ตอนที่ 1

1338 Words
๑ เสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้น ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาและมองหาเจ้าของร้านดอกไม้แห่งนี้ ก่อนที่จะพบว่าเธอกำลังวุ่นอยู่กับการจัดดอกไม้อยู่ “สวัสดีค่ะ ร้านดอกไม้พฤกษา ยินดีต้อนรับ..” “พี่นที! มาทำอะไรคะ”แก้วกานต์เอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามประสา นทีธรวางกล่องอาหารลงที่เคาท์เตอร์จ่ายเงิน และยืนกอดอกมองเธอ ตอนนี้เป็นเวลาเลิกงาน ชุดที่เขาใส่จึงไม่ใช่ชุดข้าราชการแต่เป็นชุดกางเกงยีนส์และเสื้อยืดสีขาว พร้อมกับเสื้อคลุมสียีนส์ “เราคุยกันแล้วไงว่าเธอจะไม่ทำอะไรเลี่ยน ๆ แบบนี้อีก” “เลี่ยน? อะไรเลี่ยนเหรอคะพี่นที”แก้วกานต์ทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ ทั้ง ๆ ที่ใจจริงเธอรู้อยู่แล้วว่าตัวเองทำอะไรไปให้นทีธรทาน “เธอวาดรูปหัวใจใส่ไป อย่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้” “แหะ ๆ มันก็น่ารักดีออกค่ะ อีกอย่างข้าวข้างใน แก้วทำเป็นรูปน้องหมีด้วยนะ ออกจะเหมาะ” “ยายแก้ว” “ขา~” “ฉันล่ะ เหนื่อยกับเธอจริง ๆ ”นทีธรถอนหายใจออกมา เด็กคนนี้ช่างพูดไม่รู้เรื่อง แต่เขาก็ไม่ได้ถือสาอะไรมากเพราะเห็นว่าเป็นน้องสาวที่เล่นด้วยกันตั้งแต่เด็ก ๆ อีกอย่างแก้วกานต์ก็ทำอาหารอร่อยดี รับไว้ก็ไม่เสียหายอะไร “โอเคค่ะ แก้วจะไม่ทำอีกแล้วก็ได้ ว่าแต่พรุ่งนี้พี่นทีอยากทานอะไรคะ แก้วทำแบบเดิม ๆ ไป จะเบื่อไหม” “เอาอะไรก็ได้ ใส่มาเถอะ ฉันทานได้หมดนั่นแหละ ไปล่ะ” “อ้าว พี่นที! เดี๋ยวก่อนค่ะ!“แก้วกานต์เอ่ยเรียกนทีธรไว้ ชายหนุ่มหันกลับมามองก็พบว่าแก้วกานต์หยิบเอาดอกกุหลาบสีขาวยื่นมาให้นทีธรหนึ่งดอก ความยาวของก้านดอกกุหลาบทำให้ดอกกุหลาบดอกนั้นแตะไปที่จมูกของนทีธร “อะไรของเธอเนี่ย เอาดอกกุหลาบมาจุ่มหน้าฉันทำไม”นทีธรขมวดคิ้วมองดูดอกกุหลาบ “แก้วให้” “ให้ทำไม” “เอาไปเถอะน่า พี่นทีรู้ไหมคะ ว่าดอกกุหลาบสีขาวมีความหมายว่าอะไร” “ไม่รู้ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย แค่นี้ใช่ไหม ฉันจะได้ไป”นทีธรตัดบท เขาดึงดอกกุหลาบสีขาวจากมือแก้วกานต์มา “โหย! พี่นี่ชอบขัดมุกแก้วอยู่เรื่อยเลย!” “นี่ เล่นเป็นเด็กไปได้ ฉันจะไปแล้ว” “เหอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะทำของที่ไม่ชอบไปให้ทานซะเลยดีไหมเนี่ย” แก้วกานต์ตะโกนตามหลังนทีธรออกมา ภายในรถ ชายหนุ่มวางดอกกุหลาบสีขาวลงที่เบาะคนนั่ง ทำไมจะไม่รู้ รู้สิ กุหลาบสีขาวหมายถึง ความรักที่จริงใจ บริสุทธิ์ ถ้าได้ดอกกุหลาบสีนี้จากใคร มันแทนความในใจของคน ๆ นั้นว่า รักนี้ไม่มีเจตนาร้ายแอบแฝง ไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้พื้นฐานที่ผู้คนจะชอบให้เวลาจะสารภาพรักกับใครสักคน ดอกกุหลาบย่อมมาเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่รู้เรื่องรอบตัวก็ควรจะพิจารณาตัวเองแล้วล่ะ ที่เขาพูดไปแบบนั้นเพราะเขาแค่ไม่อยากฟังในสิ่งที่แก้วกานต์กำลังจะบอก เขาพยายามทำตัวให้ปกติกับแก้วกานต์ให้มากที่สุด ไม่ว่าแก้วกานต์จะแสดงออกมายังไงก็ตาม เป็นพี่น้องกันก็ดีอยู่แล้ว อย่าไปถึงขั้นนั้นเลย “ครับพี่เพลิง”เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในขณะที่เขากำลังขับรถกลับที่พัก เป็นสายจากอัคนีเองที่โทรเข้ามา “ไง วันนี้มาทานข้าวที่บ้านไหม” “เมื่อเช้าผมไปมาแล้ว” “พี่เห็นแล้ว ทะเลาะอะไรกับคุณนายเขาล่ะ พี่เรียกก็ไม่ได้ยิน” “ขอโทษครับ ตอนนั้นผมรีบกลับลงมาทำงานน่ะ เลยไม่ได้ยินที่พี่เรียก”นทีธรเลี่ยงที่จะไม่ตอบเรื่องที่เขากับคุณนายจันทราพูดกันเมื่อเช้า เขากลัวเรื่องมันจะลามกลับไปเรื่องเก่า เลยไม่พูดเสียดีกว่า “ไม่เป็นไร แล้วว่ายังไง จะมาทานข้าวที่บ้านไหม” “คงไม่ล่ะครับ ผมอยากพักผ่อนหน่อย เดี๋ยวกลับไปนี่ก็จะไปหาดูหนังฟังเพลงแล้วก็นอนแล้ว” “โอเค แต่อาทิตย์หน้าวันเกิดหลานนะ ตาพายุกับยายปรางพูดถึงอานทีทุกวัน”พูดถึงลูกทั้งสองคน “จริงสิ พักนี้ผมไม่ได้เจอหลานเลย ไม่พลาดแน่นอนครับพี่”พอพูดสัพเพเหระกันจบ อัคนีก็วางสายไป “กลับมาแล้วค่ะ”แก้วกานต์เอ่ยบอกกับรวีวัณที่กำลังนั่งเย็บผ้าอยู่ “มาแล้วเหรอ ที่ร้านเป็นยังไงบ้างล่ะ”รวีวัณถามคำถามแบบนี้กับ แก้วกานต์ทุกครั้งที่เธอกลับมาจากร้าน หญิงสาวยิ้มแป้นแล้วเข้ามากอดผู้เป็นแม่ “คิดถึงพ่อกับแม่มากเลย” “ถามอีกอย่างตอบอีกอย่างนะเรา”รวีวัณทำเป็นเสียงดุใส่ลูกสาว แต่ก็ยิ้มให้อย่างเอ็นดู “ก็เหมือนเดิมค่ะ ลูกค้าก็น่ารักเหมือนเดิม~” “เหนื่อยไหม ให้พ่อกับแม่ไปช่วยไหมลูก”อัสนีพูดขึ้น เขาเพิ่งกลับมาจากหาปลา ความจริงครอบครัวก็ไม่ได้ลำบากอะไร ที่อัสนีทำเพราะลูกสาวให้นั่งให้นอนอยู่แต่บ้าน เขาจึงไม่มีอะไรทำ ทำให้เขาออกไปหาปลามาไว้ทำกินก็แค่นั้น เห็นลูกสาวเป็นเหมือนเด็กกะโปโลแบบนี้ แต่แก้วกานต์เป็นคนเก่ง เธอสามารถทำงานได้เองโดยไม่ต้องพึ่งใคร และสิ่งที่น่าดุที่สุดคือ เธอไม่เคยเอ่ยปากขอให้อัสนีและรวีวัณช่วยแม้แต่ครั้งเดียว “ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ แก้วทำได้ สบาย!” “สบายแต่เห็นกลางค่ำกลางคืน นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ทุกคืน”รวีวัณดุลูกสาว “นิดหน่อยน่ะค่ะ มันไม่ได้ลำบากอะไรเลยนะ สนุกจะตาย” “เอาเถอะ มีอะไรให้พ่อกับแม่ช่วยก็บอก อย่าเก็บไว้คนเดียวเข้าใจไหม”คนเป็นพ่อพูดขึ้น แก้วกานต์ตอบรับและขอตัวไปอาบน้ำอาบท่า จะได้มานั่งทานข้าวกับครอบครัว สิ่งที่เธอเครียดมันไม่ได้หนักหนาอะไรสำหรับเธอ แต่สำหรับคนเป็นพ่อแม่ ไม่มีใครอยากเห็นลูกเครียดกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ หรอก เห็นลูกเหนื่อยแค่นิดเดียวก็พร้อมจะช่วยแล้ว ที่เธอหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ทุกวัน เป็นเพราะเธอต้องทำบัญชีและตรวจบัญชีเอง เธอไม่อยากให้ใครทำให้ เห็นเป็นแบบนี้ก็ไว้ใจคนยาก (อยู่) เหมือนกัน เอาเถอะน่า พ่อกับแม่ก็เครียดไปตามประสา เธอพยายามบอกพวกท่านแล้ว แต่ก็ตามนั้นแหละ คนเป็นพ่อแม่ย่อมเป็นห่วงลูกเสมอ หลังจากที่ทานข้าวเสร็จ แก้วกานต์ก็เอาดอกไม้ใส่แจกันที่เพิ่งทำความสะอาดเสร็จ ขึ้นวางบนหิ้งที่ต่ำลงมาจากหิ้งพระ เธอจุดธูปหนึ่งดอกละพนมมือไหว้ก่อนจะปักลงที่หน้ารูป “วันนี้พี่นทีมาหาแก้วที่ร้านด้วยล่ะพี่นัย” “แก้วดีใจมากเลย ถึงแม้ว่าเขาจะมาเพื่อดุแก้วก็ตาม แหะ ๆ ” “แต่! แก้วไม่ได้ไปแกล้งพี่เขานะคะ พี่นัยอย่าดุแก้วอีกคนล่ะ” “แต่จะว่าไป..พรุ่งนี้วันเกิดพี่นัยแล้วนี่น่า อืม..เดี๋ยววันนี้แก้วรีบนอนดีกว่า จะได้ตื่นเช้า ๆ ไปทำกับข้าวใส่บาตรให้พี่ แล้วตอนเย็นแก้วจะรีบปิดร้านเพื่อมาฉลองกับพ่อแม่ให้พี่ด้วย! ดีใจใช่ไหมล้า~ แต่พี่ก็คงเฉย ๆ ไปแล้วล่ะ ใช่ไหม? เพราะแก้วทำแบบนี้ทุกปีอยู่แล้วนี่เนอะ” ..... “แก้วคิดถึงพี่นะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD