานสาวได้พูดให้จบประโยค “อย่านะน้ำพริก...แกอย่ามามองฉันด้วยสายตาอย่างนั้นนะ ก็ไอ้เงินขี้ไพ่ที่ฉันหามาได้นั่นไม่ใช่รึที่เลี้ยงแกมาจนโต แล้วก็ให้แกได้เรียนหนังสือมีปัญญามาสั่งสอนฉันอยู่ทุกวันนี้ไงล่ะ หนอย...พอเรียนสูงเข้าหน่อยทำเป็นหัวสูงตามเชียวนะแก” หากปล่อยเวลาให้มากกว่านี้เห็นทีน้ำพริกคงไม่ต้องไปทำงานกันล่ะ... “งั้นหนูให้เงินน้าเท่านี้ก่อนแล้วกันนะจ๊ะ” หญิงสาวรีบตัดบทแล้วหยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งพันบาทส่งให้ แทนที่จะรับไปเพียงเท่านั้น แต่นางกลับฉวยมาทั้งกระเป๋าแล้วหยิบอีกห้าร้อยบาทออกมาหน้าตาเฉย “แค่นั้นมันจะไปพออะไร...ฉันเอาหมดนี่ล่ะ” “แต่ว่า...” “แค่นี้หวงรึไง ฮ้ะ” “เปล่าจ้ะ...แต่ถ้าน้าเอาเงินไปหมด แล้วหนูจะไปทำงานยังไงล่ะจ๊ะ” “เฮอะ...ฉันจะรู้ได้ไง ก็นั่นมันเรื่องของแก” นางเพลินพิศขึงนัยน์ตาทั้งเบะปากใส่ ก่อนจะเดินออกจากบ้านอย่างไม่ใยดีหลานสาวแม้แต่น้อย...ในความคิดนางนั้นมีเพียงความตั้งใจอันแน่วแน่เกี่ยวกับกิจกรรมสุดโปรดที่จะเว้นเสียไม่ได้แม้วันเดียว นางมองเงินในมือแล้วรอยยิ้มกระหยิ่มใจก็ผุดขึ้นที่มุมปาก ด้วยว่าจะเอาเงินจำนวนนี้ไปถอนทุนคืนเพราะเมื่อวานเสียไพ่จนหมดตัวนั่นเอง หญิงสาวทอดสายตาตามหลังนางเพลินพิศไปด้วยความอัดอั้นตันใจ...เป็นความจริงว่าน้าของเธอนั้น หากมีเงินในมือล่ะก็ถ้าไม่เข้าบ่อนเล่นไพ่ก็ซื้อหวยซื้อเบอร์ชนิดไม่เคยพลาดสักงวดเดียว ได้บ้างเสียบ้างตามประสา แม้จะค่อนไปทางเสียมากกว่าได้ หากแต่ความหวังของนางยังตั้งมั่นอยู่เช่นเดิม...ตานี้ไม่ได้ ตาหน้าก็ว่ากันใหม่ งวดนี้ไม่ถูก ก็แก้ตัวมันงวดหน้า...เป็นอยู่อย่างนี้มาหลายปีตั้งแต่น้ำพริกจำความได้และคาดว่าจะเป็นต่อไปอีกเรื่อยๆ “จะไปไหนจ๊ะ คนสวย” มีเสียงร้องถามผสมรวมกับเสียงเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ที่ปราดเข้ามาใกล้ แล้วชะลอความเร็วแล่นอยู่ข้างๆ แต่เวลานี้อารมณ์ของน้ำพริกยังไม่รื่นเท่าที่ควร เธอจึงนิ่งเฉยเสีย “เอ้า...ถามก็ไม่ตอบ หรือว่าเป็นใบ้จ๊ะ” เสียงนี้ยังดังกวนอารมณ์อยู่นั่นเอง หญิงสาวหยุดเดินทันทีแล้วหันขวับ ทั้งขึงนัยน์ตาขุ่นคลักจ้องเขม็งอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง... “อุ้ยๆ...ทำตาดุ” “ไปให้ไกลๆ เลยไป คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่นะ” ชายหนุ่มเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์คันกลางเก่ากลางใหม่ยิ้มเฉย ทำเหมือนไม่ได้ยินคำไล่นั้นด้วยซ้ำ เขาจอดรถแล้ว แต่ยังนั่งคร่อมอยู่บนอานนั่นแหละ “อะไรกัน...ไปกินรังแตนที่ไหนมาจ๊ะ ถึงได้อารมณ์บูดแต่เช้าเชียว” “อย่ายั่วนะ ประเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน” “อื้อฮือ...ดุเสียด้วยซี” เขายังยิ้มยั่ว “อยากรู้จังเวลาคนสวยๆ โกรธแล้วจะเป็นยังไงน้า” “ก็เป็นอย่างนี้ไง!” น้ำพริกกำมือแน่น แล้วชกเข้ากลางอกอีกฝ่ายเต็มแรง “โอ๊ย...เอาจริงนี่หว่า” เขาร้องลั่น พลางทำหน้าเหยเกบอกให้รู้ว่าเจ็บ น้ำพริกหน้าเสียทันที ถามเสียงอ่อย “ทิวา...เจ็บจริงเหรอ” “เอ้า...แล้วชกจริงหรือเปล่าล่ะ โธ่...มีหน้ามาถามว่าเราเจ็บจริงหรือเปล่า” ทิวาลูบหน้าอกตัวเองอยู่ป้อยๆ พลางมองหญิงสาวอย่างตัดพ้อ “เราขอโทษ...ก็ทิวาอยากมายั่วโมโหก่อนทำไม” “ไม่ได้ยั่ว แค่ล้อเล่นเท่านั้น เห็นหน้าบูดหน้าบึ้งก็อยากให้อารมณ์ดี” “แล้วเป็นไง...เจ็บตัวเลยไหมล่ะ” “เออ...เราผิดเองแหละ” ทิวาค้อนขวับอย่างกับผู้หญิง “โกรธเหรอ...” หญิงสาวทอดเสียงถาม ทั้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ “เคยโกรธน้ำพริกสักครั้งไหมล่ะ” “ไม่เคยจ๊ะ” หญิงสาวสั่นหน้าเร็ว “ก็นั่นน่ะซี” ทิวายังแกล้งตีสีหน้าบูดบึ้ง “แล้วนี่น้ำพริกกำลังจะไปทำงานใช่ไหม ขึ้นมาซี จะไปส่งให้” หญิงสาวยิ้มหวานกับประโยคนั้นของเขา “ทิวาจะไปส่งเราจริงน่ะ” ทิวาพยักหน้ารับ... “ฟรีใช่ไหม” “เออน่ะ...รีบๆ ขึ้นมาเลย” น้ำพริกไม่รอให้อีกฝ่ายพูดซ้ำประโยค เธอกระโดดขึ้นนั่งซ้อนท้ายอย่างคล่องแคล่ว ขณะเขาหยิบหมวกกันน็อคอีกใบส่งให้ “จับดีๆ ล่ะ...จะไปล่ะนะ!” ทิวาพูด พร้อมออกตัวอย่างเร็วเสียจนน้ำพริกต้องรีบคว้าไหล่เขาเอาไว้แทบไม่ทัน หญิงสาวทั้งทุบทั้งหยิกเมื่อเขาเร่งความเร็วขึ้นอีกอย่างจงใจแกล้ง... ทิวาเป็นเพื่อนเล่นกับน้ำพริกมาตั้งแต่เล็ก แม้มีอายุห่างกันหลายปีแต่ทั้งสองคนก็สนิทสนมกันมาก จะว่าเขาเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่น้ำพริกมีอยู่ก็ได้ บ้านของทิวาอยู่ห่างจากบ้านของน้ำพริกถัดไปไม่กี่หลัง เขาอาศัยอยู่กับย่าแก้วที่อายุมากแล้วเพียงสองคน หลังเรียนจบมัธยมปลายทิวาก็ตัดสินใจไม่เรียนต่อ เขาได้งานทำที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยเข้าบ้านนั่นเอง หลังเลิกงานประจำทิวาก็ออกมาขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง แม้ต่างมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ แต่มิตรภาพของเพื่อนทั้งสองก็ไม่ได้จืดจางลงเลยแม้แต่น้อยนิด... เด็กกำพร้าสองคนนั้นยังคงรักใคร่และช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นอย่างดีเสมอมา ตึกโรงแรมหรูหราสูงลิบหลายสิบชั้นตั้งตระหง่านด้วยสถาปัตยกรรมล้ำสมัยบ่งบอกถึงบริการระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร... “วันนี้ดาลัดลาหยุด เธอต้องขึ้นฟลอร์คนเดียวนะ” จิรา ผู้มีตำแหน่งหัวหน้าแม่บ้านสั่งการทันทีที่น้ำพริกมาถึงโรงแรมและอยู่ในชุดพนักงานเรียบร้อย “ดาลัดไม่สบายหรือคะ พี่จิรา” น้ำพริกถามถึงเพื่อนร่วมงานอย่างห่วงใย ไม่ได้กังวลเลยว่าตลอดวันนี้เธอต้องทำงานทั้งหมดเพียงคนเดียว “ดาลัดไม่ได้เป็นอะไร แต่ลูกชายเขาซี ไม่สบาย” อีกฝ่ายบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ น้ำพริกฟังแล้วให้นึกไปถึง ‘มังกร’ เด็กชายวัยสามขวบเศษผู้มีรูปร่างเล็กผอมและขี้โรคอย่างน่าเป็นห่วง ซึ่งตรงกันข้ามอย่างลิบลับกับชื่อของเขา... ดาลัดคงลำบากจริงๆ เพราะต้องเลี้ยงลูกคนเดียว เธอหย่าร้างกับสามีขณะตั้งครรภ์ได้เพียงสามเดือนเศษเท่านั้น ดูเหมือนว่าฝ่ายผู้ชายเองก็ไม่ได้สนใจใยดีส่งเสียค่าเลี้ยงดูแม้แต่บาทเดียว และนั่นทำให้ดาลัดถึงประกาศก้องเลยว่ากับผู้ชายคนนี้เป็นตายอย่างไรก็ไม่ต้องมาเผาผีกัน แน่นอนว่าเรื่องราวชีวิตของเพื่อนทำให้น้ำพริกหวาดหวั่นและไม่เชื่อมั่นในความรักเอาเลย... “วันนี้คนไม่พอจริงๆ เธอทำงานคนเดียวไหวนะ น้ำพริก” “สบายมากค่ะ” หญิงสาวตอบรับ พร้อมรอยยิ้มนิดหนึ่งกับคำถามเหมือนอาทรของหัวหน้า แม้ลึกลงไปเธอไม่มั่นใจนักหรอกว่าอีกฝ่ายรู้สึกเช่นนั้นจริงหรือไม่ โรงแรมนี้ระดับห้าดาว ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างต้องอยู่เหนือคำว่าดีที่สุดเสมอ...น้ำพริกท่องจำคำเหล่านี้ได้ตั้งแต่เข้ามาทำงานวันแรก เป็นความจริงว่าตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดนั้นไม่สบายเอาเสียเลย แต่ก็ไม่ลำบากนักหรอกสำหรับเธอผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าสบายมาทั้งชีวิต ว่าไปแล้วหญิงสาวออกจะภูมิใจเสียด้วยซ้ำ เพราะเงินเดือนที่ได้รับจากที่นี่ทำให้เธอเรียนจนสำเร็จระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่งเมื่อปีที่แล้วนี่เอง แม้ตลอดเวลาไม่เคยได้รับการสนับสนุน มีก็แต่เสียงบ่นว่าค่อนแคะไม่เว้นวัน ก็จะใครเสียอีกเล่าถ้าไม่ใช่น้าเพลินพิศของเธอนั่นเอง... ‘เป็นผู้หญิงไม่ต้องเรียนอะไรให้มันมากนักหรอก เอาแค่อ่านออกเขียนได้พอแล้ว สู้หาผัวรวยๆ ให้มันเลี้ยงดีกว่า แกจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำงานงกๆ แลกเงินเดือนน้อยเท่าหยิบมือ อีกอย่างน้ากับน้องก็จะพลอยสบายไปด้วย...’ ถ้อยคำเหล่านี้น้ำพริกไม่อยากจดจำ แต่ก็ไม่สามารถลืมได้ อีกทั้งในใจยังเกิดความรู้สึกโต้แย้งอยู่ตลอดเวลา...ไม่จริงสักนิด เธอนี่แหละจะพิสูจน์ให้เห็นว่าการศึกษามีความสำคัญมากเพียงไร Please make up room...ป้ายพร้อมสัญญาณไฟสีเขียวติดแสดงอยู่ข้างประตูห้องพักแขก น้ำพริกจัดการเปิดประตู แล้วเข็นรถที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ทำความสะอาดจนเต็มคันรถเข้ามาในห้อง เธอมีเวลาเพียงสามสิบนาทีสำหรับจัดการทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนี้ให้เรียบร้อยเหมือนวันแรกที่แขกเข้าพัก หญิงสาวลงมือกับงานเล็กน้อยและคิดว่าทำได้รวดเร็วเป็นอันดับแรก แล้วจึงเพิ่มลำดับความสำคัญของงานอย่างเคยชินและคล่องแคล่ว ขณะที่ดึงผ้าปูเตียงให้ตึงอยู่นั้น มีเสียงฝีเท้าดังกึกกักเข้ามาในห้อง เธอเงยหน้าขึ้นแล้วหันไปมองอย่างสงสัย... “Excuse me, I saw the sign on the door to come clean this room, sir.” น้ำพริกส่งประโยคภาษาอังกฤษอย่างชัดเจนและสุภาพกับแขกต่างชาติคนนั้น...เขายิ้มเฉย พลางยักไหล่ แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำด้วยท่วงท่าก้าวย่างที่บอกให้รู้ว่าก่อนหน้านั้นเขาดื่มเหล้าเข้าไปมากพอสมควร แขกคงเข้ามาเพียงหยิบของ หรืออะไรสักอย่าง...หญิงสาวบอกตัวเอง แล้วหันกลับไปทำงานที่ค้างอยู่ให้เรียบร้อย ขณะเพลินกับงานอยู่นั้น สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น “อุ้ย!” น้ำพริกมีโอกาสส่งเสียงได้เพียงเท่านั้น เมื่อฝ่ามือหนาใหญ่ตะปบปิดปากเอาไว้แน่น และแขนอีกข้างถือโอกาสกอดกระชับเอวบางรั้งเข้าหารวดเร็ว หญิงสาวขืนตัวเอาไว้ แล้วเบี่ยงหน้าหนีอย่างขยะแขยงกับจมูกอันใหญ่โตที่ก้มลงซอนไซ้อยู่แถวต้นคอ เธอดิ้นรนขัดขืนด้วยทุกเรี่ยวแรงที่มี แทบกลั้นใจตายเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะแปร่งปร่าและเต็มไปด้วยความหื่นกระหายดังอยู่ข้างหูท่ามกลางความเงียบทั่วบริเวณ ความจริงมีอยู่ว่าแขกที่มาพักต่างเช็คเอาท์ หรือไม่ก็ออกไปท่องเที่ยวตามประสา ทั้งชั้นโรงแรมนี้จึงมีเพียงเธอกับชายต่างชาติคนที่กำลังจะเปลี่ยนสถานะจากแขกของโรงแรมไปเป็นโจรข่มขืนเต็มไปด้วยความกักขฬะ ชายคนนั้นปลุกปล้ำจนน้ำพริกลงไปนอนแผ่อยู่บนเตียงแล้วโถมร่างอันใหญ่โตเข้าหาอย่างไม่ยอมเสียเวลา ขณะน้ำพริกจวนเจียนสิ้นแรงนั่นเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ได้ตกอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งอย่างแสนจะบังเอิญที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD