บทที่ 9
ซูเซียวเทียนที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งหนักใจมากขึ้นไปอีก สรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับนางกันแน่ ถึงได้เปลี่ยนไปมากมายเพียงนี้ ชายหนุ่มได้แต่คิดในใจ
“เรื่องราวที่ผ่านมามันลืมได้ง่ายดายเพียงนั้นเลยหรือ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งติดจะเย็นชา พลางเหม่อมองออกไปด้านนอก มิได้สนใจหญิงสาวทั้งสองที่ยังคงนั่งอยู่ด้วยกัน
ลู่ลี่อินเมื่อเห็นว่าสถานการณ์จึงได้ปลีกตัวออกไปด้านนอก หวังให้ทั้งสองได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต
“แล้วในอดีตเกิดเรื่องอันใดขึ้นเล่า” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น แม้จะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในอดีต เพราะในนิยายไม่ได้เอ่ยถึง หรืออาจจะเป็นเพราะนางยังอ่านไม่จบ จึงไม่รู้เรื่องราวอะไรมากนัก
“ในเมื่อเจ้าจำมิได้ ก็ไม่ต้องใส่ใจมันหรอก” เขาก็ไม่อยากจะรื้อฟื้นความหลังเหมือนกัน เพราะเขาไม่อยากให้ตัวเองต้องมาจดจำเรื่องราวเหล่านั้น
“ได้อย่างไรกัน!!” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอม นางจะพลาดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกัน จากนั้นจึงหาทางไกล่เกลี่ย “เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ เรามาเริ่มต้นกันใหม่ ข้าจะยอมช่วยเหลือท่านทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องของเถียนเวยซี เรามาร่วมมือกัน เพื่อสิ่งที่พวกเราต้องการ”
หญิงสาวพยายามหาข้ออ้าง เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้เขา นางจะไม่มีทางยอมแพ้อย่างแน่นอน
ซูเซียวเทียนที่ได้ยินข้อเสนอก็หันหน้ามาช้า ๆ พลางมองหน้าของหญิงสาวตรง ๆ ด้วยอยากรู้ว่าที่นางเอ่ยออกมานั้นต้องการอะไรกันแน่ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร
“เจ้าแน่ใจหรือ” เขาเอ่ยถาม พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ นาง ราวกับต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง
หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็หัวใจสั่นระรัวด้วยความเขินอาย ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำเช่นนั้น ส่วนชายหนุ่มที่ยื่นหน้าเข้าไปนั้นก็หัวใจเต้นแรงไม่ต่างกัน
ทันทีที่ลู่เหม่ยซานตั้งสติได้ ก็ขยับเข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิม อย่างไม่ได้รักษากิริยาที่สตรีพึ่งมีเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มที่ก่อนหน้านั้นทำเป็นใจกล้า แต่เมื่อเจอนางสู้กลับเช่นนี้ก็ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว ทำได้เพียงถอยออกห่างจากนาง
ลู่เหม่ยซานได้แต่ยกยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “ข้าแน่ใจ ขอเพียงแค่ท่านเอ่ยปาก ข้าจะพาเถียนเวยซีมาสยบอยู่แทบเท้าของท่าน”
ลู่เหม่ยซานได้แต่เอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ แต่ในใจกลับได้แต่หัวเราะอย่างร้ายกาจ ‘ท่านไม่มีทางได้ใกล้ชิดนางหรอก ท่านจะได้ใกล้ชิดข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น’ หญิงสาวได้แต่คิดคนเดียวภายในใจ
“ดี หากข้าต้องการอันใดข้าจะเรียกหาเจ้าเอง” แม้ตอนนี้จะยังคิดไม่ออกว่าจะให้นางทำอันใด แต่ดูแล้วข้อเสนอของนางก็น่าสนใจไม่น้อย
“ได้อย่างไรกัน ข้าต้องมาอยู่กับท่านทุกวัน เมื่อท่านต้องการเรียกใช้ ข้าจะพร้อมรับใช้ท่านตลอดเวลาอย่างไรเล่า” หากเป็นไปได้ก็อยากจะนอนเสียที่นี่เลย แต่นางก็ต้องรักษาท่าทีเอาไว้บ้าง
“ตามใจเจ้า แต่หลายวันนี้ข้าต้องอ่านหนังสือ เจ้าก็อย่ามารบกวนข้าก็แล้วกัน” เขาเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีไม่สนใจ ก่อนจะเอ่ยถามเรื่องที่ตนเองคาใจ “เจ้าทำแบบนี้ต้องการอันใดกัน”
“ท่านว่าข้าคิดจะทำอันใดกันเล่า” นางยกยิ้มมุมปาก พลางรินน้ำชาให้แล้วยื่นไปให้เขา ชายหนุ่มก็ไม่ได้คิดที่จะปฏิเสธอันใด จากนั้นจึงหันมารินชาอีกถ้วยให้ตนเอง
“ข้าคิดว่า ข้าไม่สามารถมองเจ้าออกเลยจริง ๆ” เขาตอบออกไปตามตรง เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตอนนี้นางคิดที่จะทำอันใด หรือมีอะไรในใจกันแน่
“ฮ่า ๆๆ ท่านก็พูดเกินจริง ข้าเป็นเพียงสตรีตัวเล็ก ๆ จะมีความสามารถถึงเพียงนั้นเลยหรือ” หญิงสาวหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ เพื่อดับกระหาย
“เดี๋ยวก็ได้รู้ว่าเจ้าจะมีความสามารถถึงเพียงนั้นหรือไม่” เขาเอ่ยพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถรู้ถึงความในใจของนาง
หญิงสาวเอ่ยยกถ้วยชาขึ้นดื่มอีกครั้งเพื่อซ่อนความเขินอายจากการที่ถูกเขาจ้องมอง ก่อนจะชวนเขาเปลี่ยนเรื่องสนทนา
“ข้าจำได้ว่าวันนั้นที่ลานขี่ม้า ท่านรับปากว่าจะสอนข้าขี่ม้า”
ซูเซียวเทียนได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่หนักใจ เพราะไม่มีสตรีคนใดคิดที่จะขี่ม้าเลยสักคน แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเขาได้ตกปากรับคำนางไปแล้ว “ได้ รอข้าว่างก่อน เดี๋ยวข้าจะส่งคนไปแจ้งที่จวน"
“เอาเช่นนั้นก็ได้” หญิงสาวได้แต่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ เพียงเท่านี้ความพยายามของนางก็ไม่เสียเปล่าแล้ว แต่รอยยิ้มของนางก็ต้องแข็งข้างเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของเขา
“แล้วเจ้าจะทำเช่นไรเล่า เพื่อให้ข้าได้ใกล้ชิดกับเถียนเวยซี” เขาเอ่ยถามด้วยท่าทีนิ่งเฉย เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าในหัวของนางมีแผนการอันใดกันแน่
“เอ่อ...” หญิงสาวที่ไม่รู้จะตอบอย่างไรก็ได้แต่เค้นความคิดของตนเอง
“หึ” เขาได้แต่เค้นหัวเราะออกมา ยิ่งนางทำเช่นนี้เขาก็ยิ่งไม่รู้ความคิดของนาง
“อันใดกัน ท่านถามปุบปับแบบนี้ข้าจะคิดหาแผนการทันได้อย่างไร” ลู่เหม่ยซานพยายามหาข้ออ้างให้ตนเอง ได้!! ในเมื่ออยากรู้ว่านางมีแผนการอันใด พรุ่งนี้นางจะมาหาเขาแต่เช้าเลยทีเดียว “พรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้ ข้าจะมาบอกแผนการแบบละเอียดให้ท่านฟัง”
“พรุ่งนี้ข้าจะอ่านหนังสือ” วันนี้ก็เสียเวลามากพอแล้ว หวังว่านางคงจะไม่มาทำให้เขาเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกหรอกนะ
“ท่านก็อ่านไปสิ เกี่ยวอันใดกับข้าเล่า” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างไม่สนใจ ใช่ว่านางจะไม่รู้ความต้องการของเขา แต่จะให้ทำอย่างไรเล่า ก็นางอยากจะมาพบหน้าเขาทุกวัน
“เจ้ารู้ว่าข้าหมายความว่าอย่างไร” เขาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงจริงจัง หากนางมาก่อกวนเขาทุกวันเขาคงไม่มีสมาธิอ่านหนังสืออย่างแน่นอน
“ก็ข้าอยู่จวนไม่มีอันใดทำ จึงอยากออกมาหาอันใดทำแก้เบื่อ” หญิงสาวแสร้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย พลางทำหน้าตาให้น่าสงสารที่สุด
และก็เหมือนเช่นเคย เมื่อเขาเห็นท่าทีที่น่าสงสารของนางเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้จะรู้ว่าจะเป็นการเสแสร้งก็ตาม
“ตามใจเจ้า”
“จะว่าไปท่านไปนำหนังสือมาอ่านที่ศาลานี่ก็ได้นะ หรือจะให้ข้าไปนั่งเล่นที่เรือนของท่านกันเล่า” หญิงสาวเสนอแนวทางให้เขา เพราะไม่ว่าจะอย่างไรนางก็ไม่ยอมกลับไปตอนนี้อย่างแน่นอน
“ข้าจะทำอันใดได้ นอกจากไปนำหนังสือมาอ่านที่นี่” พูดจบก็ลุกขึ้นเดินกลับเรือนของตนเอง เพื่อไปนำหนังสือมาอ่านที่ศาลา เพราะหากเขาไม่ยอม นางก็ต้องตามไปที่เรือนของเขาอย่างแน่นอน เขาเชื่อว่านางสามารถทำตามที่นางเอ่ยเอาไว้ได้
ลู่เหม่ยซานได้แต่มองมองตามเขาไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางชอบเวลาที่อยู่ใกล้เขามาก ไม่ว่านางต้องการอันใด เขาก็พร้อมทำตามนางเสมอ แม้ในตอนแรกเหมือนจะคัดค้านก็ตาม
ลู่ลี่อินที่เห็นซูเซียวเทียนเดินออกมาจากศาลา ก็รีบเข้าไปหาพี่สาวทันที
“เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือเจ้าคะพี่ใหญ่ เหตุใดพี่เซียวเทียนจึงได้เดินออกไปเช่นนั้น” หญิงสาวถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“พี่เซียวเทียนไปนำหนังสือมานั่งอ่านที่นี่” นางตอบอย่างอารมณ์ดี ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวร้ายในนิยายจะจัดการง่ายถึงเพียงนี้
ซูเซียวเทียนจากไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกลับหนังสือมากมาย เขานั่งอ่านหนังสือโดยไม่สนใจนางอีก แต่นางก็ไม่ได้รบกวนแบบที่นางเอ่ยเอาไว้ตอนแรก เพราะนางเอาแต่จ้องหน้าเขา จนเขาไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาในหนังสือเลยแม้แต่น้อย แต่หญิงสาวก็หาได้ใส่ใจไม่ เพราะนางยังคงจ้องหน้าเขาอยู่แบบนั้น
จนเวลาผ่านไปถึงตอนเย็น ลู่เหม่ยซานจึงยอมกลับตามคำชวนของน้องสาว
“นี่ก็เย็นมากแล้ว ข้าและน้องสาวคงต้องขอตัวก่อน พรุ่งนี้ไว้ข้าจะมาใหม่” หญิงสาวหันไปเอ่ยลาเขาอย่างจำใจ นางยังอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกสักนิด
“เดินทางปลอดภัย” เขาเอ่ยบอกนาง พลางส่งองครักษ์ที่จวนสองสามคนไปตามดูแลความปลอดภัยของสองพี่น้อง